[จบ]แม่หญิงพลอย ยอดคุณครูแห่งอยุธยา 【มี E-book】
ข้อมูลเบื้องต้น
---ประกาศ!
อ่านฟรี 50 ตอนนะคะ
ตอนนี้ทางแม่พลอยก็ได้เดินทางมาถึงตอนจบเล่ม 6 แล้วนะคะ
E-book อีบุ๊คออกแล้วจ้า
เล่ม6ก็๋จะขายในราคา 249 บาท มีตอนพิเศษน่ารักๆให้อ่านภายในเล่ม
ฝ้ายขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนแม่พลอยมาจนถึงทุกวันนี้
และน้องจะเดินทางต่อไปไม่หยุดพัก เพื่อให้ทุกคนได้มีรอยยิ้มในวันที่เครียดและเหนื่อยจากการทำงาน
รักนักอ่านทุกคน
จาก ไรต์ฝ้าย
น้องชายผู้ขาดแม่ เธอจะเลี้ยงเขาให้เติบใหญ่ด้วยมือของเธอเอง!
สามารถติดตามนักเขียนได้ที่เพจนี้เลยนะคะ
https://www.facebook.com/BloodyfloraPage
ตอนที่ 1 เหตุการณ์ในวันทำบุญใหญ่
เสียงสวดมนต์อื้ออึงดังก้องไปทั่วทั้งห้องประชุมใหญ่ในอาคารโอ่โถง วันนี้เป็นวันดี เป็นวันจัดทำบุญประจำปีของโรงเรียนเตรียมทหารเอกชนชื่อดัง ว่ากันว่าโรงเรียนแห่งนี้ได้ผลิตทรัพยากรบุคคลชั้นเลิศให้แก่กองทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยหลักสูตรการเรียนที่ครบองค์ทำให้เด็กที่หวังจะฝากอนาคตไว้กับสาขาอาชีพทหารต่างก็พากันมาสมัครไม่ขาดสาย ในเมื่อโรงเรียนแห่งนี้นั้นเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี อุปกรณ์ บุคลากรและสื่อการสอนที่ทันสมัย
พลอยรดา ครูสาวที่เรียกได้แล้วว่าไม่ใคร่จะสาวเท่าใดนักนั่งบนเก้าอี้พลางพนมมือไหว้ เธอสวดไปพร้อมกับคณะสงฆ์ที่ทำพิธีอยู่ ปกติแล้ว เธอไม่ได้ฝักใฝ่ในด้านศาสนาเท่าใดนัก นั่นเพราะเธอเป็นครูสอนวิชาสาขาเคมีที่โรงเรียนชื่อดังแห่งนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ต่อต้านการเข้าร่วมพิธีการแต่อย่างใด ในเมื่อเธอเองก็โตมากับครอบครัวชาวพุทธนั่นเอง
ในวัย 40 ปี อายุอานามก็ถือว่าไม่ใช่น้อย แต่เธอก็ยังครองโสดด้วยเนื่องจากที่ไม่มีใครต้องใจของเธอ ชีวิตนี้ยังไม่เคยมีแม้แต่รักวัยกระเตาะ เธอจึงมีความสุขกับการอ่านนิยายในวันว่าง ไม่ต้องรบกวนผู้ใด และไม่มีผู้ใดรบกวนเธอ
“พี่พลอย เสร็จงานวันนี้แล้วไปดื่มกันไหม” บรรณารักษ์สาวรุ่นน้องที่ชื่อว่าชุติมาเอนมาแอบกระซิบกระซาบ ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะมีใครมาเห็น
“ใครไปบ้างล่ะ” พลอยรดาเอ่ยเสียงเบาเพราะกลัวถูกเพ่งเล็งเช่นกัน
“มีฉัน พี่หนึ่ง พี่โชติ พี่ทัด แล้วก็พี่ช้ง” หญิงสาวขยิบตาราวกับว่าอออดอ้อนให้พลอยรดาไปให้ได้
“อืม…พี่ขอผ่านแล้วกัน เดี๋ยวจะไปตรวจดูห้องแล็บสักหน่อย” ขยับไปมาอย่างไม่รู้สึกสบายใจนัก พลอยรดาตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลพร้อมกับข้ออ้างที่เธอเพิ่งจะคิดได้
เธอจะอยากไปได้อย่างไร ในเมื่อช้งเองก็ไปด้วย!
