ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เครียดหนัก! แม่เกตุ-เจนนี่ ไม่คุยกัน! ลำบากใจในฐานะคนกลาง โดนแซะไม่เดือดร้อน!
ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เครียดหนัก! แม่เกตุ-เจนนี่ ไม่คุยกัน! ลำบากใจในฐานะคนกลาง โดนแซะไม่เดือดร้อน!
ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้ประสบภัย ที่เผชิญกับมหาอุทกภัยใหญ่ที่หาดใหญ่ สำหรับ “ลิลลี่ นารีนาท หรือ ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” เพราะบ้านของตัวเอง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ได้ถูกน้ำท่วม แม้เจ้าตัวจะเป็นผู้ประสบภัย แต่ก็ยังได้แบ่งปันน้ำใจ ขึ้นมาช่วยพี่สาว “เจนนี่ รัชนก หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” แพ็คของส่งไปมอบให้กับพี่น้องชาวใต้จำนวนกว่า 31 คันรถใหญ่ เจ้าตัวได้เผยความรู้สึกผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่ในตอนที่น้ำขึ้น แต่พอเห็นสภาพบ้านก็เกิดอาการช็อคเช่นกัน พร้อมยังเผยถึงเรื่องในครอบครัว กับความสัมพันธ์ของแม่และพี่สาว ที่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน เจ้าตัวก็ลำบากใจในฐานะคนกลาง รวมไปถึงข่าวลือเตรียมเป็นเจ้าสาวอีกด้วย
ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ตอนนั้นเราอยู่ที่ไหน?
หนูน่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ออกจากพื้นที่ เพราะว่าเรามีคอนเสิร์ตด้วย และตอนนั้นก็มีการเตือนในโทรศัพท์ว่าต้องอพยพ ว่าน้ำจะมา ก่อนที่จะหนักประมาณ 1-2 วัน จากนั้นมันก็หนักทันที มันมาแบบเร็วมาก ตอนที่ออกมาจากบ้าน ก็คิดว่าน้ำน่าจะถึง แค่ที่จอดรถ เพราะจริงๆแล้ว ปีที่แล้วก็ท่วม แต่ในโซนบ้านหนูไม่ท่วม ซึ่งถ้าทุกคนได้เห็นภาพ ก็น่าจะประมาณเอว และเราก็ไม่ได้เข้าไปเก็บ ซึ่งตามคลิปที่ทุกคนได้เห็น เขาเป็นพี่เจ้าของโครงการ หนูก็วานให้เขาไปเก็บรองเท้า ที่มันอยู่หน้าบ้าน ทุกอย่างมันก็จมลงไปกับน้ำ แต่ก็โชคดีที่มันไม่ได้ลอยไปไหน
ซึ่งเราก็รู้สึกเหมือนที่ทุกคนเป็นผู้ประสบภัย?
คือสิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกแย่ เพราะมันเพิ่งผ่านวันเกิดหนูไปได้แค่วันเดียว และอีกวันนึงน้ำก็มา แล้วของขวัญเต็มบ้านเลย ก็จมไปกับน้ำ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็แทบจะใช้ไม่ได้เลย เพราะว่าตั้งไว้กับพื้น แล้วพอเสร็จจากรายการ หนูก็จะรีบกลับบ้าน แต่เดี๋ยวก็ต้องคุยกับพี่เจนอีกที ว่าแกจะให้อยู่หาดใหญ่อีกไหม เพราะว่าแกก็กลัว
ย้อนกลับไปตอนเห็นคลิปครั้งแรกที่น้ำท่วม เรารู้สึกยังไง?
คือตกใจมาก แต่ส่วนหนึ่งก็ทำใจไว้แล้ว เราไม่คิดว่ามันจะขนาดไหน เพราะอย่างที่เล่าไป ก็คิดว่าจะท่วม แค่ที่จอดรถ มันเกินคาดมาก อีกอย่างเราเสพข่าวจนเราจิตตก
แม้เราจะเป็นผู้ประสบภัย แต่เราก็ยังส่งถุงยังชีพ ใส่รถบรรทุกไป 31 คัน?
ก็ต้องขอบคุณของที่ทุกคนตั้งใจเอามาให้ ของมันเยอะมาก ซึ่ง 31 คันที่ส่งไป มันไม่พอ เพราะว่าคนที่ต้องการมันเยอะมาก ซึ่ง 31 คัน ไม่ได้ส่งไปที่หาดใหญ่อย่างเดียว แต่กระจายไปทุกพื้นที่ ที่น้ำท่วมภาคใต้ และหลังจากนี้พี่เจนจะไปทำโรงทานที่หาดใหญ่ เพื่อจะแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ในช่วงฟื้นฟู เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เพียงพอ รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด
ล่าสุดยูจินไปช่วย แล้วก็ลื่นล้มจนเป็นแผล?
ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ซึ่งมันช้ำมาก และช่วงที่โดนใหม่ๆ ตอนนอนจะร้องไห้มาก เพราะว่าเขาชอบเอาหน้าไปหนุนกับมือ และพี่ยิวก็ไม่อยู่ เขาก็จะงอแงร้องไห้มาก ส่วนดราม่าที่เกิดขึ้น มีคนบอกว่าทำคอนเทนท์ หนูว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แม่เค้าต้องการ หนูก็ตกใจเหมือนกัน กับคอมเมนต์แบบนี้ ก็ช็อคเหมือนกัน ใครจะไปลงทุนให้ลูกตัวเองล้ม และคนก็มองว่าทำไมถึงไม่เอาเด็กอยู่บ้าน คือน้องไปและน้องก็อยู่ในรถบ้าน ตอนที่พี่เจนไปจุดบริจาค แล้วตรงนั้นก็ฝุ่นเยอะ ซึ่งพี่เจนก็ไม่สบายไปแล้ว
แล้วตอนนี้เราได้ขึ้นมากรุงเทพฯ น้องจาญ่า เป็นยังไงบ้าง?
ตอนนี้จะคุยเยอะมาก เหมือนว่าเขากำลังโฟกัสหน้าได้แล้ว เขาจำหน้าได้แล้ว ขนาดถึงเวลากินนมแล้ว เขาก็ยังไม่กิน เขาก็จะคุยอย่างเดียวจนน้ำลายเต็มปาก
ส่วนเรื่องภายในครอบครัวของเรา พี่สาวกับแม่เรา เขาได้คุยกันบ้างแล้วหรือยัง?
ตอนนี้เวลามันก็ผ่านมาสักพักนึง เร็วๆนี้ พี่เจนก็น่าจะได้คุยกับแม่ ตอนนี้แม่ก็อยู่กรุงเทพ ฯ เหมือนแม่อยากมาช่วยเลี้ยงหลาน เพราะตอนนี้พี่ยิวก็ไม่อยู่ แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะยังไงกันดี หนูอยู่ตรงกลาง เป็นคนคอยส่งข่าวให้ทั้งสองฝั่ง แต่ถามว่าเราอึดอัดไหม เราก็อึดอัดนิดนึง อึดอัดว่าทำไมเราต้องมาอยู่ตรงจุดนี้ ทั้งๆ ที่สองคนก็น่าจะคุยกันได้ แต่ทั้งสองฝ่ายอาจจะเสียใจเหมือนกัน เขาไม่สามารถคุยกันได้นะตอนนี้ หนูอยากให้เขากลับมาคุยกัน เพราะว่าเขาก็คือแม่กับลูก
และย้อนกลับไป วันที่แม่กับพี่สาว ไลฟ์กันไปไลฟ์กันมา ก็พึ่งมารู้เพราะทุกคนเช่นกัน?
เพราะว่ากว่าจะตื่นก็ 4 โมงเย็น เมื่อคืนเราไปงานดึกมา ก็มีเลขาโทรมาบอกว่า มันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นนะ เราก็อ๋อ… แล้วเราก็หลับต่อ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะหลับต่อทำไม แต่พอตื่นขึ้นมาได้รับรู้ข่าว ก็ตกใจ ช็อค ซึ่งถ้าเราไปห้าม มันก็จะยังไงก่อน เพราะแต่ละคนก็อัดอั้น และหลังจากที่พี่เจนไลฟ์ปุ๊บ ก็ไม่สามารถติดต่อพี่เจนได้อีกเลย เพราะว่าเขาไม่ว่าง มันก็เลยกลายเป็นเทศกาลเจนนี่ ก็โทรถามความรู้สึกแม่ เป็นยังไงบ้าง กินอะไรยัง แต่ก็ไม่ได้ถามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งแค่คิดว่าแม่มีชีวิตอยู่ หนูก็โอเคแล้ว เพราะว่าเรากลัวเขาจะคิดสั้น
ซึ่งตัวลิลลี่เอง ก็รู้สึกว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้?
ใช่ค่ะ เพราะมันเป็นอะไรที่ตอบยากมาก ขนาดหนูเป็นคนกลาง หนูเป็นคนในครอบครัว หนูก็ไม่มีคำตอบให้กับคนที่สงสัย ก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะเขาจะทั้งสองคนก็ต่างคนต่างปึ้ง คือทุกคนโดนคอมเมนต์ต่างๆนานา ซึ่งตัวหนูเองก็โดนด้วย คอมเมนต์ว่าหนู ว่าหนูไม่เข้าใจพี่เจนหรอก เพราะว่าหนูไม่ได้เป็นคนช่วย แต่จริงๆ แล้วหนูช่วย แต่หนูไม่ได้บอก หนูไม่ได้พูด บางคนรู้ เพราะว่าหนูก็ก็ช่วยแม่เหมือนกัน และคอมเมนต์ที่เสียใจที่สุด คือ ลิลลี่มันไม่เสียใจหรอก เพราะว่ามันไม่เคยช่วยแม่มัน มันไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนในครอบครัว และการที่หนูช่วยแม่หนูไม่จำเป็นต้องมานั่งบอกทุกคน ซึ่งหนูมีสิบ หนูก็ให้แม่สิบ เราให้ไปทั้งบ้าน ให้ทั้งรถ ให้จนหมด พี่เจนเลยไปซื้อบ้านที่หาดใหญ่ให้หนู แต่ก็ดีใจมากที่พี่เค้าซื้อให้
มีอะไรจะบอกชาวเน็ตไหมที่เขาคอมเมนต์มา?
พูดไปก็ไม่รู้ว่าเขาจะฟังหรือเปล่า เรื่องบางเรื่องถ้ามันเป็นเรื่องของคนในครอบครัว ก็อยากให้เว้นระยะห่าง ไอ้เรื่องที่อยากรู้ เราเข้าใจอยู่แล้ว หนูก็เป็นคนอยากรู้เหมือนกัน แต่ว่ารู้แล้วแต่ก็ไม่ได้คอมเมนต์ด่า ถ้าเรามีอะไรเราก็คิดอยู่ในใจ บางคนคอมเมนต์ด่าคนอื่น จนตัวเองเดือดร้อน จนตัวเองโดนฟ้องก็มี
และในกรณีเรากับพี่ยิว?
หนูไม่ได้โกรธอะไรกับพี่ยิว ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ขนาดเมื่อคืนพี่ยิวอยู่กับพี่เจนเขาวิดีโอคอลกัน หนูก็ยังคุยกับเขาอยู่เลย มันไม่มีอะไรเลย เราไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนอะไรกัน ซึ่งหนูก็หวังว่าให้บ้านเราได้จับเข่าคุยกัน ก็หวังว่าเร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าให้หนูต้องเลือกข้าง หนูไม่สามารถเลือกได้ ทุกคนคือคนในครอบครัวเดียวกัน
ในฐานะที่เราเป็นคนกลาง เราอยากจะบอกอะไรกับพี่เจนและแม่?
ซึ่งจริงๆ หนูไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะว่าเคยพูดกับพี่เจนกับแม่ไปแล้ว ก็อยากจะบอกอีกครั้งว่ายังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน วันที่เราคุยกัน วันที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความสุข มันไม่มีความสุขกับวันที่แม่ต้องโทรมาหาหนู แล้วบอกว่าขอดูรูปหลานหน่อย แล้วพี่เจนก็ต้องมาถามหนูว่าแม่เป็นไงบ้าง ซึ่งจริงๆเราสามารถคุยกันได้ อยากให้พี่เจนกับแม่คุยกันเอง โดยที่ไม่ต้องผ่านหนูแล้ว หนูไม่อยากเห็นภาพนี้แล้วหนูอยากเห็นภาพที่เราอยู่ด้วยกัน ซึ่งมันอาจจะยาก แต่ก็หวังเล็กๆ ว่าอยากให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
กลับมาที่ดราม่าเรา เรื่องซื้อรถป้ายแดง?
หนูก็ซื้อในช่วงที่เขามีเทศกาลเจนนี่ คือหนูไม่ได้ไลฟ์ แต่มีเจ้าของแบรนด์โทรมาบอกว่าให้เราขึ้นไลฟ์ ตอนแรกก็ไม่รับ แต่เขาโทรมาเกือบ 10 สาย มันก็ตังค์ทั้งนั้น ซึ่งไลฟ์ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถ้าถามเรื่องอื่นหนูไม่ตอบจริงๆนะ แต่โชคดีป้ายแดงที่เราเพิ่งซื้อ เราพาออกมาก่อน เพราะว่าเพิ่งผ่อนได้แค่เดือนเดียว
แล้วเรื่องเงิน 3,000,000 ที่จะไปใช้หนี้แทนแม่ ตอนนี้ความคืบหน้าไปถึงไหน?
ก็ต้องให้เขาไปคุยกันเอง แม้ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้คุยกัน แต่ถ้าคุยกันก็ต้องคุยกันเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้คนเขาถามเรื่องนี้เยอะมาก ก็ต้องรอให้เขาคุยกันเอง
มีข่าวว่า “บอล ซีทู” สึกแล้วจะแต่งงานเลย?
ไม่ใช่ คือเมื่อปีที่แล้วเขาบนเรื่องทหารไว้ ซึ่งคนแถวบ้านก็แซวกันว่าบวชแล้วต้องแต่งแน่เลย คนใกล้ตัวก็จะแซว เราก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แล้วเราคบกับแฟน แล้วอยู่ในตอนที่เขาบวช อันนี้เป็นครั้งแรก ก็เขินเหมือนกันเวลาคนแซว คงยังไม่ เพราะว่าตอนนี้ยังหยุมหัวกันอยู่เลย ยังตีกันอยู่เลย เลิกตีกันก่อนแล้วค่อยแต่งงาน
แล้วในเรื่องแต่งงาน พี่สาวเราว่ายังไง?
ยังไม่เคยคุยกัน แต่ตอนนี้พี่เจนเขาอยากให้หนูกับบอลมีตังเยอะๆ อยากให้มีงานที่มั่นคง ที่นอกจากร้องเพลงแล้ว ก็อยากให้มีงานอย่างอื่นด้วย อยากให้ช่วยกันทำมาหากิน หรือเวลาเราไปเที่ยว พี่เจนก็เป็นคนซัพพอร์ตเราสองคน หนูก็ยังไม่อยากแต่งงาน หนูก็เพิ่งจะ 21 เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง
อันนี้คือขอถามหน่อยว่าเราเคยมองไกลไหมว่าเราแต่งงานอายุเท่าไหร่?
หนูบอกไหมตั้งแต่มัธยมเลย เราก็ตั้งอนาคตของตัวเองว่าจะเป็นยังไง จะแต่งงานอายุ 25 ไปเที่ยวกับแฟนก่อน มีลูกไม่เกิน 30 อยากแข็งแรง อยากเล่นกับลูก แต่ตอนนี้ก็หาตังค์อยู่ ซึ่งถามว่าความเป็นแม่ศรีเรือนมียังไง หนูว่าแค่หนูหุงข้าว ยังแฉะอยู่เลย