กูรูคาด ปี 2569 ‘สแกมเมอร์’ ล้ำหน้าอีกขั้น ดึง ‘AI’ ขับเคลื่อนการหลอกลวง-เน้นดึงอารมณ์เหยื่อ
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 01.28 น. • The Bangkok Insightผู้เชี่ยวชาญคาด ปี 2569 "มิจฉาชีพออนไลน์" หรือ "สแกมเมอร์" จะขยายวงกว้างขึ้นอย่างมาก มีการนำเทคโนโลยี "AI" เข้ามาใช้ เพื่อผสานระบบอัตโนมัติ เข้ากับการบิดเบือนทางอารมณ์ สร้างความเร็ว ความสมจริง และขนาดของการหลอกลวง ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
รายงานของ "เทรนด์ ไมโคร" ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุว่า ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้าง และเผยแพร่กลโกง ทำให้กลโกงเหล่านั้นดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แพร่หลายมากขึ้น และยากต่อการตรวจจับมากขึ้น ทำให้สัญญาณต่าง ๆ ที่ผู้คนเคยใช้ในการสังเกตสิ่งผิดปกติเลือนหายไป
ความท้าทายในขณะนี้ คือ การทำให้ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้ ทักษะ และเครื่องมือในการตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาเห็นก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ เพื่อปกป้องตนเองจากภัยคุกคามทางดิจิทัลสมัยใหม่ในปัจจุบัน
รายงานฉบับนี้เน้นให้เห็นว่า บุคลิกภาพที่สร้างขึ้นโดย AI สื่อปลอม และระบบอัตโนมัติแบบเอเจนต์ กำลังเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติการหลอกลวงทั่วโลกอย่างไร โดยมิจฉาชีพสามารถเลียนแบบเสียง เขียนข้อความส่วนตัว และเปลี่ยนบทสนทนาไปมาระหว่าง เอสแอ็มเอส แอปแชท และเว็บไซต์ปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคยเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น การหลอกลวงแบบหลายช่องทาง ซึ่งเหยื่อถูกล่อลวงจากโซเชียลมีเดีย หรือข้อความไปยังแชทเข้ารหัส และหน้าชำระเงินปลอม จะกลายเป็นรูปแบบที่แพร่หลายที่สุดในปี 2569
การหลอกลวงด้านความสัมพันธ์ และการลงทุน จะยังคงเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียทางการเงินมากที่สุด แชทบอท AI เพื่อนร่วมทางปลอม และภาพที่ถูกดัดแปลง จะทำให้เส้นแบ่งระหว่างการปฏิสัมพันธ์จริ งและการปฏิสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นนั้นเลือนหายไป
ในขณะที่การฉ้อโกงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี จะขยายตัวผ่านเครือข่ายการหลอกลวงแบบบริการที่ซับซ้อน ในขณะเดียวกัน คาดว่าการฉ้อโกงการชำระเงินทันทีจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอาชญากรใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันเงินแบบบุคคลต่อบุคคล และการโอนเงินที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
การหลอกลวงโดยการปลอมแปลงตัวตนจำนวนมาก รวมถึงการฉ้อโกงการจัดส่ง การเรียกเก็บเงิน และการต่ออายุการสมัครสมาชิก จะยังคงเป็นภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลก
เทรนด์ ไมโคร แนะนำให้ผู้บริโภคทั่วโลกปรับใช้พฤติกรรม "การตรวจสอบก่อนเป็นอันดับแรก" เนื่องจากกลยุทธ์การฉ้อโกง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการฉ้อโกงที่ใช้ AI ทำให้สัญญาณเตือนแบบเก่า เช่น การสะกดคำ หรือไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง กลายเป็นสิ่งล้าสมัยไป
ผู้ใช้ต้องพึ่งพาการตรวจสอบตัวตน การตรวจสอบข้ามช่องทาง และความตระหนักว่า แม้แต่ข้อความที่ดูน่าเชื่อถือก็สามารถถูกออกแบบมา เพื่อบิดเบือนความไว้วางใจได้
แนวโน้มกลโกงหลักในปี 2569
- AI Deepfakes & Personas
การใช้ AI ปลอมแปลงใบหน้า และเสีย งเพื่อสร้างความเชื่อถือ รวมถึงการสร้างตัวตนปลอม (Synthetic Identities) ที่ดูเหมือนคนจริง ๆ จนแยกไม่ออก
- Agentic Bots
การใช้บอทอัจฉริยะ ที่สามารถสนทนาโต้ตอ บและจูงใจเหยื่อให้โอนเงินได้อย่างเป็นธรรมชาติในหลายภาษา
- Phantom Hacker Scams
การหลอกลวงในรูปแบบ "แฮกเกอร์เงา" ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ไม่จำกัดเพียงผู้สูงอายุอีกต่อไป
- Investment & Crypto Fraud
การหลอกลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี ผ่านเครือข่าย "Scam-as-a-Service" ที่เป็นระบบและมืออาชีพมากขึ้น
การขยายตัวของฐานปฏิบัติการ
จากอาเซียนสู่แอฟริกา: เดิมทีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา และเมียนมา เป็นฐานสำคัญ แต่ปัจจุบันขบวนการเหล่านี้ได้ขยายฐานไปยังทวีปแอฟริกา เพื่อเลี่ยงการปราบปราม
กัมพูชาเป็นศูนย์กลาง: สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่ากัมพูชายังคงเป็นฐานปฏิบัติการหลักของสแกมเมอร์ออนไลน์ระดับโลก โดยมีเครือข่ายมากกว่า 60 แห่ง
การฟอกเงินในไทย: ประเทศไทยถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในทางผ่านสำคัญสำหรับการฟอกเงินของสแกมเมอร์ผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร และตลาดหุ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เกาหลีใต้' บุกช่วยพลเมือง 'เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์' ในกัมพูชา
- 'เมียนมา' ทลายฐานแก๊งสแกมเมอร์ กวาดจับ 346 ชาวต่างชาติ
- 'สหรัฐ' ตั้ง 'หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวง' มุ่งจัดการ 'สแกมเมอร์' ในอาเซียน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg