โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จิตตะ เวลธ์ แนะจัดพอร์ต Core & Satellite รองรับความผันผวน ปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 10.16 น.

จิตตะ เวลธ์ เปิดมุมมองการลงทุนปี 2569 โลกกำลังเข้าสู่ยุค “เติบโตไม่พร้อมกัน และโตไม่เท่ากัน” แนะจัดพอร์ต Core & Satellite รองรับความผันผวน

5 ม.ค. 2569 - นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.จิตตะ เวลธ์ เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนปี 2569 ว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค “เติบโตไม่พร้อมกัน และโตไม่เท่ากัน” โดยปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ภาวะสมดุลใหม่ ไม่ใช่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ใช่การเติบโตแบบเร่งตัวเหมือนในอดีต กล่าวคือ บางประเทศยังเติบโตได้ดี ขณะที่บางประเทศชะลอตัว และแม้ในประเทศเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มรายได้ก็ฟื้นตัวไม่เท่ากัน

สหรัฐอเมริกา : Core Driver ของเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก

เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจไม่ใช่ประเทศที่โตเร็วที่สุด โดยมีการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เติบโตประมาณ 1.8– 2.3% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้จ่ายภาครัฐและนโยบายอุตสาหกรรม

ด้านนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายแบบระมัดระวัง โดยจะต้องให้ความสำคัญกับ “ทิศทางนโยบายระยะยาว” มากกว่าจำนวนครั้งในการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามตลาดยังจับตา การเปลี่ยนตัวประธาน Fed ในปี 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ทั้งนี้โดยภาพรวมแล้ว สหรัฐฯ ยังคงรับบทเป็น ตัวกำหนดทิศทางของสภาพคล่องและ Sentiment การลงทุนโลก

จีน : เติบโตช้าลง แต่เปลี่ยนโครงสร้างจริงจัง

ในปี 2569 จีนอาจไม่ใช่ Growth Engine แบบเดิม จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง เช่น AI, Semiconductor, EV และพลังงานสะอาด และแม้การบริโภคภายในยังฟื้นตัวช้า แต่คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะอยู่ได้ระดับ 4.4% – 4.8% ได้ อย่างไรก็ตามการที่จีนเริ่มรุกตลาดโลกด้วยสินค้าเทคโนโลยีมูลค่าสูงทำให้จีนยังเป็นผู้เล่นหลักฝั่ง Supply ของโลก ขณะเดียวกันนักลงทุนต้องระวังผลกระทบเชิงการแข่งขันต่อประเทศอื่นด้วย

ญี่ปุ่น : จากยุคเงินฝืด สู่การเติบโตเชิงคุณภาพ

ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงประวัติศาสตร์ เปลี่ยนจาก “เรื่องค่าเงิน” เป็น “เรื่องคุณภาพกำไร” ด้วยการยุติดอกเบี้ยติดลบและปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่น มีโอกาสแตะ 0.75% – 1.0% ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นคาดว่าจะอยู่ที่ราว ~0.7%

ในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงได้แรงหนุนจากการปฏิรูปบรรษัทภิบาล รวมถึงการลงทุนใน Automation, Robotics และ AI และเงินทุนในประเทศที่เริ่มกลับเข้าตลาดหุ้น

เวียดนาม : ผู้ชนะเชิงโครงสร้างของเอเชีย

เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก China+1, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าเวียดนามกำลังก้าวจากฐานผลิต สู่การเป็น Tech Manufacturing Hub ของอาเซียน การเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลและ Data Center ขยายตัวเร็ว เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้า ในกลุ่ม High-tech และ Semiconductor เพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดตลาดหุ้นเวียดนามมี EPS Growth สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกไปแล้ว

ไทย: ฟื้นตัวช้า แต่ยังมีจุดเปลี่ยนให้ติดตาม

เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยมีการคาดการณ์ GDP ที่ระดับ 1.5% – 1.7% ซึ่งเป็นแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก นอกจากนี้ในปี 2569 เรายังต้องจับตาผลการเลือกตั้งที่จะเป็นปัจจัยชี้ขาดด้านนโยบายการคลัง

การลงทุนปี 2569 ตลาดไหนที่น่าสนใจ

จากข้อมูล AI Market Prediction ของจิตตะ เวลธ์ ที่สามารถบ่งบอกตลาดถูกแพง ของแต่ละประเทศในแต่ละปีจะพบว่า AI ยังชี้เป้าไปที่ประเทศจีนที่มีจำนวนหุ้นดีราคาถูกมากกว่าหุ้นดีแต่ราคาแพงถึง 4.56 เท่า ตามมาด้วย ฮ่องกง ที่ 2.57 เท่า ญี่ปุ่น 1.63 เท่า ขณะที่หุ้นไทยเอง อาจจะมีจำนวนหุ้นดีราคาถูกอยู่ถึง 9 เท่า แต่ก็มีความกดดันเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอยู่

สำหรับคำแนะนำในแนวทางการจัดพอร์ตในปี 2569 ให้พร้อมกับความผันผวนที่รออยู่ จากบทเรียนการลงทุนที่ได้รับในปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2569 จิตตะ เวลธ์ จะยังเน้นเรื่องการจัดพอร์ตส่วนหลัก (Core) และส่วนเสริม (Satellite) หรือ Core & Satellite เพื่อรองรับความผันผวน

โดย Core Portfolio สัดส่วน 80% ของเงินลงทุนทั้งหมด แนะนำลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงครอบคลุมทั่วโลก เช่น Global ETF หรือ Omni Fund เพื่อให้พอร์ตมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

Satellite ในสัดส่วน 20% โดยสัดส่วนสามารถปรับได้ตามระดับความเสี่ยงที่รับไหว แต่พอร์ตหลักไม่ควรน้อยกว่า 50% โดยเลือกตลาดหรือธีมที่กำลังได้รับความสนใจ เช่น หุ้นเทคโนโลยี หรือประเทศที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว หรือนโยบาย Jitta Ranking Alpha และ Thematic Optimize เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน บนความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ยังคงคุมความเสี่ยงโดยรวมได้ เพราะมีพอร์ตหลักรองรับอยู่

ยกตัวอย่าง เช่น การจัดพอร์ตแบบ Core 80% Satellite 20% ในกรณีที่ตลาดผันผวน พอร์ตรองซึ่งมักจะผันผวนมากกว่า หากพอร์ตนี้ติดลบไป 50% พอร์ตโดยรวมก็จะลดลงเพียง 10% เท่านั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...