โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วีไอเซ็งการเมืองฉุดศก. สูตรหาปันผลหุ้นไทย 8%

ทันหุ้น

อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 18.30 น.

#VI #ทันหุ้น – “โจ ลูกอีสาน” นักลงทุนเน้นคุณค่า รับการเมืองไทยแก้ไม่ออกป่วนเศรษฐกิจ ทำหุ้นไทยไร้พรีเมียม มองโอกาส Election Rally ไม่เกิด หนีลงทุนนอก ส่วนหุ้นไทยเล่นได้แต่ต้องหาปันผล 8%ขึ้น แย้มกลุ่มน่าสนใจ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ลดเป้าจีดีพีไตรมาส 1/2569 โบรกแนะเข้า REIT และปันผล

นายอนุรักษ์ บุญแสวง หรือ “โจ ลูกอีสาน” นักลงทุนเน้นคุณค่า เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การยุบสภาและการเลือกตั้งส่งผลลบต่อตลาด เนื่องจากสถานการณ์จะนำไปสู่ความไม่ต่อเนื่องและเกิดความขัดแย้งทางการเมือง โดยเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งได้รับเสียงข้างมากอย่างถล่มทลาย ต้องเป็นรัฐบาลพรรคผสม จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายชะงักงัน และยากที่จะได้เห็นนโยบาย“เจ๋ง ๆ” ออกมาได้

ขณะเดียวกันไทยยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งตามแนวชายแดน อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะงบประมาณกลาโหมและการซื้ออาวุธเป็นเงินที่ “จม” และไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งโครงสร้างของประเทศที่ยังเป็นเช่นนี้ ทำให้การเติบโตของ GDP จะยังคงอยู่ราว 1-2% ต่อปี และอาจแย่กว่าเดิมในอนาคต เนื่องจากสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น

@ เน้นปันผล 8%ขึ้นไป

นายอนุรักษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตลาดหุ้นไทยจะไม่มี “พรีเมียม P/E” ดังนั้นหากลงทุนต่างประเทศไทยได้ก็ควรไป ส่วนการลงทุนในหุ้นไทยปัจจุบัน ตนเองมีสัดส่วนประมาณ 40% ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ 50% เนื่องจากต่างประเทศเติบโตขึ้น

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยต้องวางกลยุทธ์ไปสู่“หุ้นปันผล” โดยตั้งเป้าหมายเงินปันผลที่คุ้มค่าในไทยคือ 8% ขึ้นไป

กลุ่มที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ ธนาคารขนาดใหญ่, สาธารณูปโภค , และหุ้นเดินเรือที่เป็นเรือเฉพาะทางไม่เป็นวัฏจักร เช่น เรือขนส่งน้ำมันเฉพาะกิจที่ให้ปันผลสูง และควรหลีกเลี่ยงเรือที่เกี่ยวกับตู้คอนเทนเนอร์ เพราะคาดว่าจะมีเรือใหม่เข้าสู่ตลาดมากใน 1-2 ปีข้างหน้า

“ตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะเกิด Election Rally หรือการที่ตลาดจะถูก Rerate ไปถึง 1,500-1,600 จุดได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดแลนด์สไลด์ โดยพรรคการเมืองที่เข้าท่าเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม หากเกิดการแลนด์สไลด์ในพรรคประชาชนจริง กลุ่มทุนใหญ่ ก็อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากทุนเหล่านี้หยั่งรากลึกเศรษฐกิจอยู่แล้ว และมีสัญญา แต่อาจทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น หรือเปิดเสรีมากขึ้น

@ ฮ่องกง” หุ้นถูก มีอนาคต

สำหรับตลาดต่างประเทศเลือก ฮ่องกง เป็นหลัก โดยให้เหตุผลว่า แม้ตลาดสหรัฐจะมีคนเก่งและหุ้นดีเยอะ แต่ “มันแพงด้วย” ในขณะที่ฮ่องกงมี หุ้นราคาถูกเยอะและมีคู่แข่งน้อยกว่า

กลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom-up เน้นลงทุนในหุ้น Small Cap ล้วนๆ ที่มีรายได้หมุนเวียน และโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าหรือภาวะเศรษฐกิจมากนัก

กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดการอสังหาริมทรัพย์, AI, ค้าปลีก, และ IT รวมถึงหุ้นสถานการณ์พิเศษที่มีปัจจัยปลดล็อกมูลค่า

โดยฮ่องกงมีหุ้นที่ P/E 2-3 เท่า และให้ เงินปันผลสูงถึง 10% ที่สำคัญคือ มีบริษัทจำนวนมากที่มี “เงินสดมากกว่า Market Cap” ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในตลาดไทย แต่การลงทุนลักษณะนี้ต้องใช้ความอดทนกว่ามูลค่าที่แท้จริงจะถูกปลดปล่อยออกมา

@ ลดเป้าจีดีพีไตรมาส 1

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การยุบสภาเร็วกว่าที่คาดราวครึ่งเดือน ไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่จะโต 1.6% แม้หลายมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส เฟส 2 และ โครงการส่งเสริมการออมผ่าน TISA ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ แต่งบกลางที่เหลือราว 5 หมื่นล้านบาท ได้ถูกนำไปรวมในประมาณการเศรษฐกิจแล้ว โดยการใช้จ่ายอาจล่าช้าออกไป ส่งผลให้ GDP ไทยในไตรมาส 1/2569 ขยายตัวชะลอลงจากที่ประเมินไว้เดิมที่ 1.1% เป็น 0.9% แต่เมื่อมีรัฐบาลใหม่ในช่วงไตรมาส 3/2569 จะมีการใช้งบทำให้ GDP ขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์เดิมจาก 2.0% เป็น 2.2% โดยความไม่แน่นอนระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่งผลให้ภาคธุรกิจรอดูทิศทาง และหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า หรือเกิดความไม่แน่นอนจากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม อาจกระทบต่อแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งอาจมีผลต่อมุมมองด้านความน่าเชื่อถือของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สถิติการยุบสภา ในช่วง 33 ปีที่ผ่านมา มี 8 ครั้ง พบกว่า SET Index ตอบรับเชิงบวกในวันถัดไปเฉลี่ย +1.2% แล้วหลังจากนั้นจะเคลื่อนไหวทรงตัวแบบ Sideway to Sideway Down เพื่อรอดูผลการเลือกตั้ง แม้ว่าการยุบสภา ที่เกิดขึ้นเร็ว จะหนุนให้เกิด Election Rally ได้เร็วขึ้น ซึ่งตามสถิติ SET Index มักปรับตัวขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งเฉลี่ย +1.7% และช่วง 1 เดือนหลังเลือกตั้งเฉลี่ย +5% แต่รอบนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะไม่มีแรงเก็งกำไรก่อนเลือกตั้ง เพราะยังไม่แน่ว่าพรรคใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และระหว่างที่รอผลการเลือกตั้ง รัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถอนุมัติโครงการที่ผูกผันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ได้ (เกิดสุญญากาศทางการเมือง) แนะนำพักเงินในกลุ่ม REITs, Anti-Commodity จากราคาน้ำมันที่พักตัวลง, และหุ้นปันผลเด่น เช่น ธนาคารพาณิชย์และสื่อสาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...