BWG ชูโมเดล Waste to Energy-รุกขยาย 3 หัวเมืองอุตสาหกรรม
BWG เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2568 โตแกร่ง จากการเพิ่มโครงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) สร้างรายได้เสริมจากการผลิตเชื้อเพลิง SRF และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เร่งขยายเครือข่ายรุก 3 หัวเมืองอุตสาหกรรม ระยอง อยุธยา และสมุทรปราการ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
12 ธันวาคม 2568 – บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2568 ในงานประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 โดยชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ โดยบริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและเปิดตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทย
นางณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและสื่อสารองค์กร เปิดเผยว่า ความสามารถในการแข่งขันในตลาดของบริษัทเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรม โดยเน้นการ เพิ่มมูลค่าให้กับกากอุตสาหกรรม (Value Creation) และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. ยุทธศาสตร์ Waste to Energy: สร้างรายได้ใหม่และรักษาเสถียรภาพราคา
บริษัทสามารถคงราคาค่าบริการรับบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรมไว้ได้โดยไม่ต้องปรับขึ้น แม้ต้นทุนภายนอกจะเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจไปสู่การเพิ่มโครงการ Waste to Energy (เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน) ซึ่งถือเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติมที่สำคัญและยั่งยืน
ทั้งนี้บริษัทได้นำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง (SRF - Solid Recovered Fuel) เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าและผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับโรงปูนซีเมนต์
นอกจากนี้บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จํากัด เพื่อดำเนินกลยุทธ์ลดต้นทุนเชิงรุก โดยสามารถ ลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีบำบัดน้ำ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการนำสารเคมีที่ไม่ใช้แล้วมาฟื้นฟู (Recovery) และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเอง โดยมีแผนจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ (Multi-Purpose Cleaner) ในปี 2569
2. การขยายเครือข่ายเชิงรุกสู่หัวเมืองอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและฐานรายได้คือการขยายเครือข่ายการให้บริการ โดยการรุกเปิดสาขาใหม่ใน 3 หัวเมืองอุตสาหกรรมหนาแน่นของประเทศ ได้แก่ ระยอง อยุธยา และสมุทรปราการ
การขยายฐานนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเพิ่มฐานลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถ บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่งกากอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
3. ความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจ
นางณัฐพรรณกล่าวสรุปว่า ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มอย่าง Waste to Energy ทำให้ BWG มีความสามารถในการแข่งขันสูง และไม่หวั่นต่อปัจจัยภายนอก รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือการขึ้นลงของราคาค่าบริการ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างมั่นคงในฐานะผู้นำในธุรกิจการจัดการกากอุตสาหกรรมและการแปรรูปเป็นพลังงาน