สปอตไลต์ ฉายจับ ไป ราชตระกูล 'กฤดากร' การเมือง การเกษตร
บทความพิเศษ
สปอตไลต์ ฉายจับ
ไป ราชตระกูล ‘กฤดากร’
การเมือง การเกษตร
หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะอภิรัฐมนตรีอันถือได้ว่าเป็น “คณะเสนาบดีพิเศษ” อย่างที่ Batson รู้สึกแล้ว รัชกาลที่ 7 ยังโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนตัวเสนาบดีกระทรวงอื่นๆ ทุกกระทรวง
ในความเห็นของ Batson
ตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาจะไม่มีการถอดถอนเปลี่ยนแปลงเสนาบดีในรัชกาลก่อนจนกว่างานพระบรมศพของกษัตริย์พระองค์นั้นจะผ่านพ้นไปแล้ว และงานพระบรมศพรัชกาลที่ 6 ก็กระทำกันในเดือนมีนาคม 1926
เสนาบดีที่รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งตั้งจึงยังปฏิบัติหน้าที่ตลอดเดือนแรกๆ ในสมัยรัชกาลที่ 7
แต่พอถึงเดือนเมษายนเสนาบดีส่วนใหญ่ถูกถอดจากตำแหน่ง
เสนาบดีชุดใหม่ส่วนใหญ่เป็นพระบรมวงศานุวงศ์คนสำคัญที่ต้อง “เกษียณ” ตัวเองก็คือ เจ้าพระยายมราช และผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแทนท่านก็คือ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
ส่วนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีรายงานว่าก่อตั้งขึ้นเพื่อหาตำแหน่งให้ กรมพระจันทบุรีฯ หลังจากทรงพ้นตำแหน่งที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติถูกจับเข้ากับกระทรวงคมนาคม
กลายเป็นกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
และกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าการรถไฟของประเทศมาหลายปีได้เป็นเสนาบดีกระทรวงใหม่นี้
Batson ทำเชิงอรรถตรงนี้อย่างเป็นพิเศษว่า ชื่อกระทรวงใหม่นี้แต่เดิมเรียกว่ากระทรวงคมนาคมและพาณิชย์ แต่รัชกาลที่ 7 ทรงสลับคำเสียใหม่เป็นกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
โดยทรงให้เหตุผลว่าการค้าสำคัญกว่า
จับตา หม่อมเจ้า ไตรทศ
จับตา การ “ต่างประเทศ”
หลายเดือนต่อมา สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม จึงทรงเป็นสมาชิกพระองค์เดียวในคณะอภิรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีไปพร้อมๆ กัน
พระองค์เจ้าธานีนิวัต ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ
จึงเหลือเสนาบดีในคณะรัฐบาลชุดเดิมเพียง 3 พระองค์อยู่ในคณะรัฐบาลใหม่นี้ คือ หม่อมเจ้าไตรทศประพันธ์ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ
Batson ให้เชิงอรรถขยายภาพต่อให้เห็นว่า
หม่อมเจ้าไตรทศฯ เป็นโอรสของสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศอยู่เป็นเวลานาน เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ในปี 1923 หม่อมเจ้าไตรทศฯได้รับตำแหน่งนี้สืบต่อมา
ปี 1929 หม่อมเจ้าไตรทศฯ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย ท่านจึงเป็นที่รู้จักกันในนามนี้
ท่านรับราชการอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศมาจนถึงเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเดือนมิถุนายน 1932 เป็นเสนาบดีคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างต่อเนื่องนับแต่เริ่มรัชกาลจนสิ้นสุดการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ก่อนหน้านี้ท่านรับราชการในฐานะนักการทูตประจำอยู่ต่างประเทศ
ธิดาท่านหนึ่งของท่านได้เขียนไว้ว่า เมื่อปี 1912 ตอนจะเดินทางจากประเทศอังกฤษเพื่อไปรับตำแหน่งในสหรัฐอเมริกาช่างตัดเสื้อในกรุงลอนดอนตัดเสื้อให้ท่านเสร็จไม่ทันตามกำหนด
ท่านจึงพลาดกำหนดการที่ต้องเดินทางไปกับเรือ “ไททานิค”
นอกเหนือจากหม่อมเจ้าไตรทศประพันธ์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ยังมี พระองค์เจ้าศุภโยคเกษม เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
