โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปชป.เปิดเวทีปราศรัย 'อภิสิทธิ์' ย้ำการเมืองสุจริต - ไม่เอาทุนเทา

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้(11 ม.ค. 69 ) ที่สวนเบญจสิริ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดปราศรัยเวทีแรก “เปิดฟ้า กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 33 คน ร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายกับประชาชน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเราจำเป็นที่ต้องซื่อตรงกับประชาชนไม่สัญญาเกินจริงนโยบายหลายอย่างที่ต้องการเปลี่ยนแปลง บางทีตนก็น้อยใจรู้สึกว่าหลายคนหัวก้าวหน้าอยากเปลี่ยนแปลง และตั้งใจทำกัน แต่เขาบอกว่ามันไม่ค่อยเร้าใจ มีการใช้วิธีไปหาผู้ร้ายก่อนแล้วก็ปลุกระดมให้คนเกลียดชังผู้ร้าย แล้วบอกว่าสุดท้ายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และมีการต่อต้านทำให้เกิดการแตกแยกตนจึงอยากยืนยันว่าใครอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงมาใช้บริการเรา
เพราะการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป ไม่ได้มีเพียงแค่ว่าอยากได้อย่างนี้ จากสิ่งที่เป็นอย่างนี้ แต่การเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปทำได้ต้องมีศิลปะว่าจะเดินจากปัจจุบันไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร

“เราปล่อยให้เกิดความแตกแยกแบบนี้มาเยอะแล้ว มีการด้อยค่าสถาบันที่เป็นหลักของชาติหลายครั้ง แต่ในที่สุดไม่ได้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือการปฏิรูป หรือแม้แต่การปรับปรุงในสิ่งที่ควรจะทำ ผมจึงบอกว่านอกจากการประกาศไม่เอาเรื่องของทุนเทา ไม่เอาทุจริตแล้ว จะทำเศรษฐกิจให้ดีๆ แล้ว ผมก็จะไม่ยอมให้เอาเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาเล่นการเมือง สร้างความแตกแยกอีกต่อไป”

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มาตรา 112 ถามว่ากี่รัฐบาลที่ผ่านมาลงไปแก้ปัญหาจริงจังหรือไม่ รัฐบาลตนเป็นรัฐบาลที่พูดเรื่องปัญหาการบังคับใช้มาตรา 112 แต่ยังไม่เห็นมีใครมาบอกว่าตนไม่จงรักภักดี เพราะสิ่งและวิธีที่ตนทำ คนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นเป็นสิทธิ์ แต่ไม่มีใครตั้งคำถามได้ เพราะตนเลือกทำเพราะรักและอยากจะปกป้องสถาบัน มีการถามเรื่องนิรโทษกรรม หรือไม่นิรโทษกรรม มันไม่มีคำตอบหรอกครับ เพราะคนที่ถูกดำเนินคดีมีทั้งคนที่แสดงความเห็นทางวิชาการ คนที่อาจจะเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ประเพณีวัฒนธรรมของไทยและก็มีคนที่แสดงเจตนาอาฆาตมาดร้าย ซึ่งคนแต่ละประเภทก็ไม่ต้องปฏิบัติเหมือนกัน สมัยตนจึงมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง เป็นรัฐบาลชุดเดียวที่กล้ากลั่นกรองคดี 112 เพราะรู้ว่าตำรวจ อัยการ ถูกกดดัน เรามีผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมาช่วยดูพวกที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนที่มีการตีความเกินเลยมาตรา 112 มันไม่เกิดประโยชน์มีแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น ในที่สุดคณะกรรมการ็ช่วยก็ช่วยไม่ให้ถูกดำเนินการ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าวันนี้มีการสร้างความแตกแยกที่มาจากทุกทาง เพราะเขารู้ว่ามีคนรักและอยากจะปกป้องสถาบันมาก และยอมรับไม่ได้กับการที่สถาบันถูกละเมิดเหมือนจะเอาเป็นเงื่อนไขข้ออ้างทางการเมืองอย่างเดียว ว่าไม่เอาพรรคนั้น ต้องมาเลือกทางนี้ ตนพูดชัดว่าไม่ได้เพราะเมื่อใดที่พรรคการเมืองแสดงตัวหรืออ้างตัวว่าผูกขาดความรักหรือปกป้องสถาบัน นักการเมืองทุกคนไม่เว้นแม้ตัวตนที่มีทั้งคนชอบและคนเกลียด มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สถาบันหลักของชาติต้องอยู่เหนือการเมืองและความรู้สึกนี้

