โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โบราณว่า อัปมงคล เตือน 4 ต้นไม้ สวยแค่ไหนก็อย่าปลูกในบ้านเด็ดขาด ระวัง ซวย ป่วยไม่รู้สาเหตุ!

สยามนิวส์

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
การปลูกดอกไม้หรือไม้ประดับในบ้านมักถูกมองว่าเป็นวิธีง่าย ๆ ในการตกแต่งพื้นที่และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความ

การปลูกดอกไม้หรือไม้ประดับในบ้านมักถูกมองว่าเป็นวิธีง่าย ๆ ในการตกแต่งพื้นที่และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริง ดอกไม้ประดับบางชนิดกลับมีพิษ อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ไปจนถึงอาการเป็นพิษตั้งแต่เล็กน้อยถึงรุนแรง หากวางไว้ในพื้นที่อยู่อาศัย เมื่อสุขภาพได้รับผลกระทบ จิตใจก็ย่อมแย่ลง ชีวิตปั่นป่วน และความรู้สึก ซวย หรืออัปมงคลก็อาจเกิดขึ้นตามมาได้

1. ดอกยี่โถ - สวยสดใส แต่มีพิษทั้งต้น

ยี่โถเป็นไม้ประดับที่พบเห็นได้บ่อยในชุมชน สวนสาธารณะ หรือเกาะกลางถนน ด้วยทรงพุ่มสวยงาม ใบเขียวเป็นมัน และดอกสีชมพู แดง หรือขาวที่สะดุดตา ความสดใสภายนอกนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นพืชที่ไม่เป็นอันตราย และยังช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน

แต่ความจริงแล้วยี่โถเป็นพืชที่มีพิษสูง เกือบทุกส่วนของต้น ตั้งแต่ใบ ดอก ลำต้น ไปจนถึงราก ล้วนมีสารพิษ น้ำยางของต้นสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคือง แดง แสบร้อน หรือบวมได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หากเผลอเอามือที่สัมผัสยี่โถไปจับปากหรือดวงตา ความเสี่ยงต่อการเกิดพิษจะยิ่งเพิ่มขึ้น ที่อันตรายกว่านั้นคือ หากกินใบหรือดอกยี่โถเข้าไป อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก ยี่โถจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ปลอดภัยสำหรับปลูกในบ้านหรือหน้าบ้าน

2. ดอกลำโพง (คาโด๊กดึก) - ดอกแปลกตา แต่กลิ่นก็มีพิษ

ลำโพงหรือคาโด๊กดึกโดดเด่นด้วยดอกทรงแตรขนาดใหญ่ ห้อยลง สีขาวหรือม่วงอ่อน ให้ความรู้สึกลึกลับน่าหลงใหล ความแปลกตานี้ทำให้หลายคนเลือกปลูกเป็นไม้ประดับ โดยเฉพาะในสวนเล็ก ๆ หรือระเบียง

อย่างไรก็ตาม ลำโพงเป็นพืชที่มีพิษรุนแรง น้ำยางสามารถทำให้ผิวหนังระคายเคือง ส่วนกลิ่นดอกไม้ในพื้นที่ปิด หากสูดดมนาน ๆ อาจทำให้เวียนศีรษะ ปวดหัว หรือคลื่นไส้ โดยเฉพาะในผู้ที่ร่างกายไวต่อสารต่าง ๆ การกินส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นเข้าไปอาจก่อให้เกิดอาการเป็นพิษและรบกวนระบบประสาทได้ ดังนั้นลำโพงจึงไม่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านหรือบริเวณที่ใช้ชีวิตร่วมกัน หากพบว่าขึ้นเองใกล้บ้าน ควรกำจัดอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง

3. ต้นหูช้าง - รูปลักษณ์ดูเป็นมงคล แต่ยางทำให้แสบไหม้

ต้นหูช้าง หรือบอนประดับ เป็นที่นิยมจากใบขนาดใหญ่ ดูแข็งแรง ให้ความรู้สึกเขียวสดและหรูหรา ในความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความราบรื่น จึงยิ่งได้รับความนิยม

แต่ในความเป็นจริง ยางของต้นหูช้างมีผลึกที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง เพียงสัมผัสใบหรือลำต้น บางคนก็อาจรู้สึกคัน แสบร้อน หรือบวมแดง โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หากยางเข้าตาหรือปาก จะยิ่งอันตรายมากขึ้น ดังนั้นแม้จะดู ไม่พิษภัย แต่ต้นหูช้างก็ไม่ใช่ไม้ประดับที่ปลอดภัยสำหรับพื้นที่ปิดหรือบริเวณที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย

4. ดอกนาร์ซิสซัส (ดอกแดฟโฟดิล/ดอกสุ่ยเซียน) - สง่างาม แต่เสี่ยงอันตรายจากความสับสน

ดอกสุ่ยเซียนหรือดอกนาร์ซิสซัสเป็นที่ชื่นชอบด้วยรูปทรงดอกอ่อนช้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ และความสง่างาม ในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกยังถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความเป็นสิริมงคล มักถูกนำมาประดับในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ทั้งต้นสุ่ยเซียนมีพิษ โดยเฉพาะส่วนหัวหรือหัวใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะคล้ายหัวหอมหรือหัวกุยช่าย ใบเรียวยังอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นต้นหอม ทำให้เสี่ยงต่อการนำไปประกอบอาหารโดยไม่รู้ตัว อาการพิษที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย เวียนศีรษะ และการระคายเคืองผิวหนังหรือเยื่อบุ ดังนั้นหากปลูกสุ่ยเซียน ควรวางไว้ในที่สูง ห่างจากมือเด็ก และห้ามนำมาใช้รับประทานโดยเด็ดขาด

คำแนะนำ

แม้ไม้ดอกที่มีพิษหลายชนิดจะมีคุณค่าทางความสวยงามสูง แต่เมื่อเลือกปลูกต้นไม้ในบ้าน ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หากชื่นชอบไม้ประดับ ควรเลือกชนิดที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่เป็นอันตราย ดูแลง่าย และเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้าน

ที่มา soha

เรียบเรียง สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...