ตลาดยางรถยนต์โลกมีมูฟเมนต์ใหญ่ จับตาโซนหัวตารางเปลี่ยนอันดับ
ต้นปี 2025 มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยางรถยนต์โลก เมื่อซูมิโตโม รับเบอร์ อินดัสทรีส์ (Sumitomo Rubber Industries) บริษัทยางรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นประกาศว่าจะซื้อสิทธิจำหน่ายยางแบรนด์ “ดันลอป” (Dunlop) ในยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย มาจากกู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ (Goodyear Tyre & Rubber) บริษัทยางสัญชาติอเมริกัน
ความเคลื่อนไหวนี้ของซูมิโตโมมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้แบรนด์ดันลอปเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ซูมิโตโมเป็นผู้รับสิทธิจำหน่ายยางแบรนด์ดันลอปในประเทศญี่ปุ่น เอเชีย และแอฟริกาอยู่แล้ว
ซูมิโตโมจะซื้อสิทธิจำหน่ายแบรนด์ดันลอปด้วยมูลค่า 526 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,260 ล้านบาท) และค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนผ่านแบรนด์ 105 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,646 ล้านบาท) รวมเป็นมูลค่า 710 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24,340 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ดีลนี้เป็นเพียงการขายสิทธิจำหน่ายภายใต้แบรนด์ หรือขายสิทธิการใช้เครื่องหมายการค้าเท่านั้น ไม่รวมโรงงานผลิต ซึ่งในส่วนการผลิต กู๊ดเยียร์จะยังคงผลิตยางบางรุ่นให้ซูมิโตโมในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลาประมาณ 5 ปี หรือจนกว่าที่ซูมิโตโมจะผลิตเองได้เพียงพอ
ในทางกลับกัน กู๊ดเยียร์จะยังคงได้รับสิทธิจากซูมิโตโมให้ขายยางรถบรรทุกเชิงพาณิชย์แบรนด์ดันลอปในตลาดยุโรปต่อไปในระยะยาว
แบรนด์ดันลอปซึ่งเป็นแบรนด์จากสหราชอาณาจักรนั้นมีความผูกพันกับบริษัทซูมิโตโมสัญชาติญี่ปุ่นมายาวนาน 100 กว่าปี เนื่องจากซูมิโตโมก่อตั้งขึ้นมาในปี 1909 เพื่อเป็นฐานการผลิตยางให้ดันลอปในญี่ปุ่น
จนกระทั่งปี 1980 ซูมิโตโมได้เข้าซื้อแบรนด์ดันลอปในสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา หลังจากที่บริษัทแม่ดันลอปในอังกฤษประสบปัญหาทางการเงิน ในตอนนั้น ซูมิโตโมมีแผนจะใช้แบรนด์ดันลอปขยายธุรกิจไปทั่วโลก แต่ก็ต้องระงับแผนการไป หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในฮันชิน เมื่อปี 1995 ซึ่งส่งผลให้สำนักงานใหญ่ของซูมิโตโมและโรงงานในเมืองโกเบเสียหายอย่างรุนแรง
จากนั้น ในปี 1999 ซูมิโตโมได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้านทุนและธุรกิจกับกู๊ดเยียร์จากสหรัฐอเมริกา แต่ต่อมาก็ยุติการเป็นพันธมิตรกันในปี 2015 ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในประเทศตลาดเกิดใหม่
การแยกทางกันในครั้งนั้นส่งผลให้สิทธิการใช้เครื่องหมายการค้าดันลอปถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยสิทธิในตลาดยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย ตกเป็นของกู๊ดเยียร์ ส่วนสิทธิในญี่ปุ่นและบางส่วนในเอเชียเป็นของซูมิโตโม
การที่ซูมิโตโมซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้าดันลอปจากกู๊ดเยียร์ในครั้งนี้ จึงเหมือนเป็นการซื้อทรัพย์สินที่เคยเป็นของตนเองกลับคืนสู่อ้อมอก เพื่อที่จะเดินหน้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ซึ่งน่าจับตามองอย่างยิ่งว่ามูฟเมนต์นี้ของซูมิโตโมจะส่งผลให้การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเข้มข้นขึ้นมากแค่ไหน และส่งผลให้อันดับส่วนแบ่งตลาดในระดับหัวตารางเปลี่ยนไปหรือไม่
เมื่อปี 2023 ซูมิโตโมมีรายได้จากการขายยางรถยนต์ประมาณ 7,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 246,570 ล้านบาท) จากการขายแบรนด์ฟอลเคน (Falken) ในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ และขายแบรนด์ดันลอปในเซ็กเมนต์ยางราคาสูงในตลาดเอเชีย การเข้าซื้อเครื่องหมายการค้าดันลอปในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ซูมิโตโมได้ เพราะแบรนด์ดันลอปเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ซูมิโตโมตั้งเป้าว่า หลังคว้าแบรนด์ดันลอปมาแล้วจะเป็นซัพพลายเออร์ผลิตยางให้แบรนด์รถยนต์หรูอย่าง ปอร์เช่ (Porsche) และเมอร์เซเดซ-เบนซ์ (Mercedes-Benz) และตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการขายยางมูลค่าสูงจากสัดส่วน 40% ในปี 2024 เป็นสัดส่วน 60% ภายในปี 2030
ตามข้อมูลของนิตยสารไทร์บิสซิเนส (Tire Business) เมื่อปี 2024 ซูมิโตโมเป็นบริษัทยางรถยนต์ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 6 รองจากมิชลิน (Michelin) จากฝรั่งเศส บริดจสโตน (Bridgestone) จากญี่ปุ่น กู๊ดเยียร์ (Goodyear) จากสหรัฐ คอนติเนนทอล (Continental) จากเยอรมนี และพิเรลลี (Pirelli) จากอิตาลี
สำหรับภาพรวมตลาดยางรถยนต์โลก อิงตามรายงานการวิเคราะห์และพยากรณ์โดย แม็กซิไมซ์ มาร์เก็ต รีเสิร์ช (Maximize Market Research) ขนาดตลาดในปี 2023 อยู่ที่ 155,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,374,680 ล้านบาท) และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ที่ 3.8% ในช่วงปี 2024-2030 จนมีขนาด 201,350 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,978,290 ล้านบาท) ในปี 2030
รายงานของแม็กซิไมซ์ มาร์เก็ต รีเสิร์ช ระบุว่า ยางรถยนต์เป็นสินค้าที่ดีมานด์สูง ดังนั้นตลาดจึงยังสามารถขยายขนาดได้ และขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง เพราะผู้เล่นมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง โดยมีบริษัทผู้ผลิตระดับโลกและระดับภูมิภาคหลายรายแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกัน
…นอกจากการลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ และทำโปรโมชั่นเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันแล้ว การควบรวมกิจการและการซื้อกิจการก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญนิยมที่ใช้กัน
อ้างอิง :
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดยางรถยนต์โลกมีมูฟเมนต์ใหญ่ จับตาโซนหัวตารางเปลี่ยนอันดับ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net