“วันนี้อย่าไปหลงว่าสีน้ำเงินกับส้มกำลังแข่งกัน รู้หรือว่าจะไม่ทำMOA กันอีกหัวหน้าพรรคประชาชนบอกอนุทินจะเป็นนายกฯ จะไม่ยกมือให้ ไม่ร่วมรัฐบาลและยังไม่เคยพูดว่าถ้ามาที่หนึ่งจะไม่ชวนสีน้ำเงินเข้าไป แต่แปลกไหมอะไรๆ ก็มาถามแต่ประชาธิปัตย์ แล้วก็หาเรื่องได้ว่าถ้าผมบอกว่าไม่ร่วมกับพรรคนั้นก็บอกว่าอ๋อเตรียมไปร่วมกับส้ม มันเกี่ยวอะไร วันนี้แปลกมากพรรคภูมิใจไทยกล้าที่จะมาวิจารณ์ในสิ่งที่ผมสัมภาษณ์ เอาสื่อมาถามปิดทางเรื่องที่จะร่วมกับพรรคประชาชนไหม ผมบอกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนไขชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ามีทุจริต มีทุนเทา มีความแตกแยก ไม่เอาทั้งนั้น และกรณีพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าเราสู้กับระบอบทักษิณมาตั้งแต่ต้น จนทุกวันนี้และต่อไปในอนาคต แต่ความเป็นประชาธิปัตย์พอผมบอกไม่เอาเพื่อไทยก็หาว่าสร้างความแตกแยก เขาเปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนหัวหน้าพรรคแล้ว ทำไมยังเอาบ้านเมืองไว้ตรงนั้น พอผมพูดวันนี้ก็เขียนว่าจับมือกับพรรคเพื่อไทย ผมบอกว่าไม่ได้ปิดประตู แต่ถ้ามือระบอบทักษิณแหย่เข้ามาผมงับมือขาดทันที ”

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นอกจากนี้บางพรรคยังกล้ามาบอกว่าประชาธิปัตย์จะจับมือกับเพื่อไทยทำให้คนใต้ผิดหวังมาก เขาจะเป็นพรรคไปดูแลภาคใต้ ขอโทษครับ คุณกล้าประกาศหรือไม่ว่าไม่เอาเพื่อไทย แล้วถ้าคุณบอกว่าผิดหวังกับประชาธิปัตย์แล้วเสื่อมเสียคะแนนกับคนใต้ คุณกล้าประกาศไหมว่าไม่เอาประชาธิปัตย์ เพราะถ้าคุณกล้าประกาศเป็นฝ่ายค้านแน่นอน

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ ยังได้ขอให้ประชาชนดูว่าพรรคไหนมีนโยบายสร้างความแตกแยก เอาเรื่องละเอียดอ่อนมาเล่นการเมืองแล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย ประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย ฉะนั้นสบายใจได้เลยเพราะตนนี้ดูแล้วไม่มีใครชนะขาด สุดท้ายก็มาเจรจาต่อรองกัน เอ็มโอยูอะไรก็ไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ระวังแทงผิดนะ สิ่งที่รับประกันได้อาจจะกลายเป็นไม่ใช่ แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ปลอดภัย 100% ไม่มีรัฐบาลเทา ไม่มีรัฐบาลสร้างความแตกแยก มีแต่รัฐบาลที่ประชาธิปัตย์จะดูแลว่าประชาชนและประเทศชาติต้องมาก่อน

ขณะนี้เหลือเวลาอีก28 วัน ตนไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ตอนนี้เป็นห่วงอยู่2 เรื่องคือเรื่องแรกหลายคนบอกว่าฟังดูแล้วดีบอกให้เลือกเบอร์ 27 แต่มันไม่พอ ตนไปคุยกับคนภาคใต้บอกเลือกเบอร์ 27 แน่นอน 100% แต่ได้สส.2 คน กรุงเทพได้สส. 12 คน หากอยากได้ประชาธิปัตย์แข็งแกร่ง ต้องเอาเรา3 คนไปเป็นนายกฯ แค่กรุงเทพเลือกเราทุกเขตมาทั้ง 33 คนมากกว่าภาคใต้ บวก กรุงเทพ เลือก เบอร์ 27 ทั้ง 100%

เรื่องที่สอง เขตเลือกตั้งที่หลายคนบอกว่ายังไม่แน่ มีนักวิเคราะห์การเมืองเก่งมาก สามารถบอกได้ว่าบางพรรคการเมืองมีสส.เท่านั้นเท่านี้ โดยไม่ต้องมีคะแนนนิยมนั้นมาจากไหน มาอย่างไร ขอให้เรามั่นคงตั้งธงให้ชัดรู้แล้วว่าประเทศต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ก่อนจบการปราศรับนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนผูกพันกับการเลือกตั้งในกทม. ในทุกแบบ ในอดีตแพ้บ้าง ชนะบ้าง อยากเห็นชาวกรุงพยายามเป็นพลังที่สำคัญที่จะทำให้การเมืองไปในทิศทางที่ควรจะเป็น บางยุคเลือกทั้งที่รู้ว่าเป็นฝ่ายค้านเพราะให้ไปคานอำนาจ บางยุคอยากจะบอกว่าที่ทำมาแล้วดีก็เลือกให้เป็นฝ่ายรัฐบาล บางยุคทนไม่ได้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง กล้าเลือกคนใหม่เข้ามา คนกรุงเทพคือพลังสำคัญในการชี้นำทุกครั้ง วันนี้ขออีกสักครั้งว่าพี่น้องที่อยู่ในศูนย์กลางความเจริญสัมผัสและไวที่สุดของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโลก บอกคนไทยทั้งประเทศดังๆว่าคนกรุงเทพตั้งต้นด้วยการเมืองสุจริตไม่เอาความแตกแยก และเลือกประชาธิปัตย์ทั้งกรุงเทพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...