เปิดอินไซต์ Spotify ต่างชาติฟังเพลงไทยมากขึ้น เปิดใจให้ T-POP ถึงไทยร็อก
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา วงการเพลงไทยเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะแนว T-POP ที่มียอดผู้ฟังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ขยายไปไกลกว่าแค่ในประเทศ ศิลปินอย่าง MILLI, Jeff Satur และ BOWKYLION กำลังสร้างฐานแฟนในต่างประเทศ ทั้งในอเมริกา อินเดีย และออสเตรเลีย ขณะที่วงดนตรีอย่าง BUS ก็มีผู้ฟังในญี่ปุ่นและเยอรมนีมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ไม่ใช่แค่ T-POP เท่านั้นที่มาแรง แต่แนว ร็อกไทย ก็กำลังฟื้นตัวอย่างจริงจัง และเติบโตเร็วที่สุดบน Spotify ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ตามมาด้วย ฮิปฮอปไทย และ อินดี้ไทย ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบค้นหาดนตรีจากศิลปินไทยหลากหลายแนว
ที่น่าสนใจคือ อย่าง Spotify ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มฟังเพลงอีกต่อไป แต่กลายเป็น “พื้นที่แห่งการค้นพบอารมณ์” ของคนฟังชาวไทย ที่มักเลือกเพลงตามอารมณ์ เช่น เพลย์ลิสต์ “มันโคตร”, “เจ็บโคตร”, “รักโคตร”, “เหนื่อยโคตร”, และ “เหงาโคตร”
แล้วเทรนด์การฟังเพลงของคนไทยในตอนนี้เป็นอย่างไร? พื้นที่โอกาสของศิลปินในไทยยังมีอยู่ไหม? TODAY Bizview ได้พูดคุยกับ‘ปิโยรส หลักคำ’ (ทัช) Lead Editor, Spotify Thailand ที่จะมาเล่าให้ฟังในมุมมองเจ้าของแพลตฟอร์มที่อยู่ใกล้โอกาสของศิลปิน
[ เพลงไทยโตเร็วในยุคสตรีมมิง จาก T-POP สู่ไทยร็อกและเพลย์ลิสต์ที่สะท้อนใจคนฟัง ]
‘ทัช’ เล่าให้ฟังถึงภาพรวมคนฟังในตอนนี้ว่า ทุกวันนี้ ‘เพลงไทย’ กำลังกลับมาครองพื้นที่ในชีวิตประจำวันของผู้ฟังอีกครั้ง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Spotify ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ซาวด์แทร็กชีวิต” ของใครหลายคน ทั้งตอนพักผ่อน ทำงาน หรือขับรถกลับบ้าน เพลงไทยอยู่ตรงนั้นเสมอ
เขามองว่า คนไทยเปิดใจมากขึ้นกับแนวดนตรีที่หลากหลาย โดยเฉพาะ ไทยร็อก ที่กลายเป็นแนวเพลงที่เติบโตเร็วที่สุดบน Spotify ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน แนว ฮิปฮอปไทย และ อินดี้ไทย ก็ขยายฐานผู้ฟังได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ชอบค้นหาเสียงใหม่จากศิลปินไทย
“แน่นอนว่า T-Pop ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ที่ Spotify เราเห็นถึงพลังและความสร้างสรรค์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในวงการเพลงป๊อปของไทย ศิลปินไทยในยุคนี้เริ่มทดลองสิ่งใหม่ๆ ผสมผสานแนวดนตรีหลากหลายรูปแบบ
และสามารถเข้าถึงผู้ฟังกลุ่มใหม่ทั้งในและต่างประเทศ นั่นคือเหตุผลที่เรามีโครงการอย่าง RADAR Thailand เพื่อผลักดันศิลปินหน้าใหม่ให้มีพื้นที่แสดงศักยภาพและเชื่อมต่อกับผู้ฟังในระดับสากล” ทัชกล่าว
นอกจากนี้ Spotify ยังร่วมมือกับรายการ Thailand Music Countdown เพื่อส่งเสริมงานเพลง T-POP ที่แฟนๆ ชื่นชอบ และผลักดันศิลปินเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น
