เปิดผลตรวจ "ไขมันทรานส์" ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ 15 แบรนด์ดัง
อย. ผนึกมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดผลตรวจ "ไขมันทรานส์" ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ 15 แบรนด์ดัง ชี้กินเกิน 1 หน่วยบริโภค ต้องออกกำลังกาย
วันที่ 4 ธ.ค. 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดผลเฝ้าระวังอาหารเสี่ยงปนเปื้อนไขมันทรานส์
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า นับจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (PHOs) ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของไขมันทรานส์ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมา
ประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและภาควิชาการ เพื่อขจัดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการบริโภคไขมันทรานส์ที่เป็นปัจจัยเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จนได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการกำจัดกรดไขมันทรานส์ออกจากอุตสาหกรรมอาหาร
ภญ.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ผลการเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ในอาหารกลุ่มเสี่ยงปนเปื้อนไขมันทรานส์จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ได้แก่ โดนัททอด พัฟและเพสทรี ขนมเบเกอรี เนยเทียม เนยขาว ครีมเทียม และเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต รวมทั้งสิ้น 546 ตัวอย่าง ไม่พบการใช้น้ำมันจากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนในผลิตภัณฑ์ใดๆ สะท้อนถึงความร่วมมือของผู้ประกอบการและประสิทธิภาพการกำกับดูแลของภาครัฐที่สามารถคงสถานะ "ประเทศไทยปลอดไขมันทรานส์" ได้อย่างต่อเนื่อง
"นอกจากลดการบริโภคไขมันทรานส์แล้ว ควรลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและหัวใจเช่นกัน โดยควรบริโภคไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 20 กรัมต่อวัน และไขมันทรานส์ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน และอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs)"
"โดย อย.จะยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ทั้งการติดตามเฝ้าระวัง การให้ความรู้ผู้บริโภค และการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อรักษามาตรฐานประเทศไทยปลอดไขมันทรานส์และยกระดับความปลอดภัยอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในระยะยาว”ภญ.สุภัทรา กล่าว
ด้านคุณทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ในส่วนของการสุ่มตรวจที่
สภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มเก็บตัวอย่างไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ (Soft serve) เพื่อหาปริมาณไขมันทรานส์ เพราะเป็นสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม และมีจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ
โดยในปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่นิตยสารฉลาดซื้อเก็บข้อมูลนั้น ซอฟต์เสิร์ฟเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันกันในท้องตลาดสูงมาก ด้วยราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย ราคาหลัก 10 บาทต่อโคน เรารวบรวมรายชื่อผลิตภัณฑ์ซอฟท์เสิร์ฟ โดยพิจารณาจากความนิยมของแบรนด์ สุ่มเลือกเก็บตัวอย่างในเดือนตุลาคม 2568 และบันทึกข้อมูลของตัวอย่าง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 รายการ จากร้านค้าที่จัดจำหน่ายทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และนำตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อตรวจหาปริมาณไขมันทรานส์ และไขมันรวม (total fat)
ตัวอย่างซอฟต์เสิร์ฟ จำนวน 15 ตัวอย่าง แสดงฉลากยี่ห้อ
1.MIXUE
2.Wedrink
3.Ai-CHA
4.Dairy Queen
5.KFC
6.McDonald’s
7.Mos Burger
8.Burger king
9.Tian Tian
10.Cacoa dutch
11.Minkki
12.Top Daily
13.SNOWTEE
14.BingChun
15.IKEA
ผลการทดสอบ พบว่า ผลิตภัณฑ์ 15 ตัวอย่าง พบไขมันทรานส์ ตั้งแต่ 0.013 ถึง 0.242 กรัม/ 100 กรัม มีค่าเฉลี่ย 0.051กรัม/ 100 กรัม พบไขมันรวม (Total Fat) ตั้งแต่ 2.422 ถึง 6.205 กรัม/100 กรัม มีค่าเฉลี่ย 4.07 กรัม/ 100 กรัม โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chaladsue.com
"อย่างที่ทราบว่า ตามกฎหมายห้ามเติมไฮโดรเจน เพื่อเป็นไขมันทรานส์ แต่ไขมันทรานส์นั้น มีในธรรมชาติได้ เช่น ไขมันจากสัตว์ นม เนย ชีส ที่ผ่านมา อย.ได้ทำงานร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล หาปริมาณไขมันทรานส์ตามธรรมชาติในอาหาร หากตรวจพบไขมันทรานส์ในอาหาร อย.จะมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานในว่า ไขมันทรานส์ที่ตรวจพบในอาหารนั้นมาจากแหล่งธรรมชาติ หรือการใช้น้ำมันที่มีการเติมไฮโดรเจนบางส่วน"
"จากผลการตรวจสอบ ถ้ากินเพียง 1 โคน อาจจะไม่เกิน แต่ในชีวิตประจำวันนั้น เรายังได้รับไขมันทรานส์จากอาหารประเภทอื่นๆ ด้วย แม้ว่าไขมันทรานส์ธรรมชาติจะไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจผิดต่อผู้ที่รักสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก หากกินเกิน 1 หน่วยบริโภค ต้องออกกำลังกายให้เหมาะสมด้วย"คุณทัศนีย์ กล่าว
ด้านคุณโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคทำงานเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค รวมทั้งสนับสนุนและดำเนินการ ตรวจสอบ เฝ้าระวังสถานการณ์ปัญหาสินค้าและบริการ แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารหรือเตือนภัยเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ มีอำนาจตามกฎหมายในการรวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ผลการเฝ้าระวังในครั้งนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลตรวจ "ไขมันทรานส์" ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ 15 แบรนด์ดัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th