โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิจัยชี้ ถ้าเจอมรสุมชีวิต ให้ลองทุ่มเททำงานดูสักครั้ง เพราะงานช่วยคลายเครียดได้จริง!

Mission To The Moon

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ชีวิตในวัยผู้ใหญ่อาจจะมอบรสชาติที่หลากหลายให้กับใครบางคน ด้วยภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ทั้งเรื่องงาน เรื่องปากท้องของตัวเองและคนในครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ รวมถึงความคาดหวังและเป้าหมายของตัวเอง
.
แต่ถึงแม้ว่าผู้คนในยุคนี้จะให้ความสำคัญกับ Work-life Balance และพยายามบริหารแกนในส่วนของงานได้ดีแล้ว แต่ถ้าแกนอีกด้านหนึ่งประสบปัญหาจนกระทบกับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของเราขึ้นมาก็อาจจะส่งผลเสียให้กับสุขภาพจิตได้เช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เรากำลังเผชิญกับความเครียดทางสังคม (Social Stress) ซึ่งเป็นความเครียดที่ไม่ได้เกิดจากงาน หลายคนอาจไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะช่วยดึงเราออกจากช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างนั้นได้ก็คือ ‘การทำงาน’ นี่เอง
.
.
มรสุมชีวิตทำให้คนเครียดจนงานพังได้
.
แม้ว่าจะได้ทำงานในองค์กรที่ดี และรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานที่สนับสนุนช่วยเหลือกัน แต่ภายนอกของพนักงานที่มีความสุขกับเรื่องงาน แท้จริงแล้วอาจจะซ่อนความเครียดและความวิตกกังวลอยู่ภายในใจก็ได้
.
เรามักจะมองว่าความเครียดของคนวัยทำงานเกิดจาก ‘ปัญหาเรื่องงาน’ ไม่ว่าจะเป็นภาระงานที่หนักเกินไป ปัญหาความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ปัญหาในองค์กร หรือความหนักอกหนักใจเล็กๆ น้อยๆ ของคนทำงานก็ทำให้เกิดความเครียดได้
.
แต่ความเครียดทางสังคม (Social Stress) เช่น รู้สึกกดดันเมื่อต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน กลัวการถูกตัดสินในแง่ลบ ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกจับจ้อง หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนเยอะๆ ซึ่งเป็นอาการวิตกกังวลที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากอีกแกนซึ่งไม่ใช่เรื่องงานก็ส่งผลกับสภาวะทางใจอย่างมากไม่แพ้กัน
.
ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียดทางสังคมอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเราถดถอยลง แล้วก็สร้างความเครียดจากเรื่องงานซ้ำเป็นทอดๆ ต่อไปได้ด้วย
.
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใหญ่ซึ่งมีอายุระหว่าง 18 ถึง 60 ปีจำนวน 250 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ‘โรควิตกกังวลทางสังคม’ หรือ Social Anxiety Disorder เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์ โดยติดตามจำนวนชั่วโมงการทำงานของผู้เข้าร่วมแต่ละคน พร้อมกับบันทึกอาการวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า เพื่อดูว่าสภาวะทางจิตใจสัมพันธ์กับการทำงานหรือไม่
.
จากผลการวิจัยชิ้นนี้ระบุว่าความเครียดที่เกิดจากชีวิตส่วนตัว หรือผู้คนรอบตัวมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนชั่วโมงทำงานไม่ได้มีผลต่อโรควิตกกังวลทางสังคมของกลุ่มสำรวจ แต่อาการวิตกกังวลและความเครียดทางสังคมลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานอย่างชัดเจน
.
นาตาลี ดาทิลโล (Natalie Datillo) นักจิตวิทยาคลินิกและอาจารย์จากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดกล่าวว่าเมื่อพนักงานได้รับผลกระทบทางใจจากความเครียดทางสังคม หรือมีเรื่องหนักใจในชีวิตอยู่แล้ว เป็นธรรมดาที่พวกเขาอาจมีพฤติกรรมแยกตัวแม้อยู่ในที่ทำงานด้วยเช่นกัน
.
แต่ถ้าเรามีปัญหาชีวิตมากพออยู่แล้ว และยังหลีกเลี่ยงที่จะทุ่มเทให้กับงานไปอีกก็จะยิ่งตัดโอกาสที่จะได้ฟื้นฟูจิตใจให้กับตัวเอง อีกทั้งยังกระตุ้นให้เราเกิดความเครียดและความวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก
.
.
ฮีโร่คนสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบแกน ‘ชีวิต’ ของเราให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น
.
คนทำงานหลายคนยึดมั่นคติที่ว่า ‘อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน’ อย่างไรก็ตาม นั่นอาจเป็นเพียงอุดมคติที่หลายๆ คนหยิบยกขึ้นมาเป็นเป้าหมาย แต่ในความจริงแล้วมีน้อยคนมากที่สามารถแยกทั้งสองแกนออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
.
