โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : 'หาดใหญ่' เป็นชื่อที่รู้จักในแผ่นดิน ร.3

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 11.59 น.

เชื่อกันมานานว่าหาดใหญ่ (จ. สงขลา) เพิ่งมีเมื่อสร้างทางรถไฟสมัย ร.5 แต่หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีมีมาก่อนนานแล้วตั้งแต่แผ่นดิน ร.3

สมัยรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ ให้ความสำคัญคาบสมุทรสุวรรณภูมิ (แหลมมลายู) แผ่อำนาจถึงปัตตานี (ก่อนหน้านั้น ปัตตานีเป็นเอกเทศ) ให้ความสำคัญเส้นทางข้ามคาบสมุทร สงขลา-สตูล-ไทรบุรี (อ่าวไทย-ทะเลอันดามัน) ผ่านพื้นที่ต่อไปคือ หาดใหญ่

(1.) แผ่นดิน ร.1 (พ.ศ. 2325-2352) ท้องที่ “พะตง” และ “การำ” มีในเอกสารสมัย ร.1 พ.ศ. 2334 ปัจจุบัน ต. พะตง อ. หาดใหญ่

“ท่าหาดใหญ่” เป็นท่าเรือขนถ่ายคนและสินค้าจากไทรบุรี, สะเดา, สตูล ไปสงขลา(พบในเอกสารเก่า)

หาดใหญ่เป็นท่าเรือขนถ่ายผู้คนและสินค้าจากไทรบุรี (มาเลเซีย) ไปสงขลา และทะเลสาบ ส่วนไทรบุรี (ขณะนั้นมีพื้นที่ถึงสตูล) ใช้หาดใหญ่เป็นที่รวบรวมกำลังคนที่หนีจากเมืองนครศรีธรรมราชและพัทลุง

บ้านพะตง (ต. พะตง อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา) กับ บ้านการำ ถูกยึดคืนจากเมืองไทรบุรี กลับมาสงขลา ปัจจุบันอยู่ในหาดใหญ่

ศึก 9 ทัพ พ.ศ. 2329 หลังปราบศึกลาดหญ้า กรมพระราชวังบวรฯ ลงไปปราบหัวเมืองมลายู ปัตตานี, ไทรบุรี แข็งข้อเมื่อเสียกรุง หลังตีได้ปัตตานี ไทรบุรียอมอ่อนน้อม

(2.) แผ่นดิน ร.3 (พ.ศ. 2367-2394) “หาดใหญ่” (แดนสงขลา) มีชื่อแล้วในแผ่นดิน ร.3 ราว 187 ปีมาแล้ว ระหว่าง พ.ศ. 2381-2382 พบในหนังสือจดหมายหลวงอุดมสมบัติในจดหมายฉบับที่ 1 และฉบับที่ 3

[หนังสือ จดหมายหลวงอุดมสมบัติ ของหลวงอุดมสมบัติ (จัน) สำนักพิมพ์ศรีปัญญา พิมพ์ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2554 หน้า 212 และ 303 ข้อมูลจาก พรชัย นาคสีทอง อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา]

ล่าอาณานิคม ขณะที่ไทยอยู่สมัยอยุธยา ฝ่ายอังกฤษยึดอินเดียและศรีลังกาเป็นเมืองขึ้นหมดแล้ว อังกฤษเข้าไปติดต่อกับอยุธยา แต่ไม่สำเร็จราบรื่น จนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดิน ร.2 อังกฤษพยายามติดต่อกับสยาม แต่ล้มเหลว

ครั้นแผ่นดิน ร.3 ทำความเข้าใจเจรจาใหม่ระหว่างสยามกับอังกฤษ

ยุทธศาสตร์ทางทะเลของอังกฤษ ก็คือ อังกฤษต้องการเมืองท่าเป็นฐานทัพเรือรอบอ่าวเบงกอล ทั้งทางฝั่งตะวันตก (อินเดีย) และฝั่งตะวันออก (พม่า, ไทย, มาเลเซีย)

สมัยนั้นเรือรบต้องใช้เรือใบ ซึ่งในการเดินเรือต้องพึ่งพาลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ และ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ ดังนั้นกองทัพเรือสมัยนั้นเมื่อมีเหตุรบกันต้องคุมพื้นที่ทั้งสองฝั่งของอ่าวเบงกอล (เพื่อได้ลมมรสุม)

อังกฤษมีฐานทัพหลายเมืองอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอ่าวเบงกอลในอินเดีย จึงต้องการที่ตั้งฐานทัพทางฝั่งตะวันออกของอ่าวเบงกอล เช่น เมืองมะริด, เมืองตะนาวศรี, เมืองชายฝั่งคาบสมุทรมลายู ฯลฯ

ก่อนหน้านั้น พ่อค้าอังกฤษตั้งรกรากและค้าขายที่เกาะหมาก (ปีนัง) เสนอรัฐบาลอังกฤษยึดเกาะหมากและเมืองถลาง (ภูเก็ต)

[สรุปใหม่จากบทความเรื่อง “บทบาทของอังกฤษในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยรัชกาลที่ 3” ของ เตช บุนนาค ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ไทยจากเอกสารเฮนรี เบอร์นีย์ กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2554 หน้า 16-17]

