โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภัยคุกคามข้ามชาติ ‘คอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ม.ค. เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 07.03 น. • The Bangkok Insight

ภัยคุกคามข้ามชาติ"คอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์" ทำลายเศรษฐกิจและจิตใจคนไทยกว่าหมื่นล้าน

ปี 2568 ถือเป็นปีที่ภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) และ สแกมเมอร์ (Scammer) ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นวาระแห่งชาติที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ขบวนการเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การโทรศัพท์หลอกลวง แต่ขยายตัวสู่รูปแบบใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

คอลเซ็นเตอร์

ฐานปฏิบัติการเครือข่ายข้ามชาติ

โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ส่วนใหญ่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ กัมพูชา (พื้นที่ปอยเปต, สีหนุวิลล์) และ เมียนมา (พื้นที่เมียวดี, เขตปกครองพิเศษว้า) ยังคงเป็นภัยคุกคามหลักต่อสังคมไทย กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็น ศูนย์บัญชาการ สำหรับปฏิบัติการหลอกลวงผ่านระบบโทรศัพท์และออนไลน์ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับ อาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Crime) และ แก๊งจีนเทา อย่างชัดเจน

2 ตึกสูงในปอยเปต มีรายงานว่าเป็นแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การจับกุมหลายครั้งของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองทัพเรือ พบความเชื่อมโยงของ ขบวนการลักลอบนำคนเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย (โดยเฉพาะชาวจีน) ซึ่งมุ่งหน้าไปยังฐานปฏิบัติการของสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน สะท้อนว่าประเทศไทยถูกใช้เป็น เส้นทางผ่าน หรือ ฐานสนับสนุน ของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เทคโนโลยี VoIP, AI และการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลมหาศาล (เช่น คดีค้าข้อมูล 9 ล้านรายชื่อ) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง

จุดอ่อนสำคัญของคนไทย ที่ตกเป็นเหยื่อ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ใช้หลักจิตวิทยาและจุดอ่อนทางสังคมของคนไทยในการหลอกลวง ทำให้การป้องกันตัวเองทำได้ยาก นี่คือจุดอ่อนหลัก ๆ ที่ผู้ร้ายใช้ในการฉกฉวยโอกาส

1. ความกลัวต่ออำนาจรัฐและกฎหมาย : คนไทยส่วนใหญ่มักมีความเกรงใจและเกรงกลัวต่ออำนาจของตำรวจ DSI หรือ ปปง. ทำให้เกิดความตื่นตระหนกง่ายเมื่อถูกข่มขู่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เมื่อผู้ร้ายอ้างชื่อหน่วยงานใหญ่และใช้คำพูดที่ดูเป็นทางการ เหยื่อส่วนใหญ่มักจะไม่กล้าหรือไม่มีความรู้พอที่จะตรวจสอบความจริง ทำให้เชื่อถือทันทีและทำตามคำสั่ง

2. ความไม่ชำนาญทางเทคโนโลยีและความรัก :ผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล มักถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมระยะไกล (Remote Access Application) ได้ง่าย ทำให้ผู้ร้ายสามารถเข้าถึงข้อมูลและดูดเงินออกจากบัญชีได้

3. ความหวังในผลประโยชน์และโอกาสทางเศรษฐกิจ : ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย หลายคนมีความหวังที่จะหารายได้เสริมหรือลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูง แก๊งสแกมเมอร์จึงใช้จุดอ่อนนี้ผ่านการหลอกให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรืออ้างว่ามีงานง่าย ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูง (เช่น งานกดไลก์) เหยื่อบางรายถูกหลอกด้วยการแจ้งว่าได้รับเงินรางวัล ของขวัญ หรือสิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นการกระตุ้นความโลภเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ยอมเปิดเผยข้อมูลหรือทำตามขั้นตอนการโอนเงิน

มาตรการรับมือของประเทศไทย

รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้เร่งยกระดับการจัดการปัญหา โดยมีแนวทางหลักที่สำคัญ ดังนี้:

  • การบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก: เน้นการสืบสวนและจับกุมเครือข่ายระดับหัวหน้าและผู้สนับสนุนทางการเงิน (บัญชีม้า) ในประเทศ เพื่อตัดวงจรการฟอกเงิน เร่งเจรจาและร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเข้าทลายฐานปฏิบัติการและส่งผู้ร้ายข้ามแดน กองทัพและหน่วยงานความมั่นคง (เช่น กอ.รมน. และ กปช.จต.) เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายบุคคลตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น
คอลเซ็นเตอร์
  • การจัดการทางการเงินและกฎหมายบัญชีม้า: เพิ่มความรวดเร็วในการประสานงานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีม้าทันทีที่ได้รับแจ้งความ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้เปิดบัญชีม้า เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเงินของแก๊งอาชญากรรม
  • การสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกัน: หน่วยงานรัฐเร่งเผยแพร่ข้อมูลและรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ ผ่านทุกช่องทาง (สื่อสารมวลชนและโซเชียลมีเดีย) เพื่อสร้างความรู้เท่าทันและเตือนภัยประชาชนให้ทันต่อกลโกง ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว และ ไม่โอนเงิน ก่อนตรวจสอบกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ตลอดปี 2568 ความเสียหายที่เกิดจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ต่อคนไทยอยู่ในระดับที่น่าตกใจ โดยประมาณการความเสียหายรวมสูงกว่าหลายพันล้านบาท แม้จะมีการปราบปรามอย่างเข้มข้น มีการอายัดบัญชีม้าจำนวนมาก และการจับกุมผู้เกี่ยวข้องหลายพันราย แต่เนื่องจากตัวเลขเหยื่อที่ถูกหลอกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน และรูปแบบการหลอกลวงที่เข้าถึงเหยื่อทุกกลุ่มอายุ ทำให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจและจิตใจยังคงเป็นบาดแผลใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นคงทางสังคมของประเทศไทย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในระบบการสื่อสารและธุรกรรมออนไลน์

การต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย และประชาชนในการเป็นเกราะป้องกันตนเอง เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังกัดกร่อนความมั่นคงของประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...