ภูเขาไฟใต้น้ำแปซิฟิก อาจกำลังเตรียมตัวระเบิด เชื่อเกิดขึ้นภายในปี 2025 นี้
ภูเขาไฟใต้ทะลแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเฉียงเหนือ ‘อาจ’ กำลังเตรียมการระเบิด พื้นที่ดินที่เดือดปุด ๆ ของยอดเขาใต้น้ำที่ชื่อว่า Axial Seamount ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งโอเรกอนออกไป 480 กิโลเมตรกำลังบวมออกอย่างรวดเร็ว นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันอาจปะทุภายในปี 2025 นี้
ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้รับการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ภูเขาไฟ Axial จะเกิดการปะทุเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพื้นผิวของภูเขาไฟดังกล่าวได้ ‘พอง’ ตัวขึ้นจนเกือบเท่าความสูงในปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุครั้งล่าสุด
การพองตัวดังกล่าวนี้โดยทั่วไปแล้วมันหมายความว่า ‘แมกมา’ กำลังไหลมารวมตัวกันที่ใต้ดินจนทำให้เกิดแรงดันในบริเวณโดยรอบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำในที่นี้ก็คือ การปะทุของภูเขาไฟใต้น้ำเหล่านี้ ‘ไม่เป็นอันตราย’ ต่อมนุษย์ที่อยู่บนบก
กระนั้นการพองตัวในครั้งนี้ถือเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อดูปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวกับการปะทุใต้น้ำและเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับภูเขาไฟให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยความรู้ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำว่าจะปะทุเมื่อไหร่ แต่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2025 นี้
“หากคุณสามารถพัฒนาแบบจำลองสำหรับการทำงานของสิ่งนี้ที่ Axial ได้ นั่นก็หมายความว่าเรามีจุดเริ่มต้นที่สามารถนำไปใช้ในที่อื่นได้ และด้วยการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เราก็สามารถเริ่มทำงานในการประเมินภูเขาไฟลูกอื่น ๆ ได้” Michael Poland นักธรณีฟิสิกส์วิจัยจากหอสังเกตการณ์ภูเขาไฟ Cascades ของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัย กล่าว
การพองตัวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากภูเขาไฟ Axial นั้นถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟใต้น้ำที่ยังคง Active อยู่มากที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ โดยปะทุมาแล้วในปี 1998, 2011 และ 2015 สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นมาชนกันซึ่งได้แก่ แผ่นเปลือกโลก Juan de Fuca และแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิก
และเนื่องจากมันเป็นภูเขาไฟใต้น้ำที่มีกิจกรรมอยู่บ่อยครั้ง มันจึงถือเป็น ‘ห้องทดลองธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม’ ทำให้มีการตั้งหอสังเกตการณ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลกที่ชื่อว่า หอสังเกตการณ์ New Millennium หรือ NeMO โดยจะบันทึกแรงสั่นสะเทือนทุกอย่างแบบเรียลไทม์ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบตลอดเวลา
ทั้งนี้แม้จะมีการติดตามอยู่ตลอดเวลา แต่การคาดการณ์กิจกรรมของภูเขาไฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป และการปะทุก็คาดเดาไม่ได้แม้จะมีข้อมูลมากมายก็ตาม แต่ไม่ว่ามันจะปะทุขึ้นมาเมื่อใด นักวิจัยก็จะมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของภูเขาไฟ ทั้งด้านเบาะแสก่อนการปะทุและผลที่ตามมา
“เราเรึยนรู้จากภูเขาไฟได้มากที่สุดด้วยการจับมันให้ได้ในขณะนั้น” Bill Chadwick นักภูเขาไฟวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน กล่าว “ส่วนสำคัญในงานของเราที่นี่คือการทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการปะทุครั้งต่อไป”
ที่มา
https://www.nature.com/articles/s41467-024-49188-y
https://www.sciencealert.com/the-most-active-volcano-in…
https://www.smithsonianmag.com/…/an-undersea-volcano…/
https://www.sciencenews.org/…/scientists-undersea…
Photo: NOAA