โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“โกโก้ร้านไอ้ต้น” แฟรนไชส์สัญชาติไทย ปีเดียว ขยายสาขา 160 แห่งในจีน ความแปลก ที่กลายเป็นเอกลักษณ์

Thairath Money

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 04.02 น.
ภาพไฮไลต์

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลาดผู้บริโภคคนจีน นับเป็นอีก 1 จักรวาลการเติบโตของแบรนด์ไทยในหลากหลายธุรกิจ และความคลั่งไคล้ในรสชาติอาหาร - เครื่องดื่มไทยในหมู่คนจีน ก็ได้ช่วยให้แบรนด์ไทยแจ้งเกิดแบบตะโกนไม่ยากนัก ยิ่งวัฒนธรรมจากอินเทอร์เน็ต การพูดต่อบอกต่อในโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอิทธิพลมาก

“โกโก้ร้านไอ้ต้น” คือ แบรนด์เครื่องดื่มโกโก้ชื่อดังจากไทยที่ไปเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจีน นับตั้งแต่เข้าไปเปิดตลาดปี 2566 ผ่านการขายลิขสิทธิ์ตัวตนของแบรนด์หรือแฟรนไชส์

โดยล่าสุด ภายในระยะเวลาปีกว่าๆ “โกโก้ร้านไอ้ต้น” หรือชื่อภาษาจีน : 大胡子冰可可 นั้น พบว่ามีการขยายสาขาตามเมืองต่างๆ ในหลายมณฑลรวมกว่า 160 แห่ง ทั้งที่เป็นรูปแบบร้านประจำหรือร้านป็อปอัพสโตร์ตามสถานที่หรือศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครคุนหมิง

ข้อมูลรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน ระบุว่า กลยุทธ์และความสำเร็จของ “โกโก้ร้านไอ้ต้น” ซึ่งได้รับความนิยมและพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียของจีนนั้น

มาจากความแปลกใหม่ โดยมีจุดเด่นที่โลโก้ร้านเป็น “รูปนักเรียน” ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของ “ต้น-ประชานารถ โพธิสาราช” เจ้าของแบรนด์ที่เป็นคนไทย

ลูกเล่นในการขายของแบรนด์ดังกล่าว คือ การปรับเปลี่ยนหนวดหรือการแต่งกายของต้นบนโลโก้ข้างแก้ว ให้มีรูปลักษณ์แตกต่างกันไปตามเมนูและระดับความเข้มข้นที่ลูกค้าเลือก เช่น หากสั่งโกโก้รสช็อกโกแลตมินต์ หนวดของต้นจะเป็นสีเขียว หรือหากสั่งเมนูพิเศษช่วงคริสต์มาส ต้นก็จะแต่งตัวเป็นซานตาคลอส

ด้วยการตลาดรูปแบบที่สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร ทำให้ดึงดูดกลุ่มคนหนุ่มสาวจำนวนมากให้มาแวะมาเช็คอินและถ่ายรูปบอกต่อร้านฯ รวมถึงเมนูต่างๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียลยอดนิยมของจีนอย่าง Little Red Book (ชื่อภาษาจีน : 小红书 XiaoHongShu) เป็นจำนวนมาก

เมนูของร้านเน้นไปที่โกโก้เป็นหลัก โดยวัตถุดิบที่ใช้ในร้านประมาณ 50% นำเข้าจากประเทศไทย ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติและความเข้มข้นได้ตามต้องการ มีระดับความเข้มข้น 4 ระดับให้เลือก ได้แก่ “ละอ่อน” “เข้ม” “โคตรเข้ม” และ “โคตรหวาน” ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ถึง 22 หยวน

ซึ่งนอกจากการตลาดและเครื่องหมายการค้าที่โดดเด่นของโกโก้ร้านไอ้ต้น จุดเด่นที่สำคัญอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายสาขาอย่างรวดเร็วก็คือ ต้นทุนการลงทุนเปิดร้านที่ต่ำ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านใหญ่ก็สามารถเริ่มต้นขายได้ ซึ่งเข้าถึงกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์แต่มีเงินลงทุนไม่มาก หรือต้องการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เสียเงินลงทุนเปิดร้านมากจนเกินไป

ท้ายที่สุด การเติบโตของโกโก้ร้านไอ้ต้นในตลาดจีน สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยแบรนด์ได้สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว และการออกแบบที่หลากหลาย สร้างความขบขันเพื่อให้ดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักในจีน

ทำให้เกิดการแชร์และแนะนำผ่านโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง เพราะเทรนด์ของธุรกิจจะขายไม่เฉพาะแต่ตัวสินค้าเท่านั้น การสร้างความจดจำและแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ จะนำไปสู่การขายลิขสิทธิ์ที่เป็นจุดเด่นสำคัญสำหรับโอกาสโกอินเตอร์สำหรับแฟรนไชส์สัญชาติไทยรายอื่นต่อไป

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ,cocoaiton.com

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...