ความอับอายยังคงตรึงฝังอยู่ในความทรงจำ เพราะในคราวที่เธอมาเป็นครูที่นี่แรก ๆ เธอถูกช้งตามจีบจนเป็นที่ฮือฮาในหมูนักเรียนทหาร เธอเองก็แทบจะหลงเชื่อคารมชายผู้นั้นไปด้วยเช่นกัน แต่ทว่า เธอก็เจียมตัวดีว่าเธอนั้นมีรูปร่างที่บึกบึนราวกับชาย และใบหน้าของเธอนั้นก็ไม่ได้ดูอ่อนหวานน่ารักอย่างที่หนุ่มๆชอบกัน พูดง่ายๆ “เธอน่าเกลียด”
ช้งตามจีบเธออยู่ประมาณสองเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็หยุดไปเสียเฉยๆ จนเธอนึกแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าถามเจ้าตัวตรงๆ หากแต่มีอยู่มาวันหนึ่ง วันที่เธอเดินผ่านห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักกีฬา เธอก็ได้ยินสิ่งที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงเข้า
“เฮ้ย แล้วมึงไม่จีบเค้าต่อแล้วหรอวะ พวกกูนี่นึกว่าจะชนะซะแล้ว” เสียงของครูคนหนึ่งดังขึ้นมาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
“จีบต่อทำไรวะ แค่หน้ากูก็ไม่อยากเห็นแล้ว สองเดือนนี่กูแทบจะทนไม่ไหว ต้องมาทำเป็นหลงรักผู้หญิงขี้เหร่ขนาดนั้น คนอะไรวะ ขี้เหร่ชิบหาย นี่ถ้าไม่ใช่พวกมึงท้ากูนะ กูไม่ทำหรอก” เมื่อได้ยินดังนั้นพลอยรดาถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายชะงักดังกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน
นั่นมันเสียงของช้ง!
“ไม่ต้องเลย มึงแพ้ ยังไงก็จ่ายพวกกูมาซะดีๆ คนละห้าพัน ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะหลายเสียงดังขึ้นจากในห้อง แต่ทว่าหัวใจของพลอยรดากับเย็นชืดราวกับศพ นี่เธอกลายเป็นสิ่งเดิมพันการพนันของผู้ชายพวกนี่อย่างนั้นหรือ
หญิงสาวโล่งใจอยู่ในที ที่ตัวเองไม่ได้หลงไปกับคารมชายหนุ่ม หากไม่เช่นนั้นแล้ว เธอคงต้องถูกทิ้งทีหลังเป็นแน่ และเธอจะมีหน้าสอนนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ต่อไปได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ พลอยรดา ก็ยิ้มให้กับชุติมาบางๆ เธอชอบเด็กสาวข้างๆ หากแต่ถ้าต้องไปร่วมนั่งในวงดื่มเดียวกับช้ง ขอเธอตายเสียดีกว่า!
