“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบ รับแรงกดดันดาวโจนส์ร่วง-ทรัมป์ส่งสัญญาณคุมภาคธุรกิจ
"ตลาดหุ้นเอเชีย" ปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่อ่อนแรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์-ถ้อยแถลงทรัมป์ ต่อภาคอุตสาหกรรม-อสังหาฯ
วันที่ 8 มกราคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (8 ม.ค.) ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ร่วงลงอย่างหนักในคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับท่าทีเชิงนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจสำคัญของสหรัฐฯ และเสถียรภาพของตลาดการเงินโลก
แรงกดดันหลักมาจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวลงในการซื้อขายวันพุธ (7 ม.ค.) จากกรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า จะไม่อนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์จ่ายเงินปันผลหรือดำเนินการซื้อหุ้นคืน จนกว่าบริษัทเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาความล่าช้าและประสิทธิภาพในการผลิตอาวุธทางการทหารได้
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยบริษัทการเงินรายใหญ่ก็ร่วงลงอย่างหนัก หลังผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาออกคำสั่งจำกัดหรือห้ามบริษัทในวอลล์สตรีทเข้าซื้อบ้านเดี่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงเก็งกำไรและบรรเทาปัญหาราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวสูงเกินกำลังซื้อของประชาชน
ในภูมิภาคเอเชีย
- *ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 51,769.83 จุด ลดลง 192.15 จุด หรือ -0.37%*
- *ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 26,302.78 จุด ลดลง 156.17 จุด หรือ -0.59%*
- *ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 4,077.72 จุด ลดลง 8.05 จุด หรือ -0.20% สะท้อนแรงขายตามตลาดโลก*
- *ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 26,302.78 จุด ลดลง 156.17 จุด หรือ -0.59%*
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นบางแห่งยังสามารถทรงตัวได้ โดย
- *ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ขยับขึ้น 0.12%*
- *ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 0.21%*
แม้ภาพรวมตลาดจะถูกกดดัน แต่ความหวังของนักลงทุนยังคงอยู่ที่แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนความอ่อนแรงของตลาดแรงงาน โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจ JOLTS ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลง 303,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.146 ล้านตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP เพิ่มขึ้นเพียง 41,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และสะท้อนการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางของตลาดแรงงานสหรัฐฯ
นักลงทุนจึงจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ลดลงจากเดือนก่อนหน้า และอัตราว่างงานอาจปรับลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.5% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ดำเนินการยึดเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลทรัมป์ในการควบคุมการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเวเนซุเอลาให้ปรับท่าทีทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางพลังงานและเสถียรภาพของตลาดโลกในระยะต่อไป