ผู้ถือหุ้นการบินไทย หวั่นการเมืองแทรกแซง ยื่น ‘คลัง’ สอบมติกรรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้น
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 05.16 น. • The Bangkok Insightผู้ถือหุ้นการบินไทย พบข้อสงสัยกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปลายปีซ้ำซ้อน เกรงจะมีวาระแอบแฝง เปิดโอกาสให้การเมืองแทรกแซง "การบินไทย" อีก ยื่นร้องเรียนต่อ "รมว.คลัง" และ "เลขาธิการ ก.ล.ต." ให้ตรวจสอบมติกรรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่อาจขัดต่อข้อบังคับและกฎหมาย
กลุ่มถือหุ้นการบินไทยโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ถือหุ้นการบินไทย และนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ผู้ถือหุ้นการบินไทย และอดีตประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับการดําเนินการทางกฎหมายต่อคณะกรรมการบริษัท การบินไทยฯ และยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ให้ ยกเลิกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เพื่อป้องกันการแทรกแซงการบริหารของรัฐที่ อาจขัดต่อกฎหมาย
มีรายงานว่า ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ และนายรัชตกร ศรีบุญโรจน์ ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท ภายหลังบอร์ดมีมติจัดและเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งผู้ถือหุ้นเห็นว่าอาจขัดต่อข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ฯ
ผู้ถือหุ้นชี้ว่า ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ระหว่างที่บริษัทอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาลล้มละลาย ได้มีการประชุมผู้บริหารแผนได้ใช้อำนาจและสิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการในการประชุมพิจารณางบการเงิน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวาระที่จะต้องประชุมในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ดังนั้น จึงถือได้ว่า บริษัทฯ ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ตามที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนไปแล้ว การที่คณะกรรมการยังคงนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นการประชุมหลังพ้นกำหนด 4 เดือนนับจากสิ้นรอบบัญชี จึงอาจเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับบริษัทและกฎหมายบริษัทมหาชนฯ
ผู้ถือหุ้นระบุเพิ่มเติมว่า ตามข้อบังคับบริษัทและกฎหมาย หากมีการประชุมผู้ถือหุ้นหลังพ้นกำหนด 4 เดือน จะต้องจัดเป็น "การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น" เท่านั้น ขณะที่วาระ "เลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ" เป็นวาระที่กฎหมายกำหนดให้พิจารณาเฉพาะในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
จึงทำให้ผู้ถือหุ้นตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะกรรมการกำหนดให้การประชุมครั้งนี้เป็น "การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น" อาจมีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลักดันวาระเลือกกรรมการให้เกิดขึ้นภายในเดือนธันวาคม เพื่อเอาผู้บริหารแผนเดิมออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งคนของฝ่ายการเมืองแทน การจัดประชุมลักษณะนี้อาจขัดต่อกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของคณะกรรมการในการเร่งเปลี่ยนแปลงเอากรรมการที่เคยทำหน้าที่ผู้บริหารแผนจนประสบความสำเร็จ ซึ่งศาลล้มละลายกลางเคยระบุว่าปฏิบัติหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพตามแผนฟื้นฟูกิจการ แต่กลับถูกผลักดันให้พ้นตำแหน่งภายในเดือนธันวาคมนี้
การยืนยันจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายของกรรมการบริษัทส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ราคาหุ้นการบินไทยลดลงต่อเนื่องตั้งแต่มีข่าวดังกล่าว โดยราคาหุ้นจากระดับ 14.50 บาท (มูลค่าบริษัท 410,398 ล้านบาท) ลดลงเหลือ 8.35 บาท หรือลดลง 42.4% ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเหลือ 236,332 ล้านบาท คิดเป็นความเสียหายสะสมต่อมูลค่าบริษัทกว่า 174,065 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ผู้ถือหุ้นได้แจ้งความนี้เพื่อลงบันทึกประจำวันที่ สน.สุทธิสาร เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าการดำเนินการของคณะกรรมการเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับหรือกฎหมายหรือไม่ และอาจพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อผู้เกี่ยวข้อง หากการประชุมดังกล่าวถูกตรวจสอบแล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ ท่ามกลางการคัดค้านจากผู้ถือหุ้น และการตรวจสอบของ ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ยังเป็นที่จับตาว่า บริษัทฯ จะยังเดินหน้าจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 ธ.ค. นี้หรือไม่
หมายเหตุ
(1)การที่คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568ย่อมถือว่าเป็นการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นครั้งที่ 2ซึ่งขัดต่อข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อที่ 32 และเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 98 กล่าวคือ
ข้อบังคับของบริษัท ข้อ 32. ได้กำหนดไว้ว่า
ข้อ 32.คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ภายใน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท
การประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นนอกจากที่กล่าวแล้ว ให้เรียกว่าการประชุมวิสามัญ คณะกรรมการจะเรียกผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร”
ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 98 ของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งวางหลักไว้ว่า
มาตรา 98 คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัท
การประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นนอกจากวรรคหนึ่ง ให้เรียกว่าการประชุมวิสามัญ
(2)ปรากฏข้อเท็จจริงว่า คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท ได้ใช้อำนาจหน้าที่และสิทธิในการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ กล่าวคือ คณะผู้บริหารแผนได้จัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามที่ระบุในข้อบังคับของบริษัทข้อ 39 ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ครบถ้วนตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว กล่าวคือ
- เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2568 คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทได้จัดให้มีการประชุมผู้บริหารแผนครั้งที่ 6/2568 ตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ โดยมีมติอนุมัติงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2567 และอนุมัติงดจ่ายเงินปันผลการดำเนินการประจำปี 2567 และ
- เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2568 คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมผู้บริหารแผน ครั้งที่ 8/2568 ตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ โดยมีมติอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตรวจสอบบัญชี
การประชุมผู้บริหารแผนข้างต้นที่ได้ดำเนินการพิจารณาวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจึงถือเป็นการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปี 2568 ของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 อีกแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ภายหลังจากการประชุมผู้บริหารแผนข้างต้น ซึ่งถือเป็นการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทตามกฎหมายล้มละลายและข้อหารือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว ผู้บริหารแผนก็ได้ดำเนินการเรียกและจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2568 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นกำหนดจำนวนกรรมการ แต่งตั้งกรรมการ และกำหนดกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในการประชุมครั้งดังกล่าว บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการในระหว่าง วันที่ 1 ม.ค. 2568 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2568 ดังนั้น จึงถือได้ว่า บริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจเลือกตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสมให้เข้ามาเป็นกรรมการของบริษัทฯ อย่างครบถ้วนเพียงพอแล้ว
จากข้อเท็จจริง ข้อบังคับของบริษัท และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2534 คณะกรรมการบริษัท จึงไม่สามารถเรียกและจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายหลังจาก 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท หรือภายในวันที่ 30 เม.ย. 2568 โดยในกรณีที่กรรมการบริษัทประสงค์จะเรียกประชุมภายหลังกำหนดเวลาข้างต้น (หลังจาก 30 เม.ย. 2568) กรรมการบริษัทจะต้องจัดเป็นการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเท่านั้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- FTSE SET เพิ่ม ‘THAI’ เข้ากลุ่ม Large Cap สวนทาง AWC โดนถอด
- การบินไทยวุ่น! ผู้ถือหุ้นยื่นหนังสือ ‘รมต.คลัง- เลขาธิการกลต.’ ยกเลิกประชุม AGM 19 ธ.ค.นี้
- ‘การบินไทย’ ยันไม่ได้รับผลกระทบประกาศอียู เหตุไม่ได้ติดตั้ง ‘ELAC’ รุ่นเป็นปัญหา
ติดตามเราได้ที่