โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เหตุผลทำไมซีเกมส์จะพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

TODAY

อัพเดต 06 ธ.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • TODAY

ซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดนตำหนิว่า “มั่ว” ที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยจัดอีเวนต์นานาชาติมาเลยก็ว่าได้

ก่อนหน้านี้ ไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์มาหลายครั้ง เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ก็เคย และทุกครั้ง เราได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติเสมอ แต่พอมาปีนี้ กลับมีข้อผิดพลาดให้เห็นเยอะมาก แม้แต่สื่อต่างประเทศยังวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน เพราะมาตรฐานของประเทศไทยมันควรจะดีกว่านี้

สนามแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์ การให้ข้อมูลที่สับสน รวมถึงการสร้างกระแส ที่แทบจะเงียบสนิท คือถ้าไม่มีข่าวฉาว คนไทยหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซีเกมส์จัดแข่งที่ไทยปลายปีนี้ด้วยซ้ำ

ปัญหาของประเทศไทย ในการจัดซีเกมส์ครั้งนี้อยู่ตรงไหน สำนักข่าว Today จะไปอธิบายให้เห็นภาพที่สุด ใน 5 ข้อ

[ 1-การไม่เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ]

ประเทศไทยรับรู้มาตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2022 ว่าเราจะเป็น “เจ้าภาพซีเกมส์ 2025” นั่นแปลว่า เรามีเวลาเตรียมตัวนานถึง 3 ปี 7 เดือน ในการเตรียมความพร้อมทุกอย่าง

การกีฬาแห่งประเทศไทย รู้เป็นอย่างดี ว่าการเป็นเจ้าภาพต้องเตรียมอะไรบ้าง เพราะประเทศไทย ก็เคยผ่านงานแบบนี้มาแล้ว ทั้งซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ รวมถึงการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกหลายชนิดกีฬา อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 3 ปี 7 เดือนดังกล่าว ไม่ทำให้เราพร้อมมากขึ้นเลย

สภาพสนามแข่งขันแต่ละจุดมีปัญหา มาตรฐานเหมือนแข่งภายใน มากกว่าแข่งระดับนานาชาติ คือถ้ามารู้ปุบปับ 2-3 เดือน ต้องจัดแทนกะทันหัน แบบนี้ก็ว่าไปอย่าง แต่ไทยรู้ล่วงหน้ามานานมากๆ แล้ว เพียงแต่ไม่สามารถทำให้ดี ได้ตามมาตรฐานเท่านั้น

[ 2- ผู้กุมอำนาจสูงสุดของซีเกมส์ ไม่ใช่ผู้ชำนาญ แต่เป็นลำดับทางการเมือง ]

ในต่างประเทศทั่วโลก ผู้ที่เป็นประธานฝ่ายจัดแข่ง จะเป็นคนในวงการกีฬาเสมอ ตัวอย่างเช่น ในโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 ประธานฝ่ายจัด คือ เซโกะ ฮาชิโมโตะ อดีตนักกีฬาจักรยานทีมชาติญี่ปุ่น หลังจากรีไทร์ เธอไปทำงาน เป็นส.ส. ก่อนจะถูกเลือกให้มาเป็นประธานฝ่ายจัดแข่งขัน

หรือในโอลิมปิกที่ปารีส 2024 คือ โทนี่ เอสตันเกต์ อดีตเจ้าของเหรียญทองพายเรือแคนู 3 สมัย พอรีไทร์ไปทำงานกับ IOC ก่อนกลับมารับใช้ชาติ เป็นประธานฝ่ายจัดที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ

หลักการเบื้องต้น ของทั่วโลก คือ ผู้มีอำนาจสูงสุด ต้องเป็นคนในวงการกีฬาเสมอ แต่กับประเทศไทย ประธานฝ่ายจัด หรือ THASOC (อ่านว่า ธา-ซ็อค) ถูกกำหนดให้เป็น “รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”

คุณไม่จำเป็นต้องมีแบ็กกราวน์กีฬามาก่อน แค่ดำรงตำแหน่งนี้ ก็จะต้องมาเป็นประธานฝ่ายจัดโดยอัตโนมัติ ลองคิดดูว่า ถ้าประธานฝ่ายจัด ขาดความเข้าใจเรื่องกีฬา มันจะไปรอดได้อย่างไร

รัฐมนตรี อรรถกร ศิริลัทธยากร จากพรรคกล้าธรรม ไม่ได้แบ็กกราวน์เรื่องกีฬามาก่อน ไม่เคยจัดอีเวนต์ หรือ เคยร่วมแข่งกีฬานานาชาติมาก่อน อยู่ๆ มาได้รับงานใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เขาจะทำให้สมบูรณ์ได้

[ 3- การเปลี่ยนผ่านระหว่างรัฐบาลมีปัญหา ]

ก่อนซีเกมส์จะเริ่ม ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อต้องเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จากยุคของแพทองธาร ชินวัตร มาสู่ยุคของอนุทิน ชาญวีรกูล แปลว่ารัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ต้องเปลี่ยนด้วย จากสรวงศ์ เทียนทอง มาสู่ อรรถกร ศิริลัทธยากร

คำถามคือ ทั้ง 2 ยุค ส่งต่องานกันแบบไหน ถึงมีรอยสะดุดเต็มไปหมด ตัวอย่างเช่น ประเด็นของเรืองฤทธิ์ สันติสุข ผู้กำกับศิลป์ ที่ถูกติดต่อให้มาทำงาน เปิด-ปิดซีเกมส์ โดยเตรียมงานนานถึง 7 เดือน แต่พอเข้าสู่เดือนกันยายน 2025 เข้าสู่ยุคของรัฐบาลอนุทิน เขาถูกยกเลิกงานทั้งหมด และมีทีมใหม่มาทำอย่างกะทันหัน โดยฝั่งรมว.อรรถกรบอกว่า ไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยเซ็นสัญญาอะไรทั้งนั้น

ทำไมรัฐบาลยุคหนึ่ง มีการคุยหลังบ้านกันดิบดี คนทำงานก็ลงมือทำแล้ว แต่พอเปลี่ยนยุค เรื่องนี้กลับไม่เคยเกิดขึ้น นี่คือปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่ไม่ราบรื่นเอามากๆ

[ 4 – สนใจภาพการเมืองมากกว่าความเป็นเลิศของทัวร์นาเมนต์ ]

ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจัดถูกตั้งคำถามคือ การ “เปลี่ยนสี” มัสค็อต ที่ออกแบบไว้อย่างดีแล้ว ก่อนหน้านี้ สตูดิโอ TNOP Design ออกแบบมัสค็อตชื่อ The Sans เป็นตัวละครทรงเรขาคณิตผสมกับลายจักสานของไทย มี 7 ตัว 7 สี เหลือง ชมพู เขียว ส้ม น้ำเงิน ม่วง และ แดง ตามวันทั้ง 7

แต่ฝ่ายจัดการแข่งขัน ตัดสินใจ “เปลี่ยนสีมัสค็อต” ใช้เป็นธงชาติไทยแทน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ ที่ตัวมัสค็อต มีลายธงชาติของชาติใดชาติหนึ่ง ใส่ไปเต็มๆ แบบนี้

คนที่สนับสนุนให้เปลี่ยนสีมัสค็อต คือ รองนายกรัฐมนตรี ธรรมนัส พรหมเผ่า จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่า จงใจเปลี่ยน เพื่อล้อไปกับกระแสชาตินิยม ที่ไทยกำลังมีข้อพิพาทกับกัมพูชาอยู่ และอาจจะมีการหวังผลทางการเมืองหรือไม่

ในเรื่องนี้ ทำให้คนในวงการกราฟิก รู้สึกผิดหวังมาก เพราะสตูดิโอเขาออกแบบมาดีๆ มีความสวยงามอยู่แล้ว แต่ฝั่งการเมืองกลับเอาไปเปลี่ยนเพื่อหวังผลบางอย่าง โดยไม่ได้มองภาพรวมของทัวร์นาเมนต์เลย

[ 5 – การสื่อสารที่มีปัญหา ]

ในการทำงานย่อมต้องมีข้อผิดพลาดเป็นธรรมดา และในยุคโซเชียลมีเดียแบบนี้ เมื่อประชาชนเห็นอะไร ก็จะตั้งคำถาม และตำหนิ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขให้ดีขึ้น

รีแอ็กชั่นขององค์กรที่เกี่ยวข้อง อย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย วิธีดีที่สุดคือน้อมรับ แล้วกลับไปแก้ไข ถ้าหากใช้น้ำเย็นเข้าลูบ คนไทยจำนวนมากก็พร้อมจะให้กำลังใจเพื่อให้สู้ต่อไป

แต่สิ่งที่กกท. ทำ คือ ออกแถลงการณ์ว่าถ้าหาก “มีข้อความหมิ่นประมาท ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่ กกท. อันอาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน และเจ้าหน้าที่ กกท. ในการปฏิบัติงาน กกท.จะดำเนินการทางกฎหมายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางวินัย ทางแพ่ง และทางอาญา ตามแต่กรณี”

นี่คือการโยนน้ำมันเข้าไปในกองไฟ เป็นการข่มขู่ประชาชนว่า กล้าแฉหรอ ได้สิ เดี๋ยวฟ้องนะ การันตีได้เลยว่านับจากนี้ไป ประชาชนเห็นข้อผิดพลาดอะไร จะเอาออกมาแฉอย่างรุนแรงแน่ๆ คือ ยุคนี้ การขู่ว่าจะฟ้อง หรือที่เรียกว่า SLAPP ไม่ทำให้คนหยุดวิจารณ์ได้ง่ายๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าผิดหวังมากๆ ของฝั่งกกท.

———————

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าตอนนี้ ประชาชนกำลังไม่พอใจ ถึงความไม่สมบูรณ์ในการเป็นเจ้าภาพของไทย เราควรทำได้ดีกว่านี้มากๆ ไม่ใช่มีข้อผิดพลาดรายวันขนาดนี้

ถ้าให้ความเป็นธรรมจากฝ่ายจัดบางส่วน ก็ต้องยอมรับว่าโชคร้าย ที่มีประเด็นน้ำท่วมสงขลา ทำให้ต้องวางแผนกะทันหันย้ายสนามมาจัดที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการเตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็จะไม่วุ่นวายขนาดนี้

เช่นเดียวกับเรื่องงบประมาณ ที่ครม. อนุมัติ เงินมากถึง 2,055 ล้านบาท ในการเป็นเจ้าภาพหนนี้ สิ่งที่ประชาชนจะจับตามองแน่ๆ คือ ภาครัฐใช้เงินก้อนสองพันล้านอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ หรือไม่

สำหรับซีเกมส์นั้น เป็นโอกาสที่จะโชว์ศักยภาพของประเทศไทย ว่าเป็นเจ้าภาพที่ดีได้ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในประเทศ เราก็ได้แต่คาดหวังว่า ความผิดพลาด ความมั่วทุกอย่างที่เกิดขึ้น จะถูกแก้ไขให้มันดี ก่อนจะสายเกินไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...