โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทย ตีโจทย์ “Cybersecurity” เป็นความท้าทายธนาคารไทยปี 68

PPTV HD 36

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 06.20 น.
กสิกรไทย เผยความท้าทายธนาคารไทยปี 68 คาดกลุ่มธนาคารหันมาเพิ่มงบด้าน “Cybersecurity” มากขึ้น พร้อมแนะนำหุ้นเด่น KTB

บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์ “Banking Sector : การเพิ่มงบด้าน Cybersecurity ความท้าทายธนาคารไทยใหม่ปี 68” โดยระบุว่า การเพิ่มงบประมาณด้าน cybersecurity กำลังกลายเป็นแนวโน้มทั่วโลก โดยเชื่อว่างบประมาณด้าน cybersecurity ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มธนาคารกำลังกลายเป็นแนวโน้มทั่วโลก กรอบความรับผิดชอบร่วม (SRF) ของประเทศสิงคโปร์มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับการหลอกลวงทางฟีชชิ่ง

โดยเรียกร้องให้สถาบันการเงินและกลุ่มโทรคมนาคมต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2567 กรอบความรับผิดชอบร่วมกำหนดมาตรการต่าง ๆ เช่น cooling-off periods เป็นเวลา 12 ชั่วโมง, การแจ้งเตือนการทุจริตแบบเรียลไทม์และการกรองข้อความ SMS อย่างเข้มงวด มีการประเมินความรับผิดชอบตามลำดับขั้น เริ่มต้นจากสถาบันการเงิน ตามมาด้วยกลุ่มโทรคมนาคมและผู้บริโภค หากทั้ง 2 ฝ่ายปฎิบัติตามหน้าที่

นอกจากนี้กลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง cybersecurity เป็นอันดับต้น ๆ ในปี 2568 โดยตั้งเป้ารับมือกับภัยคุกคามที่มากขึ้น โดย 43% ระบุว่าเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด

คาดกลุ่มธนาคารไทยจะดำเนินตามแนวโน้มดังกล่าว

คาดว่ากลุ่มธนาคารไทยจะต้องเพิ่มการลงทุนด้าน cybersecurity ในปี 2568 หนุนจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การโจมตีด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น, การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบีบบภายใต้ SRF และค่าใช้จ่ายด้าน IT ที่สูงขึ้น การโจมตีด้านไซเบอร์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 61 เหตุการณ์ ในปี 2564 มาอยู่ที่ 2,135 เหตุการณ์ ในปี 2567 SRF ที่ได้รับต้นแบบจากสิงคโปร์จึงกำหนดให้กลุ่มธนาคารและโทรคมนาคมต้องร่วมรับผิดชอบต่อการหลอกลวงออนไลน์ซึ่งทำให้ธนาคารไทยต้องอัปเกรดระบบตรวจจับการทุจริตโดยร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมและเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ปัจจุบัน ธุรกิจในประเทศไทยใช้จ่ายเงินแค่ 0.2% ของรายได้ ในด้านความปลอดภัยด้าน IT น้อยกว่าของประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่ที่ 0.7% แม้ความถี่ของการโจมตีมากกว่าก็ตาม

ความท้าทายมากขึ้นในการลดสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้

คาดว่าการใช้จ่ายเงินด้าน IT ในกลุ่มธนาคารของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2568 จากการลงทุนด้าน cybersecurity และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบซึ่งจะเพิ่มความท้าทายในการลดสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ เราคาดว่าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นจาก 45% ในปี 2567 มาอยู่ที่ 46% ในปี 2568-69 และคาดกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก เช่น TISCO, KKP และ TTB จะประสบกับความท้าทายมากกว่าจากการประหยัดต่อขนาดที่มีน้อยกว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นคาดจะมาจากการอัปเกรดเทคโนโลยี (ระบบตรวจจับการหลอกลวง, การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์), ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (การช่วยเหลือลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง, การฝึกอบรมพนักงาน) และการติดตามเรื่องการปฎิบัติตามกฎระเบียบ ค่าใช้จ่ายด้าน IT เพิ่มขึ้นจาก 6.7 พันลบ. ในไตรมาส 1/2563 มาอยู่ที่ 1.51 หมื่นลบ. ในไตรมาส 3/2567 และคิดเป็นสัดส่วนที่ 15% ของ Opex และ 5% ของรายได้รวม

กสิกรไทยยังคงมุมมองลบต่อกลุ่มธนาคารจากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดเติบโตขึ้นเล็กน้อยในปี 2568 จากสินเชื่อที่เติบโตช้าลง NIM ที่ลดลงจากการลดดอกเบี้ยนโยบาย และปัจจัยเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังคงอยู่แม้ออกมาตรการบรรเทาหนี้ใหม่ การใช้จ่ายเงินด้าน IT ที่สูงขึ้นสำหรับเรื่อง cybersecurity อาจกดดันกำไรแม้คาดผลกระทบจะจำกัดก็ตาม

หุ้นเด่น KTB ซื้อ : TP 23.00 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นยังอ่อนแรง รอดูเงินเฟ้อสหรัฐฯ แนะนำ ADVANC, BBL

เอกชนแนะรัฐฟื้น "คนละครึ่ง" เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

เฮียฮ้อ ขายหุ้น RS ออกอีก 5.4523% เหลือ 15.4406%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสิกรไทย ตีโจทย์ “Cybersecurity” เป็นความท้าทายธนาคารไทยปี 68

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...