โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกบึ้มปั๊ม ปตท. นราธิวาส “บิ๊กDSI-ความมั่นคง” แฉยับแบ่งงานกันทำ-ดอดกบดานประเทศเพื่อนบ้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 19.49 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แกะรอยวงจรปิดล่าระเบิดปั๊ม 5 อำเภอ! เจ้าหน้าที่เผยนาทีกลุ่มชายชุดดำอาวุธครบมือ ขนระเบิดถังดับเพลิง 20 กิโล ถล่มหัวจ่าย-เซเว่นฯ ล็อกเป้ากลุ่ม

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สำหรับความคืบหน้ากรณีกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้นัดแนะกระจายกำลังกับลอบวางระเบิด สถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงปั๊ม ปตท. ในพื้นที่ 5 จุด 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ สุไหงโก-ลก แว้ง เจาะไอร้อง ระแงะ และจะแนะ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดในช่วงดึกของวันที่ 11 ม.ค. 69 ที่ผ่านมานั้น

จากการสืบสวนสอบสวนเก็บวัตถุพยานในพื้นที่จุดเกิดเหตุทั้ง 5 จุด พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ บรรจุในภาชนะถังดับเพลิง หนักลูกละ 20 กก. แต่ละจุดจะมีการจุดชนวนระเบิด 2 ระบบ คือ จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาและใช้รีโมตคอนโทรล ไปวางก่อเหตุในแต่ละที่เป้าหมายทั้งตู้หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น รวมทั้งรถบรรทุกน้ำมัน โดยมุ่งเน้นความเสียหายแต่ไม่ประสงค์ชีวิต

และแนวทางในการสืบสวนสอบสวนได้ควบคู่กับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของปั๊ม ปตท. แต่ละแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ตามปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละแห่ง คนร้ายจะแต่งกายชุดสีดำมีอาวุธปืนครบมือ และแต่ละปั๊มคนร้ายจะมีจำนวน 4 ถึง 6 คน ขึ้นอยู่ว่าแต่ละปั๊มว่ามีขนาดใหญ่ กลางหรือเล็ก เพื่อให้เหมาะสมกับงานและสามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย หลังลงมือก่อเหตุแล้วเสร็จ

หน่วยงานความมั่นคงและชุดคลี่คลายคดีความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่แต่ละปั๊มจำหน่ายน้ำมันสามารถบันทึกกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ มาทำการตรวจสอบและนำไปเปรียบเทียบกับวงจรปิดที่คนร้ายเคยก่อเหตุในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอ ที่ได้รับความเสียหายกับการลอบวางระเบิดปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ พบว่า จากพฤติกรรมรูปพรรณสัณฐานรวมไปถึงการคุ้มกันในระหว่างก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย มีการวางแผนเป็นระบบ ทั้งการเข้าก่อเหตุและในระหว่างหลบหนี

ซึ่งผลจากการประเมินและวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มเดิมๆ ที่อาจจะมีสมาชิกคนรุ่นใหม่ในพื้นที่เกิดขึ้นในแต่ละจุดมาเสริมเขี้ยวเล็บ ในการสอดส่องดูแลช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการลงมือปฏิบัติการ

โดยเจ้าหน้าที่เชื่อมั่นและเป็นแนวทางในการติดตามพฤติกรรม สืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมทั้งผู้บงการ แกนนำและสมาชิกของเครือบุคคลที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 5 จุด ใน 5 อำเภอ โดยแยกเป็น 1.คนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นกลุ่มนายมูซอฮา เจะเด็ง ที่เคยร่วมก่อเหตุปล้นทองห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก 2.อ.ระแงะ เป็นกลุ่มนายอารง ดือราโพ ที่เคยก่อเหตุปล้นรถบริษัทโค้กและนำไปใช้เป็นพาหนะปล้นร้านค้าในพื้นที่ อ.ระแงะ 3.อ.จะแนะ เป็นกลุ่มนายอับดุลเลาะ บูละ ที่เคยก่อเหตุลอบเผารถยนต์และเครื่องจักรกลในเหมืองแร่ 4.อ.แว้ง เป็นกลุ่มนายตอเย็บ เมทารง ที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงไฟฟ้าชีวมวล และ 5.อ.สุไหงโก-ลก เป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวกันกับนายตอเย็บ เมทารง ที่เคยปล้นทองห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก ที่เจ้าหน้าที่กำลังแกะรอยเชื่อมโยง

และกลุ่มคนร้ายทั้ง 5 กลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้มีการแยกย้ายหลบหนีเป็น 2 ส่วน คือ หลบหนีกบดานเทือกเขา และบางส่วนหลบหนีกบดานประเทศเพื่อนบ้านตามช่องทางธรรมชาติ

และจากการติดตามการเคลียร์พื้นที่ปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุการณ์ผ่านไป 3 วัน พบว่า สถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ตันหยงมัส ออยล์ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ล่าสุด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตันหยงมัส ได้เข้าไปตรวจสอบระบบไฟฟ้า พบว่า หม้อแปลงไปฟ้า 2 ลูก ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดทั้งหมด ต้องมีการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าลูกใหม่จำนวน 2 ลูก ส่วนทางด้านพนักงานของปั๊ม ปตท. ก็ได้เดินทางมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่เยียวยา มาตรวจสอบความเสียหายแทนเจ้าของปั๊มที่ติดภารกิจ โดยพนักงานทั้ง 2 คน ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

โดย น.ส.สารอยา บือซา พนักงานบัญชีของปั๊ม เปิดเผยว่า ตนเองทำงานที่ปั๊มแห่งนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว รายได้จากงานตรงนี้เป็นรายได้หลักที่ใช้เลี้ยงดูครอบครัว แต่ขณะนี้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีงานทำ และยังไม่ทราบว่าปั๊มจะกลับมาเปิดดำเนินการได้เมื่อใด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากในครอบครัวมีสมาชิกที่กำลังศึกษาอยู่ทั้งหมด 4 คน หลังจากนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถไปทำงานอะไรต่อได้ หรือจะหางานใหม่จากที่ใด เพราะในช่วง 2-3 เดือนนี้ยังมองไม่เห็นทางเลือก ขณะเดียวกันยังต้องรับภาระเลี้ยงดูลูก โดยรายได้หลักมาจากตนเองเป็นหลัก ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ด้าน น.ส.นิญาศมิณ เจ๊ะเง๊าะ พนักงานบัญชีของปั๊ม เปิดเผยเช่นกันว่า ตนเองเริ่มทำงานที่ปั๊มแห่งนี้เข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว และไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แม้ตนจะไม่มีลูกและไม่มีสามี แต่ยังมีภาระครอบครัวที่ต้องดูแล ทั้งญาติที่ป่วยติดเตียง และน้องอีกหนึ่งคนที่กำลังศึกษาอยู่ หลังจากนี้คงต้องพยายามออกไปหางานทำที่อื่น แต่ในช่วงนี้ยังคงช่วยนายจ้างทำงานเท่าที่ทำได้ เช่น การช่วยเคลียร์เอกสารและงานด้านบัญชีต่าง ๆ เพื่อประคองสถานการณ์ไปก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...