โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลายคนไม่รู้ ดีเจต้นหอม ป่วยโรคผิวหนังประหลาดนาน 10 ปี แพทย์ชี้! พบ 3 ใน 1 แสนคน

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ส.ค. 2566 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2566 เวลา 11.16 น. • The Bangkok Insight

หลายคนไม่รู้ ดีเจต้นหอม ป่วยโรคผิวหนังประหลาดนาน 10 ปี แพทย์ชี้! พบเพียง 3 ใน 1 แสนคน เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย

เป็นอีกหนึ่งคนที่ป่วยขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ สำหรับ ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ดีเจ พิธีกร นักแสดงมากความสามารถ ที่ล่าสุด เจ้าตัวได้มาเปิดใจเล่าถึงอาการป่วยของตนเองในรายการ “Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา” ทางพีพีทีวี ช่อง 36 ว่าเผชิญกับโรคผิวหนังประหลาด “มอร์เฟีย” (Morphea) มานานถึง 10 ปี

ดีเจต้นหอม

โดยอาการบ่งชี้เริ่มต้นจะปรากฏผื่นแดงดวงเล็ก ๆ บนผิวหนัง จากนั้นจะมีอาการความคันเมื่อผิวหนังแห้ง และขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ สาวต้นหอม เกิดความกังวลในช่วงแรก เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานในวงการบันเทิง

“หอมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองต้องเริ่มดูแลตัวเอง ตอนมีลูกนี่แหละ สมัยก่อนเราใช้ชีวิตแบบไม่ได้คิดอะไร ไม่มีคนต้องห่วงใย แต่พอมีลูกแล้ว ก็เริ่มหันมาดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น ใช้ชีวิตแบบทำยังไงก็ได้ให้ได้อยู่กับลูกไปนาน ๆ สำหรับโรคผิวหนังมอร์เฟีย ตอนแรกที่หอมเป็น ก็รู้สึกกังวล แต่หลังจากไปปรึกษาหมอก็เริ่มกลับมาดูแลตัวเอง และพยายามรักษาต่อเนื่อง”

ด้าน พญ.กาญจนา เสริมสวรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายถึงโรคผิวหนังชนิดนี้ว่า “โรคผิวหนังมอร์เฟีย เป็นโรคที่พบไม่บ่อยนัก โดยสามารถพบได้เพียง 3 ใน 1 แสนคนเท่านั้น ซึ่งมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ลักษณะอาการดังกล่าวจะมีผื่น ซึ่งสามารถปรากฏได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย ในช่วงแรก ๆ จะมีสีแดงหรือม่วง เนื้อสัมผัสจะรู้สึกแข็ง ๆ บริเวณผื่นแดงคล้ายแผลเป็น ระยะต่อมาผื่นแดงจะยุบตัวลง และมีสีเข้มขึ้นหรือจางลง

ปัจจุบันสาเหตุของโรคดังกล่าวยังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่ามีต้นเหตุจากอะไร เบื้องต้นอาจเกิดมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พันธุกรรม พบว่าอาจจะมีพันธุกรรมบางรหัสที่สามารถเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่าปกติ หรือความผิดปกติทางภูมิคุ้มกันของร่างกายตัวเองจนทำให้ผิวหนังอักเสบกลายมาเป็นโรคผิวหนังมอร์เฟีย

ส่วนการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่ง ถ้าหากว่าเป็นผื่นเล็ก ๆ ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ การรักษาก็จะเป็นเพียงการทายา แต่ถ้าในกรณีที่เป็นผื่นที่เยอะขึ้นในพื้นที่กว้าง และอยู่ในตำแหน่งที่มีผลข้างเคียงอย่างข้อศอก ก็อาจจะทำให้ต้องเพิ่มการรักษามากขึ้น เช่น การทานยา หรือถ้าหากคนไข้สามารถมารักษาที่โรงพยาบาล 2 -3 วันต่อสัปดาห์ การฉายแสงก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคดังกล่าวได้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...