โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูเขาไฟใต้น้ำแปซิฟิก อาจกำลังเตรียมตัวระเบิด เชื่อเกิดขึ้นภายในปี 2025 นี้

Environman

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 12.00 น.

ภูเขาไฟใต้ทะลแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเฉียงเหนือ ‘อาจ’ กำลังเตรียมการระเบิด พื้นที่ดินที่เดือดปุด ๆ ของยอดเขาใต้น้ำที่ชื่อว่า Axial Seamount ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งโอเรกอนออกไป 480 กิโลเมตรกำลังบวมออกอย่างรวดเร็ว นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันอาจปะทุภายในปี 2025 นี้

ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้รับการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ภูเขาไฟ Axial จะเกิดการปะทุเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพื้นผิวของภูเขาไฟดังกล่าวได้ ‘พอง’ ตัวขึ้นจนเกือบเท่าความสูงในปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุครั้งล่าสุด

การพองตัวดังกล่าวนี้โดยทั่วไปแล้วมันหมายความว่า ‘แมกมา’ กำลังไหลมารวมตัวกันที่ใต้ดินจนทำให้เกิดแรงดันในบริเวณโดยรอบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่ต้องเน้นย้ำในที่นี้ก็คือ การปะทุของภูเขาไฟใต้น้ำเหล่านี้ ‘ไม่เป็นอันตราย’ ต่อมนุษย์ที่อยู่บนบก

กระนั้นการพองตัวในครั้งนี้ถือเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อดูปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวกับการปะทุใต้น้ำและเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับภูเขาไฟให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยความรู้ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำว่าจะปะทุเมื่อไหร่ แต่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2025 นี้

“หากคุณสามารถพัฒนาแบบจำลองสำหรับการทำงานของสิ่งนี้ที่ Axial ได้ นั่นก็หมายความว่าเรามีจุดเริ่มต้นที่สามารถนำไปใช้ในที่อื่นได้ และด้วยการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เราก็สามารถเริ่มทำงานในการประเมินภูเขาไฟลูกอื่น ๆ ได้” Michael Poland นักธรณีฟิสิกส์วิจัยจากหอสังเกตการณ์ภูเขาไฟ Cascades ของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัย กล่าว

การพองตัวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากภูเขาไฟ Axial นั้นถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟใต้น้ำที่ยังคง Active อยู่มากที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ โดยปะทุมาแล้วในปี 1998, 2011 และ 2015 สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นมาชนกันซึ่งได้แก่ แผ่นเปลือกโลก Juan de Fuca และแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิก

และเนื่องจากมันเป็นภูเขาไฟใต้น้ำที่มีกิจกรรมอยู่บ่อยครั้ง มันจึงถือเป็น ‘ห้องทดลองธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม’ ทำให้มีการตั้งหอสังเกตการณ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลกที่ชื่อว่า หอสังเกตการณ์ New Millennium หรือ NeMO โดยจะบันทึกแรงสั่นสะเทือนทุกอย่างแบบเรียลไทม์ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบตลอดเวลา

ทั้งนี้แม้จะมีการติดตามอยู่ตลอดเวลา แต่การคาดการณ์กิจกรรมของภูเขาไฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป และการปะทุก็คาดเดาไม่ได้แม้จะมีข้อมูลมากมายก็ตาม แต่ไม่ว่ามันจะปะทุขึ้นมาเมื่อใด นักวิจัยก็จะมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของภูเขาไฟ ทั้งด้านเบาะแสก่อนการปะทุและผลที่ตามมา

“เราเรึยนรู้จากภูเขาไฟได้มากที่สุดด้วยการจับมันให้ได้ในขณะนั้น” Bill Chadwick นักภูเขาไฟวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน กล่าว “ส่วนสำคัญในงานของเราที่นี่คือการทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการปะทุครั้งต่อไป”

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41467-024-49188-y

https://www.sciencealert.com/the-most-active-volcano-in…

https://www.smithsonianmag.com/…/an-undersea-volcano…/

https://www.sciencenews.org/…/scientists-undersea…

Photo: NOAA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...