ตลาดน้ำหอมไทยขยายตัวแรง รับแรงหนุน Soft Power -กำลังซื้อนักท่องเที่ยวฟื้น
ตลาดน้ำหอมไทยแนวโน้มโตสูง ขึ้นแท่น Soft Power ตัวใหม่จากแรงหนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวดันสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยสู่ตลาดโลก แบรนด์ท้องถิ่น คุณภาพแน่น อัตลักษณ์ชัดส่งออกพุ่ง “Butterfly Thai Perfume” งัดกลยุทธ์ 'Value-Added Export' ดันน้ำหอมไม้กฤษณาไทยตีตลาดตะวันออกกลางเจาะ “ดูไบ” หลัง KALI GIRL ชิงกำลังซื้อ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ยุโรปสำเร็จ
2 ธันวาคม 2568-ตลาดน้ำหอมในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือ Soft Power ไทย และการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าไลฟ์สไตล์และความงามของไทยขยายตัวไปยังตลาดโลก ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้หันมาให้การยอมรับแบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพในระดับสากลมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยที่มีอัตลักษณ์และเรื่องราวชัดเจนสามารถสร้างความโดดเด่นในตลาดเอเชีย
Butterfly Thai Perfume นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ขับเคลื่อนกระแสนี้มาตลอดทศวรรษ ด้วยสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่า 60% และเป็นสินค้าของฝากที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทย
นายสุชิน แก้วอุดร ผู้ก่อตั้ง Butterfly Thai Perfume ได้เปิดเผยแนวคิดในการพัฒนาแบรนด์และการเปิดตัวกลิ่น “KALI GIRL” ว่า แบรนด์ไม่ได้เพียงใช้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งใช้ 'กลิ่น' เป็นสื่อกลางในการสะท้อนคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องของผู้หญิงในมิติทางสังคมที่อาจถูกมองอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัตถุดิบไทย ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อส่งต่อคุณค่าของท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสื่อสารเรื่องราวของผู้คน
ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 60% อาทิ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และยุโรปบางส่วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างร่วมสมัย และกลุ่มคนไทย 40% ที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Butterfly Thai Perfume ได้วางรากฐานการดำเนินธุรกิจด้วยการผสมผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างความแตกต่างในตลาดที่แบรนด์ต่างชาติครองส่วนแบ่งสูง กลยุทธ์สำคัญประกอบด้วย:
- Storytelling และการสื่อสารคุณค่า: มุ่งเน้นการขาย 'ความทรงจำ' และ 'เรื่องราว' ที่มาจากการเดินทางทั่วไทย เพื่อนำวิถีชีวิตและบรรยากาศต่างๆ มาสร้างเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
- การผสานเทคนิคดั้งเดิมและสมัยใหม่: นำวิธีทำน้ำอบน้ำปรุงแบบโบราณมาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่เพื่อลดการใช้สารเคมี
- การสร้างมูลค่าจากทรัพยากรไทย: เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบไทย โดยเฉพาะ ไม้กฤษณา ซึ่งมีมูลค่าสูงในตลาดโลก และแบรนด์ตั้งใจผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบดิบ
สำหรับปี 2569 แบรนด์วางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 200% โดยมีแผนจะเปิดตัว Oud Collection ที่ใช้น้ำมันไม้กฤษณาไทยคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ แบรนด์ได้วางกลยุทธ์เป็น "Value-Added Export" คือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก่อนส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับสากลในอังกฤษ ญี่ปุ่น และดูไบ
ล่าสุด Butterfly Thai Perfume คว้ารางวัล Niche Perfumer Award จากเวที Asia Perfume Foundation ด้วยผลงาน “KALI GIRL” ซึ่งเป็นกรณีศึกษาในการสร้างแบรนด์ไทยที่ใช้ Soft Power และอัตลักษณ์ไทยได้อย่างสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