รถกระบะตู้ทึบชนช้างป่า! ทางเข้าสถานีวิจัยต้นน้ำมูล อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา คนขับเจ็บ ส่วนช้างวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าหายไป
วันนี้ เมื่อเวลา 05.30 น. รับแจ้งอุบัติเหตุ รถกระบะตู้ทึบบรรทุกผัก ชนกับช้างป่าอย่างรุนแรง เหตุเกิดที่ทางเข้าสถานีวิจัยต้นน้ำมูล อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นอกเขต อช.เขาใหญ่ ถนนผ่านศึก-กุดคล้า (นม.1016) ส่งผลให้คนขับรถกระบะตู้ทึบ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ นำส่ง รพ.ใกล้เคียงเรียบร้อย ส่วนช้างป่าคาดว่าได้รับบาดเจ็บวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าหายไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเดินเท้า ตามหาช้างป่าเพื่อดูอาการบาดเจ็บ แจ้งผู้ใช้เส้นทางนี้ โปรดเพิ่มความระมัดระวังกันด้วย!
ด้านนายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 05.50 น. เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพตู้ทึบทะเบียน กรุงเทพมหานคร พุ่งชนช้างป่าที่กำลังข้ามถนน ส่งผลให้ทั้งคนขับและช้างได้รับบาดเจ็บ บริเวณทางแยกเข้าสถานีวิจัยต้นน้ำมูล บ้านเหวปลากั้ง หมู่ 10 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ผู้บาดเจ็บ อายุ 63 ปี ภูมิลำเนาตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะแตกจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง รถกู้ชีพเทศบาลหมูสีได้เข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ สาขาปากช่อง เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน ส่วนช้างป่าที่ถูกรถชนคาดว่าได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก แต่ยังคงมีแรงสามารถหลบหนีเข้าป่าไปได้ เจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุในเวลาต่อมายังไม่พบร่องรอยของช้างตัวดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถประเมินความรุนแรงของบาดแผลได้ในขณะนี้
นางสาวรัชนี โชคเจริญ หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติที่ 1 ด่านตรวจ ผู้รายงานเหตุการณ์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ช้างป่ามักออกหากินและข้ามถนนเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และค่ำมืด ซึ่งมีแสงสว่างน้อยและทัศนวิสัยในการมองเห็นจำกัด
นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ได้สั่งการเร่งด่วนให้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เร่งติดตามช้างป่าที่ถูกชนเพื่อประเมินอาการบาดเจ็บและให้การดูแลรักษาอย่างเหมาะสม หากพบว่าช้างได้รับบาดเจ็บรุนแรงจะมีทีมสัตวแพทย์เข้าดูแลทันที พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์และติดตั้งป้ายเตือนเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงทุกจุด เพื่อเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและลดความเร็วในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สัตว์ป่ามักออกหากิน พร้อมกล่าวย้ำ ขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงให้ลดความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่และค่ำมืด เพิ่มความระมัดระวังสังเกตสัตว์ป่าข้ามถนนบริเวณที่มีป้ายเตือน และพร้อมหยุดรถเมื่อพบสัตว์ป่า หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บหรือพฤติกรรมผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วในพื้นที่เสี่ยงจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกทั้งต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ป่า ทั้งนี้ สำหรับอาการช้างป่าดังกล่าวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะแจ้งความคืบหน้าการติดตามช้างป่าให้ทราบต่อไป.
ขอบคุณข้อมูล-ข่าวจาก : ข่าวสระบุรี