และเจ้าพระยาพลเทพ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ
เชิงอรรถของ Batson ระบุว่า พระองค์เจ้าศุภโยคเกษม มองกันว่าเป็นผู้อยู่ในอุปถัมภ์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท ยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังต่อมาจนถึงปี 1929
เดือนเมษายน 1932 ท่านได้รับแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งเดิมอีกครั้งและรับราชการมาจนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อเดือนมิถุนายน
เจ้าพระยาพลเทพ (เฉลิม โกมารกุล ณ นคร) เป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการมาจนถึงปี 1931
จับตา สกุล กฤดากร
การเมือง การทหาร
ครอบครัวหนึ่งที่มีความสำคัญพิเศษตอนต้นรัชกาลที่ 7 และถูกกำหนดมาให้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์สยามในช่วงปลายสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และปีแรกๆ ในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญ
คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวร์วรฤทธิ์ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้สิ้นพระชนม์ในปี 1925
ต้นปี 1926 ทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ได้รายงานว่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่เสด็จประทับที่ตำหนักชายทะเลของเจ้าฟ้าพระองค์ที่เอ่ยถึง “ซึ่งโอรสของพระองค์ ล้วนเป็นพระสหายกับพระเจ้าอยู่หัว”
โดย Batson อ้างอิงมาจาก GB,F847/78/40,29 january 1926,greg to Chamberlain
“คนในตระกูลนี้เก่งๆ และฉลาดอย่างน่าทึ่ง ดูท่าจะกลับมาอยู่แนวหน้าอีกครั้งในรัชกาลใหม่นี้”
ปีถัดมา ทูตอีกคนรายงานผ่าน GB,F1903/1903/40,28 January 1927,Waterlow to Chamberlain ว่า “ดาวแห่งตระกูลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวร์วรฤทธิ์กำลังขึ้น
เมื่อมองจากอิทธิพลแห่งตระกูลพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวร์วรฤทธิ์ ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจับตามองการงานของ ม.จ.อมรทัต และพี่น้องของท่าน”
นักการทูตชาวอเมริกันเขียนในทำนองเดียวกันในปี 1928 ผ่าน US,892.00 P.r./10,6 Movember 1928 ว่า “ม.จ.อมรทัตแสดงออกถึงความฉลาดหลักแหลมซึ่งเป็นลักษณะประจำตระกูลท่านอย่างไม่มีข้อยกเว้น”
และต่อมาได้เป็นทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส
Batson บอกด้วยว่าในบรรดาพี่น้องของ ม.จ.อมรทัตคนสำคัญที่สุด คือ ม.จ.ขจรศักดิ์ ผู้พิพากษาชั้นนำซึ่งถึงแก่กรรมในปี 1925
ส่วน ม.จ.จรูญศักดิ์ นักการทูตอาวุโสของไทยซึ่งเป็นทูตอยู่ปารีสในช่วงกลางทศวรรษที่ 1920 และเป็นแกะดำของ นายปรีดี พนมยงค์ กับนักเรียนไทยหัวก้าวหน้าในฝรั่งเศส
นอกจากนี้ ม.จ.จรูญศักดิ์ ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในองค์การสันนิบาตชาติด้วย
นอกจากนี้ก็มี ม.จ.สิทธิพร และ ม.จ.บวรเดช เป็นนายทหารอาชีพดำรงตำแหน่งสำคัญๆ หลายตำแหน่ง รวมทั้งตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลปกครองหัวเมือง เชียงใหม่ แต่ได้เกษียณราชการในปี 1922
มีรายงานว่าท่านถูกเรียกตัวจากเชียงใหม่วันหรือสองวันทันทีที่รัชกาลที่ 7 เสด็จขึ้นครองราชย์
สายตา ต่างประเทศ
จ้องมอง แต่ละ สกุล
นั่นย่อมเป็นรายงานของ GB,F 1903/1903/40,28 January 1927,Waterlow to Chamberlain
เด่นชัดว่า ไม่ว่านาม ม.จ.สิทธิพร ไม่ว่านาม ม.จ.บวรเดช
มองจากมุมของ เบนจามิน เอ. บัทสัน แห่ง The End of the AbsoLute Monarchy in Siam ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างสูง
จำเป็นต้องติดตามด้วยความระทึกใจต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สปอตไลต์ ฉายจับ ไป ราชตระกูล ‘กฤดากร’ การเมือง การเกษตร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly