โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดน้ำหอมไทยขยายตัวแรง รับแรงหนุน Soft Power -กำลังซื้อนักท่องเที่ยวฟื้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 08.52 น.

ตลาดน้ำหอมไทยแนวโน้มโตสูง ขึ้นแท่น Soft Power ตัวใหม่จากแรงหนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวดันสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยสู่ตลาดโลก แบรนด์ท้องถิ่น คุณภาพแน่น อัตลักษณ์ชัดส่งออกพุ่ง “Butterfly Thai Perfume” งัดกลยุทธ์ 'Value-Added Export' ดันน้ำหอมไม้กฤษณาไทยตีตลาดตะวันออกกลางเจาะ “ดูไบ” หลัง KALI GIRL ชิงกำลังซื้อ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ยุโรปสำเร็จ

2 ธันวาคม 2568-ตลาดน้ำหอมในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือ Soft Power ไทย และการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าไลฟ์สไตล์และความงามของไทยขยายตัวไปยังตลาดโลก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้หันมาให้การยอมรับแบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพในระดับสากลมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยที่มีอัตลักษณ์และเรื่องราวชัดเจนสามารถสร้างความโดดเด่นในตลาดเอเชีย

Butterfly Thai Perfume นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ขับเคลื่อนกระแสนี้มาตลอดทศวรรษ ด้วยสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่า 60% และเป็นสินค้าของฝากที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทย

นายสุชิน แก้วอุดร ผู้ก่อตั้ง Butterfly Thai Perfume ได้เปิดเผยแนวคิดในการพัฒนาแบรนด์และการเปิดตัวกลิ่น “KALI GIRL” ว่า แบรนด์ไม่ได้เพียงใช้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งใช้ 'กลิ่น' เป็นสื่อกลางในการสะท้อนคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องของผู้หญิงในมิติทางสังคมที่อาจถูกมองอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัตถุดิบไทย ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อส่งต่อคุณค่าของท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสื่อสารเรื่องราวของผู้คน

ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 60% อาทิ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และยุโรปบางส่วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างร่วมสมัย และกลุ่มคนไทย 40% ที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Butterfly Thai Perfume ได้วางรากฐานการดำเนินธุรกิจด้วยการผสมผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างความแตกต่างในตลาดที่แบรนด์ต่างชาติครองส่วนแบ่งสูง กลยุทธ์สำคัญประกอบด้วย:

  • Storytelling และการสื่อสารคุณค่า: มุ่งเน้นการขาย 'ความทรงจำ' และ 'เรื่องราว' ที่มาจากการเดินทางทั่วไทย เพื่อนำวิถีชีวิตและบรรยากาศต่างๆ มาสร้างเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
  • การผสานเทคนิคดั้งเดิมและสมัยใหม่: นำวิธีทำน้ำอบน้ำปรุงแบบโบราณมาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่เพื่อลดการใช้สารเคมี
  • การสร้างมูลค่าจากทรัพยากรไทย: เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบไทย โดยเฉพาะ ไม้กฤษณา ซึ่งมีมูลค่าสูงในตลาดโลก และแบรนด์ตั้งใจผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบดิบ

สำหรับปี 2569 แบรนด์วางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 200% โดยมีแผนจะเปิดตัว Oud Collection ที่ใช้น้ำมันไม้กฤษณาไทยคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ แบรนด์ได้วางกลยุทธ์เป็น "Value-Added Export" คือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก่อนส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับสากลในอังกฤษ ญี่ปุ่น และดูไบ

ล่าสุด Butterfly Thai Perfume คว้ารางวัล Niche Perfumer Award จากเวที Asia Perfume Foundation ด้วยผลงาน “KALI GIRL” ซึ่งเป็นกรณีศึกษาในการสร้างแบรนด์ไทยที่ใช้ Soft Power และอัตลักษณ์ไทยได้อย่างสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...