อังกฤษขณะนั้น ยังไม่มีศักยภาพพอจะคุกคามสยามอย่างเต็มที่ ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ทศวรรษจึงสั่งสมศักยภาพนั้น ดังเห็นจากคณะผู้แทนอังกฤษเข้าถึงสยามปลายแผ่นดิน ร.3 ไม่สามารถเปลี่ยนท่าทีของสยาม

ครั้นอังกฤษรบชนะสงครามอังกฤษ-พม่า (ครั้งที่ 2) และชนะสงครามฝิ่นกับจีน ทำให้อังกฤษมีศักยภาพคุกคามสยามอย่างเต็มที่

[คำนำเสนอของ เตช บุนนาค ในหนังสือ ฝรั่งรุกพระนั่งเกล้าฯ การทูตสยามคราวจักรวรรดินิยมบุกอุษาคเนย์ โดย ศ. ดร. สุเนตร ชุตินธรานนท์ และวิกัลย์ พงศ์พนิตานนท์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2564 หน้า (7)-(8)]

(3.) แผ่นดิน ร.4 (พ.ศ. 2394-2411) สร้างถนนระหว่างสงขลา-ไทรบุรี เส้นทาง สงขลา-ไทรบุรี ผ่าน (หาดใหญ่), พะตง, พังลา, บ้านปริก, สะเดา

(4.) แผ่นดิน ร.5 (พ.ศ. 2411-2453) หาดใหญ่ หมายถึง หาดทรายใหญ่ อยู่ตำแหน่งตรงไหน? ไม่ระบุ แต่มีชื่ออยู่ในจดหมายเหตุ ร.5 เสด็จอินเดีย พ.ศ. 2414-15 (154 ปีที่แล้ว) บนเส้นทางเสด็จจากไทรบุรี

[จดหมายเหตุเสด็จประพาสต่างประเทศ ในรัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองสิงคโปร์, แลเมืองเบตาเวียครั้งแรก, แลเสด็จประพาสอินเดีย (พ.ศ. 2414-15) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2468 หน้า 67]

ไทรบุรี-สงขลา ทรงม้า ทางสถลมารค

(1.) ก่อนเที่ยง เข้าเขตเมืองสงขลา “ถึงพลับพลาที่ประทับร้อน เข้าในเมืองสงขลา”

[“ที่ประทับร้อน” — ที่พักระหว่างทาง (แดดร้อน)]

(2.) บ่าย 5 โมง (17.00 น.) เข้าหาดใหญ่ “ถึงพลับพลาที่ประทับแรม หาดใหญ่” [“ที่ประทับแรม” — พักค้างคืน]

(3.) รุ่งขึ้น เวลาเช้า 2 โมงเศษหาดใหญ่ คือ หาดทรายใหญ่

“เสด็จพระราชดำเนินจากที่ประทับแรมหาดทรายใหญ่ ทรงเรือพระที่นั่งเก๋งมาตามทางชลมารค เวลาเที่ยงถึงพลับพลาที่ประทับร้อนเกาะยอ—-”

หลังจากนั้น ร.5 โปรดให้ทำทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ลงภาคใต้

พ.ศ. 2435 ร.5 เริ่มงานก่อสร้างทางรถไฟลงภาคใต้ ซึ่งต้องพึ่งแรงงานจีนในการถางป่าเพื่อเปิดเส้นทาง จ้างแรงงานแต้จิ๋ว และ จีนแคะ ถางป่าสร้างฐานรองรับรางรถไฟ งานช่างส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของจีนกวางตุ้ง เช่น งานช่างเหล็ก การตัดเส้นทางผ่านป่าดงดิบเป็นงานเสี่ยงตาย อัตราการเสียชีวิตสูงทั้งจากไข้ป่า, สัตว์ป่า, และสัตว์เลื้อยคลาน คนงานและจับกังจีนที่ไม่คุ้นกับป่ารกชัฏร้อนชื้นหนีงานทิ้งงานเสมอ งานก่อสร้างทางรถไฟล่าช้า ด้วยขาดแคลนแรงงาน

สรุป การก่อสร้างทางรถไฟสายหลักของสยามจนถึงปีสุดท้ายใน ร.5 มีกรรมการจีนเสียชีวิตนับพันราย

อัตราการหมุนเวียนของแรงงานอยู่ในระดับสูง เพราะตัดเส้นทางผ่านเทือกเขาและป่าดงดิบ เครื่องมือผ่อนแรงยังไม่ก้าวหน้า ทั้งการเจาะหิน โกยดิน ขนกรวดทราย สร้างสะพาน วางรางเหล็ก ล้วนต้องใช้แรงคนเป็นหลัก รัฐต้องว่าจ้างแรงงานจีนเรือนหมื่น

(5.) แผ่นดิน ร.6 (พ.ศ. 2453-2468)

สถานีรถไฟหาดใหญ่ เปิดใช้งาน พ.ศ. 2460

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘หาดใหญ่’ เป็นชื่อที่รู้จักในแผ่นดิน ร.3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...