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งเรื่องงานและส่วนตัวยังเป็นองค์ประกอบที่เหนียวแน่นในชีวิตของเรา ดังนั้นการบริหาร Work และ Life ให้ทั้งสองแกนนี้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องที่คนทำงานส่วนใหญ่ควรตระหนักรู้เอาไว้
.
นาตาลียังกล่าวอีกด้วยว่ายิ่งเราทำงานน้อยลงเท่าไร โอกาสที่เราจะได้สัมผัสสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น และฟื้นฟูจิตใจของตัวเองจากความเครียดทางสังคมก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น เพราะสำหรับนักวิจัยด้านจิตวิทยาแล้ว งานมีส่วนช่วยในการเสริมประสบการณ์ และการเรียนรู้เรื่องชีวิตให้กับเราได้ดังนี้
.
[ ] เพิ่มประสบการณ์ในการบริหารจัดการ และทักษะทางอารมณ์
.
การทำงานช่วยทำให้เราเรียนรู้ที่จะบริหารทรัพยากรต่างๆ และเพิ่มพูนทักษะของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะทางอารมณ์ เพื่อที่เราจะได้สามารถจัดการงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เราจะได้เรียนรู้ว่าต้องคิดอย่างไร ต้องวางตัวอย่างไร หรือต้องควบคุมอารมณ์อย่างไรเมื่อต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น
.
ดังนั้นถ้าเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิต จนรู้สึกหมดแรงและไม่อยากทำงานขึ้นมา การทำงานช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเรามากขึ้น มีมุมมองเรื่องชีวิตส่วนตัวที่เป็นระบบมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะจัดระเบียบชีวิตของเราให้ดีตามแกนเรื่องงานได้ด้วย
.
.
[ ] เปิดโอกาสให้เราได้เชื่อมต่อกับผู้คน และสังคมอีกครั้ง
.
เป็นเรื่องปกติที่ความเครียดจากมรสุมชีวิตจะทำให้หลายคนไม่อยากทำงาน เพราะกลัวว่างานจะสร้างปัญหาให้เราปวดหัวเพิ่ม จึงทำให้มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคมในที่ทำงานไปด้วย แต่ในความจริงแล้วนักวิจัยกลับมองว่าการหลบพักใจจากปัญหาชีวิตที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็คือการวิ่งเข้าหางานต่างหาก
.
เนื่องจากการทำงานยังเปิดโอกาสให้เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการพูดคุยปรึกษากันยังช่วยให้เราได้วิธีการรับมือ จัดการ และแก้ไขปัญหาในชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น
.
ด้วยเหตุนี้ ในเวลาที่เราต้องเผชิญกับปัญหาชีวิต หรือมีเรื่องหนักใจเกี่ยวกับคนใกล้ตัว แต่กลับไม่สามารถปรึกษากับใครได้ จนก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวล และกระทบกับหน้าที่การงาน เราจึงไม่ควรมองข้ามโอกาสที่จะได้เชื่อมต่อกับผู้คนอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นในบริบทของที่ทำงานก็ตาม
.
.
อย่างไรก็ตาม องค์กรเองก็ควรให้ความสำคัญกับการทำงานที่สมดุลกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัวของพนักงาน เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้พนักงานในบริษัทสนับสนุนและให้กำลังใจกัน มีเวลาสำหรับการพักผ่อน หรือมีพื้นที่ให้พนักงานแต่ละคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมต่างๆ ในชีวิตของตัวเองกับเพื่อนร่วมงานได้มากขึ้น
.
รวมถึงคนทำงานเองก็ต้องทุ่มเทให้งานอย่างถูกวิธี ไม่หักโหมทำงานราวกับประชดชีวิต เพราะถึงแม้ว่างานจะช่วยบรรเทาความเครียดจากปัญหาชีวิตได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ทำงานหนักจนมองข้ามปัญหา ทางที่ดีคือควรต้องระวังไม่ให้หมกมุ่นกับงานจนละเลยการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
.
มรสุมชีวิตหรือปัญหาส่วนตัวเป็นสิ่งที่ยิ่งแก้ไขได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งคลี่คลายความหนักอึ้งได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเราสามารถดึงตัวเองออกจากความเครียดทางสังคมด้วยงานได้แล้ว ก็อย่าลืมหาวิธีบรรเทาปัญหาชีวิตโดยเร็วด้วย
.
.
อ้างอิง
- Feeling anxious or depressed? Go to work, says Harvard psychologist: ‘Work has a protective effect on our mental health’ : Aditi Shrikant, CNBC - https://bit.ly/40NbFrs
- Social Anxiety Disorder: More Than Just Shyness : National Institutes of Health (NIH) - https://bit.ly/3Cqup6U
- Bidirectional Relationships Between Hours Worked and Social Anxiety and Depression Symptoms: A Longitudinal Study : Psychiatric Research and Clinical Practice - https://bit.ly/4ggw6Sr
- The Social Stress Theory: Understanding the Impact of Social Environment on Psychological Well-being : T. Franklin Murphy, Psychology Fanatic’ - https://bit.ly/4ga7YAM
.
.
#socialstress
#worklife
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...