[ เพลงไทยไม่ได้อยู่แค่ในไทย สหรัฐฯ ก็ฟังเพลงไทยเยอะ แฟนคลับมีส่วนช่วยศิลปินเติบโต ]
‘ทัช’ ยังแชร์ให้ฟังอีกว่า มีอินไซต์คนฟังเพลงไทยกำลังขยายตัวไปในระดับสากลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความนิยมในเพลงไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังได้รับการยอมรับจากผู้ฟังทั่วโลก
โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีฐานผู้ฟังเข้มแข็งในประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกัน ‘สหรัฐอเมริกา’ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับศิลปินไทย ความหลากหลายของกลุ่มผู้ฟังในหลายภูมิภาคแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของเพลงไทยที่เข้าถึงผู้คนได้ข้ามภาษา “เสียงเพลง” จึงกลายเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน
ที่น่าสนใจคือ ทั่วโลกมีเพลย์ลิสต์บน Spotify มากกว่าพันล้านเพลย์ลิสต์ โดยกลุ่มผู้ฟัง Gen-Z และมิลเลนเนียลถือเป็นกลุ่มคนฟังที่ชอบสร้างเพลย์ลิสต์ที่สุด
“สำหรับประเทศไทย จำนวนเพลย์ลิสต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเองเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยที่การจัดเพลย์ลิสต์ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมเพลงเท่านั้น แต่เป็นการแสดงตัวตน และถ่ายทอดอารมณ์ในช่วงเวลานั้นๆ”
โดย 82% ของเพลย์ลิสต์ที่ผู้ใช้ชาวไทยสร้างขึ้นมีธีมเกี่ยวกับความรัก โดยศิลปินร็อกไทยอย่าง Three Man Down และ Tilly Birds เป็นศิลปินที่ถูกเพิ่มลงเพลย์ลิสต์บ่อยที่สุด นั่นแสดงให้เห็นว่า “ดนตรี” คือเครื่องมือสื่อสารความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด พลังของแฟนคลับและการแชร์เพลงในโซเชียล ยังช่วยสร้าง “ชุมชนทางดนตรี” ที่เปิดโอกาสให้คนรอบตัวได้ค้นพบเพลงและศิลปินใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
[ ในอนาคต Spotify จะใช้ข้อมูลจากคนฟัง มาช่วยพัฒนาเพลย์ลิสต์ให้ตอบโจทย์ขึ้น ]
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมธุรกิจของ Spotify จะพัฒนาการฟังเพลงผ่านการใช้ข้อมูลพฤติกรรมการฟัง เช่น เพลงที่กดบันทึก, เล่นซ้ำ หรือเพิ่มในเพลย์ลิสต์ เพื่อสร้างเพลย์ลิสต์ส่วนบุคคลอย่าง Discover Weekly ที่ช่วยให้ผู้ฟังได้เจอเพลงที่ “ใช่” สำหรับตัวเอง
พร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Editorial Watch Feeds (EWF) ที่ทีมบรรณาธิการมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังเพลงแบบใกล้ชิด ทำให้ประสบการณ์ฟังเพลงมีมิติและความหมายมากขึ้น
ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของ อุตสาหกรรมเพลงไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้วัดกันแค่ยอดสตรีม แต่คือการสร้าง สายสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับคนฟัง และถ้าเราอยากเห็นศิลปินที่ชื่นชอบก้าวไกลยิ่งขึ้น การช่วยกันทำให้เขาเป็นที่รู้จัก
ไม่ว่าจะผ่านเพลย์ลิสต์ การแชร์เพลง หรือการบอกต่อ ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ เสียงเพลงไทยยังคงพูดแทนความรู้สึกของผู้คนในทุกยุค และกำลังพาเพลงไทยเดินทางไปไกลกว่าที่เคย