โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยร่วม BRICS เป็นทางการ จับตาประเทศตลาดเกิดใหม่คานอำนาจโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ม.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2568 เวลา 07.03 น.
สนั่น อังอุบลกุล-ชัยชาญ เจริญสุข

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีประเทศสมาชิก 9 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และอิหร่าน BRICS ได้มีการขยายสมาชิกอย่างเป็นทางการ โดยอินโดนีเซีย เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศแรกที่ได้สถานะสมาชิกลำดับที่ 10 เต็มตัว

การเข้าร่วม BRICS อย่างเป็นทางการของไทย จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกBRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมีประชากรรวมกันกว่า 4,000 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของโลก มีจีดีพีรวม 25% ของโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ การเข้าเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS ทั้งยังเป็นการส่งเสริมบทบาทของไทยในกรอบความร่วมมือพหุภาคี ซึ่งไทยต้องการผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาได้รับความสำคัญมากขึ้น

รวมถึงแสดงความพร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่ม BRICS กับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ไทยมีบทบาทสำคัญ อาทิ อาเซียน เอเปค ACD และ BIMSTEC ด้วย อย่างไรก็ดี ในปี 2568 บราซิลจะเป็นประธานกลุ่ม BRICS ซึ่งไทยจะมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมบางรายการในฐานะประเทศหุ้นส่วนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือของกลุ่ม BRICS ด้วย

เอกชนชี้ BRICS ขั้วอำนาจใหม่

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และในฐานะประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยมองว่าบทบาทของกลุ่ม BRICS มีความน่าสนใจ และถือเป็นการจับขั้วกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาใหม่ที่จะเข้ามามีส่วนคานอำนาจในเวทีเศรษฐกิจโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการริเริ่มใช้สกุลเงินของตัวเองหรือกลไกทางเศรษฐกิจที่ไม่ต้องพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยและภาคเอกชนไทยอยู่ 4 ประเด็นหลัก ๆ คือ

1.การเข้าร่วม BRICS ของไทย จะช่วยให้การกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จากความผันผวนของปัญหา Geopolitics โดยลดการพึ่งพาตลาดเดิม เช่น สหรัฐและยุโรป และเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดียและแอฟริกาใต้ ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตของตลาดสูง

2.BRICS จะมีส่วนช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของไทย เนื่องจากกลุ่ม BRICS มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานผ่านกลไกอย่าง New Development Bank (NDB) ซึ่งเอกชนไทยสามารถเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการเหล่านี้ โดยเฉพาะในด้านก่อสร้าง เทคโนโลยี และบริการ ทั้งนี้ หากไทยสามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มได้ก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้สมบูรณ์มากขึ้น

3.เป็นโอกาสของไทยในการขยายตลาดสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง ต้องยอมรับว่า ความต้องการสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าเทคโนโลยีในประเทศ BRICS ยังคงสูง เอกชนไทยสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่เน้นคุณภาพและนวัตกรรม เช่น สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ เทคโนโลยีเกษตร และบริการด้านสุขภาพ โดยการส่งออกของไทยไปยังกลุ่ม BRICS (9 ประเทศสมาชิกทางการ) โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 มีมูลค่า 42,769.8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20% ของการส่งออกทั้งหมด และยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกในอนาคต

4.การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ หากในอนาคต BRICS สามารถพัฒนาไปสู่การใช้สกุลเงินของตัวเองหรือการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น เอกชนไทยอาจลดต้นทุนจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และสามารถใช้กลไกทางการเงินที่เอื้อต่อธุรกิจมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญที่ไทยควรมุ่งเน้นในฐานะประเทศ“พันธมิตรยุทธศาสตร์” ของกลุ่ม BRICS คือ การใช้จุดแข็งทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจของไทยในการเชื่อมโยงระหว่าง BRICS กับภูมิภาคอาเซียน ในการพัฒนาความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี และวัฒนธรรมจะช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าเราต้องการรักษาสมดุล และเป็นมิตรกับทุกกลุ่มประเทศโดยไม่ได้เลือกข้าง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าและการส่งออกในตลาดโลก

เน้นวางตัวเป็นกลางชาติการค้า

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ไทยเข้าร่วมหุ้นส่วนความตกลงต่าง ๆ และล่าสุดไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการว่า ไทยจะต้องยึดหลักการวางตัวเป็นกลาง ในขั้วมหาอำนาจ ทั้งจีน รัสเซีย และอินเดีย แม้จะเป็นเพียงข้อตกลงความร่วมมือ ไม่ใช่ข้อตกลง FTA

หากไทยวางหลักการมั่นคง เป็นชาติการค้า และรักษาสมดุล หรือความเป็นกลางเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ จะทำให้มีพันธมิตรที่หลากหลาย เป็นโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ ๆ อีกทั้งทำให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการส่งออกของไทยไปกลุ่ม BRICS ได้ และในปี 2567 การส่งออกไปตลาดกลุ่มนี้ก็เติบโตได้ดีขยายตัว 4%

โดยเฉพาะประเทศบราซิล รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกาใต้ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ ขณะที่จีนและอินเดีย เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้จะทำให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตถูก ทั้งพลังงาน ก๊าซ และปุ๋ย ได้ราคาถูกจากในกลุ่มนี้ และมีโอกาสค้าขายด้วยเงินหยวน เงินบาท หรือ
สกุลอื่น ทำให้มีความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้น เพราะจะมีการลดการใช้ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ไทยอาจถูกมาตรการกีดกันทางการค้าจากชาติตะวันตก ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ของไทยยังมีโอกาสที่ไทยจะถูกทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม ทำให้การส่งออกไทยไปสหรัฐลดลง เพราะทรัมป์ขู่ BRICS จะเก็บภาษี 100% หากเลิกใช้ดอลลาร์สหรัฐ การวางตัวเป็นกลางของประเทศไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการค้าในตลาดโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยร่วม BRICS เป็นทางการ จับตาประเทศตลาดเกิดใหม่คานอำนาจโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...