เพื่อนครูร่ำไห้ ประกาศตามหา ครูวี เจอมรสุมชีวิตหนัก ก่อนลาออกไปเป็นกรรมกร
ญาติประกาศ ตามหาครูวี วัย 45 ปี เจอมรสุมชีวิต ยอมลาออกจากข้าราชการครู รับบำเหน็จ ทั้งที่ครบกำหนดรับเงินเกษียณ อีกแค่ 2 ปี หันไปทำงานก่อสร้างต่างจังหวัด ขาดการติดต่อ ซ้ำร้ายติดเหล้า ป่วยไตระยะสุดท้าย วอนใครพบเห็นประสานกลับหาญาติ พร้อมดูแลช่วยเหลือ
วันที่ 7 พ.ย. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ครูวี นายวีระชัย ศรีงาม อายุ 45 ปี ครูชำนาญการพิเศษสอนวิชาคณิตสาสตร์ อดีตครูสังกัด โรงเรียนค้อวิทยาคม หมู่ 18 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เดิมเป็นชาว จ.อุบลราชธานี ก่อนรับราชการเรื่อยมา จนกระทั่งมาทำงานที่ จ.นครพนม แต่เจอมรสุมชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา พ่อ-แม่เจ็บป่วย รวมถึงพี่ชายเสียชีวิต พร้อมทั้งขาดสภาพคล่องในการดูแลครอบครัว จำเป็นต้องขายบ้านและมรดกที่ดิน มาแก้ปัญหา ทั้งที่บ้านหลังดังกล่าวมาจากน้ำพักน้ำแรง โดยหวังสร้างเป็นเรือหอแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกับแฟนสาว สุดท้ายฝันสลาย ถูกแฟนสาวบอกเลิก ก่อนที่ต่อมาพ่อ-แม่จะเสียชีวิต ทำให้ ครูวี เสียหลักในชีวิต จนกระทั่งยอมลาออกจากข้าราชการครู เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อไปทำงานก่อสร้างต่างจังหวัด จนกระทั่งขาดการติดต่อไป
ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูล โรงเรียนค้อวิทยาคม ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พบว่า ครูวี นายวีระชัย ศรีงาม อายุ 45 ปี ครูชำนาญการพิเศษ ย้ายมารับราชการที่โรงเรียนดังกล่าว ประมาณ 1 ปี ถือเป็นครูที่มีความขยัน มุ่งมั่น ในการดูแลนักเรียน แต่เจอมรสุมชีวิต ทำให้ตัดสินใจลาออก เพื่อไปทำงานก่อสร้าง หวังมีรายได้เพิ่ม ทั้งที่เพื่อนครู และผู้บังคับบัญชา พยายามให้กำลังใจ อยากให้อดทนทำงานต่อ อีก 2 ปี จะครบกำหนด เข้าหลักเกณฑ์รับบำนาญ แต่เจ้าตัวได้ยื่นลาออกจากข้าราชการ เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 รับเงินบำเหน็จ ประมาณ 1.8 ล้านบาท เพื่อออกไปตั้งหลักทำงานก่อสร้าง ต่างจังหวัด
จนกระทั่งทราบข่าวว่า ครูวี ติดเหล้าอย่างหนักจากปัญหาความเครียดและมรสุมชีวิต ซ้ำยังป่วยโรคไตระยะสุดท้าย และยังขาดการติดต่อกับทุกคน นอกจากนี้ยังมีหนี้สินที่มีการกู้เป็นเงิน ราว 3 ล้านบาท และมีเพื่อนครู ค้ำอีก 6 คน แต่ยืนยันว่า ทุกคนไม่หนักใจ ยอมเฉลี่ยใช้ภาระหนี้แทน เพียงต้องการช่วยเหลือบั้นปลายชีวิต เพราะเห็นเป็นคนดี มีความตั้งใจทำงาน
ทั้งนี้ ทางญาติ และเพื่อนครู หนึ่งในนั้น คือ นางสุมาลี จันทะพิมพ์ หรือคุณครูน้อย อายุ 52 ปี ครูสอนวิชาเคมี ซึ่งเป็นคนที่ครูวีเคารพนับถือที่สุด ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อ เพื่อให้ช่วยกันหาข้อมูล และตามหาตัวครูวี โดยอยากรู้ชะตากรรมชีวิต และอยากให้สังคมช่วยเหลือ พร้อมกลับมาดูแลรักษาตัว ด้วยความเป็นห่วง
ครูน้อย เผยว่า ครูวี เป็นคนสดใสร่าเริง ตนถือเป็นเพื่อนครูในโรงเรียนเดียวกันที่มีความสนิทสนมกับน้องคนนี้ที่สุด ยอมรับว่าชีวิตครูวี น่าสงสารที่สุด เคยตั้งใจสร้างบ้านหนึ่งหลัง เพื่อเตรียมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับสาวสวยในหมู่บ้าน เพราะมีการหมั้นหมายกันเป็นอย่างดี โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้และเป็นพยาน ต่อมามีปัญหาชีวิตและมรสุมชีวิตหนักขึ้น จนแฟนสาวบอกเลิก โดยอ้างเหตุผลเราไปกันไม่ได้ ทำให้ครูวี เครียด จากคนร่าเริงกลายเป็นคนเก็บตัวเงียบ หันไปพึ่งเหล้าเป็นเพื่อน จนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตามด้วยโรคเบาหวาน รับประทานยาตามแพทย์สั่ง แต่ยังไม่ยอมหยุดดื่มเหล้า กระทั่งป่วยด้วยโรคไตระยะสุดท้าย แพทย์บอกต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 วัน จึงเป็นเหตุผลให้ครูวีปฏิเสธการรักษาทุกชนิด และเลิกกินยาลดความดันรวมทั้งโรคเบาหวาน
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคาดคิดว่าครูวีจะยื่นหนังสือลาออก แม้จะมีการยื้อใบลาออกไว้ เพื่อโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจ ตนบอกว่าให้อดทนเอาอีก 2 ปี ค่อยลาออกเพื่อได้บำนาญ หากลาออกตอนนี้จะได้แค่เงินบำเหน็จ และไม่ได้สิทธิ์รักษาพยาบาล แต่คิดว่า ครูวี จะรู้ตัวว่าตนคงอยู่ไม่ถึง จึงเลือกที่จะขอลาออกเพื่อได้เงินบำเหน็จประมาณ 1.8 ล้านบาท ทราบว่านำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้หนี้นอกระบบ ส่วนเงินกู้ในระบบที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมัธยมศึกษานครพนม มีจำนวน 3 ล้านบาท มีเพื่อนครูรวม 6 คนเซ็นค้ำประกัน หนึ่งในนั้นก็มีตนรวมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้หนักใจอะไร มีแนวทางแก้ไข เพียงแค่อยากรู้ชะตากรรมของ ครูวี ว่าอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างไร