เที่ยวต่างประเทศต้องระวัง! กงสุลเผย 11 เดือน คนไทยในต่างแดน ขอความช่วยเหลือพุ่ง 2 หมื่นเคส
กรมการกงสุลเปิดตัวเลขความช่วยเหลือช่วย คนไทยในต่างแดน 11 เดือนปี 2568 พบกลุ่มตกทุกข์ได้ยากและคดีความในต่างประเทศครองสัดส่วนสูงสุด ยกระดับนโยบายการทูตเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน Thai Consular เชื่อมต่อโครงข่ายสถานทูตทั่วโลกแบบเรียลไทม์ เตรียมความพร้อมรับพีคซีซั่นปลายปี กำชับนักท่องเที่ยวลงทะเบียนระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อประสิทธิภาพในการติดตามตัว
30 ธันวาคม 2568 -กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถิติการให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศรอบ 11 เดือนของปีพุทธศักราช 2568 โดยระบุว่ามีการดำเนินการช่วยเหลือแล้วรวมทั้งสิ้น 20,889 กรณี ครอบคลุมตั้งแต่การประสบเหตุเดือดร้อนทั่วไป คดีความทางกฎหมาย ไปจนถึงสถานการณ์วิกฤตในต่างแดน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการเดินทางและการพำนักของคนไทยในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ พบว่า กลุ่มที่ขอรับความช่วยเหลือมากที่สุดคือ
- กรณีตกทุกข์ได้ยาก (นักเรียน นักศึกษา ผู้ป่วย และกรณีทรัพย์สินหรือเอกสารเดินทางสูญหาย) จำนวน 8,687 กรณี
- รองลงมาคือ กรณีการถูกจับกุมและดำเนินคดีในต่างประเทศ จำนวน 2,826 กรณี โดยมีข้อสังเกตว่าในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียวมีตัวเลขสูงถึง 1,300 กรณี ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปัญหาแรงงาน
นอกจากนี้ยังมีภารกิจด้านมรณกรรม 887 กรณี การติดตามหาญาติ 1,879 กรณี และการช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์อีก 82 กรณี
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล กรมการกงสุลได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ “การทูตเชิงรุกเพื่อประชาชน” โดยมุ่งเน้นการใช้แอปพลิเคชัน Thai Consular เป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management) และการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อลดขั้นตอนการประสานงานและเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงตัวผู้ประสบเหตุ
ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านระยะทางและเวลา โดยมีฟังก์ชันสำคัญคือระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน (SOS) ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งของผู้ขอความช่วยเหลือส่งตรงไปยังส่วนกลางและสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ ได้ทันที รวมถึงระบบลงทะเบียนคนไทยในต่างประเทศ (E-Register) ที่จะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่แม่นยำในการวางแผนอพยพหรือส่งความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุความไม่สงบ
"กรมการกงสุลได้วางแผนและพัฒนานโยบายการทูตเชิงรุกโดยมุ่งเน้นการป้องกันและเตรียมความพร้อมมากกว่าการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุแล้ว ซึ่งเป็นการยกระดับการดูแลคนไทยในต่างแดนที่มุ่งการดำเนินการเชิงรุกและทันสมัย"
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (Peak Season) ที่คาดว่าจะมีชาวไทยเดินทางออกต่างประเทศจำนวนมาก กรมการกงสุลได้เพิ่มความเข้มข้นในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดาวน์โหลดและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันล่วงหน้าก่อนการเดินทาง เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยและลดภาระงบประมาณภาครัฐในการติดตามตัวกรณีเกิดเหตุสูญหายหรืออุบัติเหตุ
นอกจากระบบแจ้งเหตุแล้ว แอปพลิเคชันดังกล่าวยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่อัปเดตตามสถานการณ์จริงในแต่ละประเทศ (Travel Advisory) คู่มือการเตรียมความพร้อม และช่องทางการติดต่อเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานไทยทั่วโลก ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิภาพประชาชนไทยในระดับสากล
ในเชิงบริหารจัดการ ภาครัฐมุ่งหวังว่าการใช้ระบบดิจิทัลจะช่วยลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชนที่พำนักอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว แรงงาน หรือนักธุรกิจ ให้สามารถเข้าถึงบริการกงสุลได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังที่ทำการสถานทูต ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงต้นทุนและความรวดเร็วในสภาวะวิกฤต
"การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคนไทยในต่างแดนกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด"