โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาส่งผลประเมินความเสียหายปราสาทพระวิหารให้องค์กรระหว่างประเทศ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กัมพูชาเผยผลประเมินความเสียหายปราสาทพระวิหาร โครงสร้างเสียหายหนัก พร้อมยื่นรายงานต่อยูเนสโกและประชาคมระหว่างประเทศ

วันที่ 12 ม.ค. 69 กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชาได้ส่งรายงานการประเมินความเสียหายของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์พระวิหารไปยังองค์การยูเนสโก คณะกรรมการมรดกโลก กลุ่มประเทศสมาชิก ICC-Preah Vihear และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูล

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในเช้าวันนี้ กระทรวงฯ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพระวิหารและพื้นที่โดยรอบอันเป็นผลมาจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของกองทัพไทยในช่วงวันที่ 24-28 ก.ค. และ 7-27 ธ.ค. ปีที่แล้ว

รายงานระบุว่า ความเสียหายที่บันทึกไว้ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. ครอบคลุม 142 จุดภายในบริเวณพระวิหาร และ 42 จุดในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ และอาคารสำนักงานอนุรักษ์แห่งชาติของพระวิหาร

ชุมชนโดยรอบก็ได้รับความเสียหายใน 60 จุด รวมถึงบ้านเรือน โรงเรียน เจดีย์ และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะอื่น ๆ ส่งผลให้ประชาชน 14,832 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ความเสียหายเหล่านี้ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการโดยองค์การพิทักษ์ปราสาทพระวิหารเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

ส่วนความเสียหายที่บันทึกไว้ระหว่างวันที่ 7 ถึง 27 ธ.ค. นั้น กัมพูชาบอกว่า มีขนาดใหญ่กว่าความเสียหายที่บันทึกไว้ในเดือน ก.ค. จากหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอที่รวบรวมโดยองค์การพิทักษ์ปราสาทพระวิหารระหว่างภารกิจบันทึกข้อมูลเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

กัมพูชาอ้างว่า โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญเกือบทั้งหมดของพระวิหาร รวมถึงทางเชื่อมทั้งหมดและบันไดโบราณทางทิศเหนือ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ความเสียหายนี้เกิดจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศซ้ำ ๆ โดยโดรนและเครื่องบินรบที่มุ่งเป้าไปที่แหล่งมรดกโลกปราสาทพระวิหารโดยตรง

ในขณะเดียวกัน กิจกรรมการอนุรักษ์และบูรณะตามปกติก็หยุดชะงัก และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนงานอนุรักษ์และบูรณะภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศก็ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประกอบด้วย;

  • โครงการอนุรักษ์และบูรณะบันไดโบราณทางเหนือ (ความร่วมมือกัมพูชา-สหรัฐอเมริกา)
  • โครงการอนุรักษ์และบูรณะโคปุรัมที่ 5 (ความร่วมมือกัมพูชา-อินเดีย)
  • โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของโคปุรัมที่ 1, 2 และ 3 (ความร่วมมือกัมพูชา-จีน)

กัมพูชาระบุว่า โดยรวมแล้ว การโจมตี 2 ระลอกโดยกองทัพไทยต่อปราสาทแห่งนี้ ก่อให้เกิดการทำลายล้างอย่างกว้างขวางและความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ส่วนที่ได้รับการบูรณะ จารึก อาคารอนุรักษ์ และอุปกรณ์ทางเทคนิค การโจมตีเหล่านี้ได้ขัดขวางความพยายามในการอนุรักษ์ของสถาบันภายในประเทศและพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างมาก

กระทรวงฯ กล่าวว่า ได้ออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อเผยแพร่รายงานการประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงเอกสารวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งสอง จัดทำโดยหน่วยงานแห่งชาติเพื่อปราสาทพระวิหาร ตลอดจนรายงานสรุปเกี่ยวกับการเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด จัดทำโดยศูนย์ปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา

กระทรวงฯ เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศและประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนมาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องปราสาทจากการโจมตีเพิ่มเติม สนับสนุนการอนุรักษ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และงานบูรณะปราสาท

ในขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ย้ำเตือนให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญากรุงเฮกปี 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ และพิธีสารฉบับที่สองปี 1999 ตลอดจนกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้กำหนดให้รัฐภาคีต้องเคารพและปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสากลอันโดดเด่น

แถลงการณ์ระบุว่า “กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมจะยังคงดำเนินการวิจัย รวบรวมเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหาย และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงในด้านเทคนิค การทูต และกฎหมาย เพื่อให้เกิดความยุติธรรม การปกป้อง และการบูรณะพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ของกัมพูชา”

เรียบเรียงจาก Khmer Times

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก” เข้าสู่วาระสุดท้าย หลังเปลี่ยนสีเป็นสีฟ้า!

จีนประกาศ เตรียมขยายผลออกหมายจับเครือข่าย “เฉิน จื้อ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชาส่งผลประเมินความเสียหายปราสาทพระวิหารให้องค์กรระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...