โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พท. ชี้กม.สมรสเท่าเทียม เกิดจากทุกฝ่ายร่วมมือ ย้ำ ซีรีส์วาย-ยูริ ดันเศรษฐกิจให้ประเทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ม.ค. 2568 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 10.31 น.

อัครนันท์ ประกาศความสำเร็จ กม.สมรสเท่าเทียม เกิดจากทุกคนร่วมมือกัน และการต่อสู้ของภาคประชาชน ย้ำ ซีรีส์วาย-ยูริ มีศักยภาพสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สมรสเท่าเทียม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมงานเสวนา “โอกาสไทยหลังจากสมรสเท่าเทียม” (Empowering Thais: Next Step after Marriage Equality) ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ Soho House

นายอัครนันท์กล่าวว่า การต่อสู้ประเด็นเรื่องความเท่าเทียมของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างยาวนานกว่า 23 ปี รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญและยึดมั่นเสมอมาว่า คนทุกเพศ และความรักทุกรูปแบบ ควรได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นจุดยืนที่เราเชื่อมาตั้งสมัยพรรคไทยรักไทย และรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ต้องการสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างจริงจัง มุ่งมั่นว่าควรแก้กฎหมายเพื่อให้ความเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน นี่เป็นจุดเริ่มต้นและแรงผลักดันสำคัญของกฎหมายฉบับนี้

“ได้มีโอกาสเห็นคู่หลากหลายคู่ที่เข้ามาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกัน ทำให้ผมรู้สึกมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ สำหรับผมนี่ถือเป็นการทำหน้าที่ ส.ส.ได้อย่างภูมิใจ” นายอัครนันท์กล่าว

นายอัครนันท์กล่าวต่อว่า การทำงานแก้ไขกฎหมายเป็นการทำงานที่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคประชาชน กลุ่มข้าราชการกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นักการเมืองจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทุกคนพร้อมใจเข้ามาร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้กฎหมายนี้สำเร็จ ซึ่งเวลานี้บางคนอาจจะยังพูดหรือรู้สึกว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นของพรรคนี้พรรคนั้น แต่

สำหรับตนในฐานะ ส.ส. และคนที่ทำงานอยู่ในชั้น กมธ.รู้สึกว่านี่มันไม่ใช่กฎหมายของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นกฎหมายของประชาชน ที่แก้ไขออกมาเพื่อประชาชน หากจะมีใครเทกเครดิตก็ควรเป็นเครดิตของการทำงานร่วมกัน ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ได้คืนความเป็นมนุษย์ให้กับคนทุกคนเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ เพื่อเปิดรับการลงทุนใหม่ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น

“ตัวอย่างเช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมซีรีส์วาย หรือซีรีส์ยูริ ซึ่งในสมัยที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ยังดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์อยู่ ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยนำเสนอความคิดเห็นในการพัฒนาอุตสาหกรรมซีรีส์ ควบคู่ไปกับการนำเสนอสินค้าท้องถิ่น (local product) ประเด็นนี้ก็ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลเป็นอย่างดี ผมได้เล่าให้ท่านฟังว่าวันนี้โลกใบนี้มันไม่ได้มีแค่สองเพศ และเมกกะเทรนด์ที่กำลังมาในเวลานี้ก็คือเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQ” นายอัครนันท์กล่าว

นายอัครนันท์กล่าวต่อว่า และสิ่งที่มีศักยภาพมากที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้คือเรื่องของซีรีส์วาย และซีรีส์ยูริ ซึ่งอุตสาหกรรมนี้กำลังเติบโตมากและหากเราเข้าไปสนับสนุนหรือส่งเสริมมันจะสร้างประโยชน์ได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจหรือด้านสังคม และอุตสาหกรรมนี้มีศักยภาพจริงๆ ได้มีการดำเนินการสั่งการให้มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจังมาจนถึงปัจจุบัน เมื่ออุตสาหกรรมบันเทิงอย่างซีรีส์วาย มีฐานคนดูที่เป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะสอดแทรกสินค้าท้องถิ่น อาหาร หรือวัฒนธรรมไทยเข้าไป ถือเป็นการกระตุ้นให้คนดูมีความรู้สึกร่วม เช่น อยากกินอาหารไทย อยากซื้อสินค้าไทย หรือแม้แต่กระทั่งอยากเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่สร้างผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจให้กับประเทศทั้งหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พท. ชี้กม.สมรสเท่าเทียม เกิดจากทุกฝ่ายร่วมมือ ย้ำ ซีรีส์วาย-ยูริ ดันเศรษฐกิจให้ประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...