เตือน ‘เศรษฐกิจโลก ปี 2569’ เสี่ยงรอบทิศ ส่อแววโตช้าสุดรอบ 6 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 31 ธ.ค. 2568 เวลา 23.11 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. เวลา 00.45 น. • The Bangkok Insightบรรดานักวิเคราะห์ ต่างคาดการณ์ว่า ความท้าทายต่าง ๆ ที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญในปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางการค้า การเติบโตที่ไม่สม่ำเสมอ ความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อ และระดับหนี้สินที่สูงขึ้นในหลายส่วนของโลก จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2569
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าที่สุดในโลก คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเล็กน้อย จาก 3.2% ในปี 2568 เหลือ 2.9% ในปี 2569 พร้อมชี้ว่า เศรษฐกิจโลกแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในปีนี้ แต่ยังคงเปราะบางอยู่
ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ จะเติบโตประมาณ 3.1%-3.2% ซึ่งเป็นระดับการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งบางหน่วยงานอย่าง การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) มองว่าอาจขยายตัวได้เพียง 2.6%-2.9% เนื่องจากผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า
พร้อมกันนี้ คาดว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของโลก อย่าง สหรัฐ จะขยายตัวได้ราว 1.5%-2.6% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด ทรัมป์ ที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น
ส่วนยักษ์ใหญ่ฝั่งเอเชีย อย่าง จีน มีแนวโน้มทีเศรษฐกิจขะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 4.6% จากข้อจำกัดด้านโครงสร้าง และการเผชิญหน้าทางการค้า
ปัจจัยขับเคลื่อน และแนวโน้มสำคัญ
- การลงทุนใน AI และเทคโนโลยี
เป็นตับขับเคลื่อนหลักในการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และช่วยประคองการเติบโตของตลาดหุ้นทั่วโลก
- เงินเฟ้อและการเงิน
อัตราเงินเฟ้อทั่วโลก มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 3.0% - 3.4% ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่องในปี 2569
- พลังงานสะอาด
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ยังคงเป็นกระแสหลักที่ดึงดูดการลงทุนระยะยาว ส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ความเสี่ยง และข้อควรระวัง
- สงครามการค้าและภาษี
นโยบายกีดกันทางการค้า และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลสหรัฐ เป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ขัดขวางการเติบโตของการค้าโลก
- การปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน
ธุรกิจต้องเผชิญกับการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการผลิตลดลง รูปแบบการค้า และการลงทุนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกสูง และประเทศตลาดเกิดใหม่
- หนี้สาธารณะ และเสถียรภาพการคลัง
หลายประเทศยังคงมีความเปราะบางทางการคลังจากภาระหนี้ที่สูง ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทำให้มีช่องว่างทางการคลังน้อยลง เพิ่มภาระดอกเบี้ย ลดความยืดหยุ่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสี่ยงต่อความเชื่อมั่น
หากไม่แก้ไขด้วยการปฏิรูปโครงสร้าง และจัดทำงบประมาณที่สมดุล อาจนำไปสู่อันตรายต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม และความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาวได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'จี20' เตือน 'ภาษีทรัมป์' ทำ 'เศรษฐกิจโลก' เสี่ยง หนุนร่วมมือพหุภาคี
- 'ไอเอ็มเอฟ' เตือน ความไม่แน่นอน 'ภาษีนำเข้าสหรัฐ' เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลก
- 'ญี่ปุ่น' แห่ลงทุนทองคำ เหตุ 'ภาษีทรัมป์' ทำวิตก 'เศรษฐกิจโลก' ซบเซา
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg