โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เกษตรกรราชบุรี สุดเจ๋ง ใช้เวลา 15 ปี ผสมสายพันธุ์มะม่วง อาร์จีสยาม รสชาติหวานหอม

Khaosod

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.39 น.
เกษตรกรราชบุรี สุดเจ๋ง ใช้เวลา 15 ปี ผสมสายพันธุ์มะม่วง อาร์จีสยาม รสชาติหวานหอม

เกษตรกรราชบุรี สุดเจ๋ง ใช้เวลา 15 ปี ผสมสายพันธุ์มะม่วง อาร์จีสยาม รสชาติหวานหอม ขายได้ราคาดี กำลังเป็นที่สนใจของลูกค้าต่างประเทศ

วันที่ 13 พ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวพาไปดูความสำเร็จในการทดลองนำมะม่วง 2 สายพันธุ์มาผสมกันจนได้ลูกพันธุ์ผสมใหม่เจ้าแรกของประเทศไทย หรือ ของโลกก็ว่าได้ ขณะนี้ได้จดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ จากกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว เป็นมะม่วงสายพันธุ์ใหม่ คือ “อาร์จีสยาม”


โดยนายราเชนทร์ สุขหวานอารมณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ส่งออกมะม่วง อ.บางแพ จ.ราชบุรี ทดลองนำมะม่วงสายพันธุ์พ่อ คือ พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง มาผสมกับสายพันธุ์แม่คือ พันธุ์อาร์ทูอีทู ลองผิดลองถูกผสมกันหลายสายพันธุ์ยาวนานกว่า 15 ปี จนประสบความสำเร็จได้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ออกมาชื่อว่า พันธุ์อาร์จีสยาม ด้วยมีคุณสมบัติเด่น คือ ผลมีลักษณะคล้ายมะม่วงน้ำดอกไม้ มีสีแดงสด ผสมเหลือง เปลือกหนาต้านทานโรคและแมลงทำลายได้ดี

โดยไม่ต้องห่อถุงเมื่ออยู่บนต้นเหมือนมะม่วงทั่วไป รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จะเก็บลูกมาบ่มหนักประมาณ 4-4.50 ขีด กำลังเป็นน้องใหม่ในวงการมะม่วงไทย และเป็นที่สนใจของชาวต่างประเทศโดยเฉพาะแถบยุโรป จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่จะชอบมะม่วงที่มีผลสีแดงสดมากกว่าสีเหลืองทอง

นายราเชนทร์ กล่าวว่า ต้นพันธุ์ที่ได้เสียบยอดไว้ของพันธุ์อาร์จีสยาม เกิดจากต้นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมา ต้นแม่เป็นพันธุ์อาร์ทูอีทู ต้นพ่อเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง นำมาผสมที่ดอกของพันธุ์อาร์ทูอีทู แล้วเอาเม็ดของอาร์ทชอีทู ไปเพาะแล้วเกิดขึ้นมาเป็นอาร์จีสยาม ตอนนี้ทดลองทำมา 15 ปีแล้ว จนมั่นใจว่าสามารถนำมาเผยแพร่ได้เอาไปเป็นพืชทางเลือกของมะม่วงไทย

ปัจจุบันจะเห็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองเป็นตัวหลัก สีเนื้อของอาร์จีสยามจะเหลืองอมส้ม รสชาติค่อนข้างหวานประมาณสูงสุดถึง 20 บริกซ์ ด้วยคุณลักษณะของมะม่วงทั้งสองสายพันธุ์ ได้รูปทรงของพันธุ์น้ำดอกไม้มา และได้สีของพันธุ์อาร์ทูอีทูมาด้วย

จุดเด่น คือ ทนต่อโรค ทนต่อการขนส่งได้ดี ติดผลดี อย่างที่เห็นนี้เป็นต้นที่เสียบยอดของมะม่วงสายพันธุ์อาร์จีสยาม ปัจจุบันมีขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น เดอะมอลล์ ท็อป และยังส่งจำหน่ายต่างประเทศ ตอนนี้ได้ปลูกไว้ประมาณ 1 พันต้นแล้ว และกำลังติดผลประมาณ 300 ต้น มั่นใจว่าให้เป็นพืชทางเลือกแก่เกษตรกรที่สนใจในการปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริมใช้เวลานานในการพัฒนาสายพันธุ์ ผลผลิตที่มีออกมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว ถึงนำออกมาสู่ตลาดโลก

ปัจจุบันมีวางขายแล้ว เคยส่งต่างประเทศถ้าเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้ประมาณกิโลกรัมละ 60 บาท แต่พันธุ์อาร์จีสยามส่งขายกิโลกรัมละ 110 บาท ลูกค้าถูกใจ มาปีนี้เป็นการออกรุ่นทวายรุ่นที่ 2 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรที่สนใจอยากปลูกมะม่วงสายพันธุ์ใหม่ เป็นรายได้เสริมอีกทางที่จะช่วยสร้างรายได้

ด้านนายสุพัฒน์ อ่อนคง เกษตรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ราชบุรีมีการปลูกมะม่วงกว่า 2 หมื่นไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.บางแพ อ.ปากท่อ อ.จอมบึง ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นที่ต้องการของตลาดคือ พันธุ์น้ำดอกไม้ และน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ส่วนที่นี่มีสายพันธุ์ใหม่คือ อาร์จีสยาม ซึ่งได้เริ่มมีการทำช่องทางการตลาด และได้จดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นเกษตรกรที่มีความโดดเด่นเรื่องการปรับปรุงและพัฒนามะม่วง ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

สำหรับการปลูกเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ มีการยกร่องให้สูง ในสวนมีการปลูกหลายพันธุ์ เช่น น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 อาร์จีสยาม พันธุ์อาร์ทู อีทู และอีกหลายสายพันธุ์ การดูแลก็คล้าย ๆ กับมะม่วงทั่วไป แต่พันธุ์อาร์จีสยามจะต้องคอยแต่งกิ่งที่อยู่ใกล้ลูกออกเพื่อให้โดนแดด จะทำให้ลูกมีสีแดงสดขายได้ราคาดี การปลูกใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะให้ผลผลิต

ส่วนการติดผลใช้เวลาประมาณ 105-120 วัน จึงจะเก็บผลผลิตได้ ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นเจ้าแรกในการใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดมาใช้ห่อมะม่วง ซึ่งทำจากยางพารา สามารถย่อยสลายได้ใน 1 ปี 6 เดือน มีประโยชน์ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กันกระแทกได้ดีในการขนส่งในระยะทางที่ไกล ๆ อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายราเชนทร์ สุขหวานอารมณ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ส่งออกมะม่วงอำเภอบางแพ เบอร์ 086-0419571

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรกรราชบุรี สุดเจ๋ง ใช้เวลา 15 ปี ผสมสายพันธุ์มะม่วง อาร์จีสยาม รสชาติหวานหอม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...