โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กฎต้องเป็นกฏ! แม่คุกเข่าร้องลั่นกลางสนามบิน หลังมีสัมภาระหนัก 21 กก. ถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง โดนไม่สนลูกน้อยที่มาด้วย (ข่าว ตปท.)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2568 เวลา 08.57 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 2 พ.ย. 2568 เว็บไซต์ข่าวประเทศเวียดนาม Báo Phụ Nữ ได้มีการรายงานเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นสนามบิน

วันที่ 2 พ.ย. 2568 เว็บไซต์ข่าวประเทศเวียดนาม Báo Phụ Nữ ได้มีการรายงานเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นสนามบิน ที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ของสายการบินเวียดเจ็ทแอร์ เมื่อมีผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งซึ่งเดินทางพร้อมลูกน้อย ต้องการนำกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่องหลายใบรวมน้ำหนักมากถึง 21 กิโลกรัม จึงโดนปฏิเสธ ทำให้เธอกรีดร้องลั่นและพยายามคุกเข่าไหว้อ้อนวอนพนักงาน

ตามการรายงาน เผยว่า หญิงรายนี้ตั้งใจจะเดินทางจากนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อไปยังปลายทางที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยพาลูกน้อยของเธอไปด้วย 1 คน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงหน้าเกต ทางเจ้าหน้าที่ของสายการบินได้ขอให้เธอชั่งน้ำหนักสัมภาระอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งตามกฎของสายการบินดังกล่าวอนุญาตให้แม่และเด็กถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้น้ำหนักสูงสุด 14 กิโลกรัม

ทว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ชั่งสัมภาระขึ้นเครื่องของผู้โดยสารหญิงรายนี้จำนวน 3 ชิ้น กลับพบว่า มีน้ำหนักรวมกัน 21 กิโลกรัม ทางเจ้าหน้าที่จึงปฏิเสธไม่ให้นำขึ้นเครื่อง ทางผู้โดยสารหญิงจึงเกิดความไม่พอใจพยายามโวยวาย และไม่ยอมนำสิ่งของใด ๆ ออกจากกระเป๋าเพื่อลดน้ำหนัก รวมทั้งยังปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อน้ำหนักสำหรับสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง

จากนั้น ผู้โดยสารหญิงรายนี้จึงกรีดร้องเสียงดัง ยืนกระทืบเท้า และคุกเข่าลงไปไหว้อ้อนวอนต่อพนักงาน ในขณะที่ลูกน้อยของเธอก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยเธอคาดหวังว่า พวกเขาจะเห็นใจและยินยอมให้ แต่ทางพนักงานยืนยันที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบของสายการบิน เพื่อความปลอดภัยของการบิน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกบันทึกคลิปวิดีโอไว้ด้วย ซึ่งหลังจากถูกนำไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นไวรัลร้อนมีผู้เข้าไปชมจำนวนมาก ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของผู้โดยสารรายนี้อย่างดุเดือด กล่าวว่า เธอใช้อารมณ์เพื่อพยายามเอาชนะเหมือนเด็ก ทั้งที่อยู่ต่อหน้าลูกของเธอ นอกจากจะเห็นใจพนักงาน ยังรู้สึกสงสารลูกของเธอเป็นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...