“เอางั้นจริงหรอพี่พลอย เอ้อ ถ้างั้นฉันฝากไปล็อกห้องสมุดให้ฉันด้วยสิ ฉันว่าจะรีบออกไปเลยตอนงานเสร็จ” ว่าแล้วชุติมาก็หยิบกุญแจห้องสมุดออกมาแล้วส่งให้กับพลอยรดา แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้ตอบรับเลยก็ตามที
“จ้า ได้จ้า แต่เธอต้องเลี้ยงชาไข่มุกพี่พรุ่งนี้นะ ไม่งั้นพี่ไม่ยอม” เสียงกระเซ้าของพลอยรดาทำให้คนข้างๆยิ้มหยีตาอย่างน่ารัก มือของเธอรับกุญแจมาและใส่ในกระเป๋ากางเกงรวมกับกุญแจของห้องแล็บ
“รับทราบค่ะ! อิอิ”
“นี่พวกเธอ เงียบ ๆ สิ ท่านอธิการมองมาใหญ่แล้ว” เสียงเตือนจากคนด้านหลังเอ่ยขึ้นเตือนเบาๆ ทำให้สองคนได้แต่อมยิ้มแล้วจบการสนทนาไปเพียงเท่านั้น
กว่าจะเก็บกวาดเรียบร้อยจนเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยเข้าไป 6 โมงเย็นเสียแล้ว พลอยรดาเดินตรวจความเรียบร้อยตึกวิจัยทั้ง 6 ชั้น เมื่อดูแล้วว่าเรียบร้อยดีก็เหลียวหลังหมายจะเดินไปขึ้นลิฟท์ แต่ทันใดนั้นเอง ที่เธอได้ยินเสียงแก้วแตกจากข้างหลัง เธอก็ออกตัววิ่งไปดูห้องวิจัยห้องท้ายสุดทันที
“ใครน่ะ!” เธอร้องออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นคนสวมหมวกโม่งสีดำกำลังทำลับๆล่อๆอยู่ในห้องวิจัย หญิงสาวไม่รอช้า ปรี่เข้าไปหมายจะจับตัวคนร้ายที่บุกเข้ามายังโรงเรียนเตรียมทหารแห่งนี้ แม้เธอจะเป็นครู แต่เธอก็คือทหารคนหนึ่งและได้รับการฝึกที่เข้มข้นจากหน่วยทหารพลร่มป่าหวายมาด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม เธอสามารถเลือกที่จะปฏิบัติการต่อไป แต่ทว่าความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของเธอนั้นมีค่ามากสำหรับการพัฒนาทหารรุ่นใหม่ พลอยรดาจึงถูกส่งมาเป็นครูด้วยเหตุผลนี้
หญิงสาวพุ่งเข้าไปและหมัดเท้ากับผู้บุกรุก สู้กันอยู่กว่าสิบนาทีแต่กลับไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เธอจึงได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่คนร้ายธรรมดา แต่เป็นคนที่ได้รับการฝึกทหารมาเช่นเดียวกันกับเธอ ดูจากรูปร่างแล้วชายผู้นี้สูงใหญ่ ร่างกายหนาราวกับคนฝั่งตะวันตกที่ได้รับการเพาะกายมาจนรูปร่างกำยำ
ในสมองของพลอยรดาคิดว่า มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะเธอไม่สามารถเอาชนะบุคคลผู้นี้ได้ เธอต้องการความช่วยเหลือ!
แต่ในตอนนี้ใครจะมาช่วยเธอได้เล่า ในเมื่อตอนนี้เธออยู่บนชั้น 6 ที่ไม่มีแม้แต่ผีสักตัวเดินผ่าน ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และไม่มีใครรู้ว่ามีคนร้ายอยู่ที่นี่ และแน่นอนว่ากล้องวงจรปิดน่าจะถูกทำให้ใช้การไม่ได้ไปแล้ว ในเมื่อคนร้ายทำการอย่างอุกอาจเข้ามาทั้งที่รู้ว่ามีหน่วยรักษาความปลอดภัยเฝ้าระวังอยู่
“อั่ก” หญิงสาวสำลักเลือกออกมา หลังจากถูกลูกเตะของฝ่ายตรงข้ามซัดกระเด็นไปติดกำแพงกระจกอย่างรุนแรง ร่างกายของเธอไหลลงมานั่งพักกับพื้น
หวอ…. หวอ….
เสียงเตือนเหตุฉุกเฉินดังขึ้นทั่วทั้งตึก คนร้ายเองก็ดูตกใจไม่น้อยก่อนจะหยิบกระเป๋าที่ใส่บางสิ่งบางอย่างอยู่ พร้อมกับดึงสายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ประจำห้องวิจัยเอาไว้ออกอย่างไม่รอช้า
พลอยรดาเจ็บไปหมดทั้งร่าง แต่เธอไม่ยอมให้ผลงานวิจัยลับของโรงเรียนหลุดออกไปอย่างแน่นอน หญิงสาวรวบรวมพลังพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้าโม่งสีดำ ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกระเป๋าในมืออยู่พลางแลกหมัดกันไปด้วย แต่ทว่า ในนาทีนั้น โชคไม่ได้เข้าข้างเธอเสียแล้ว
ชายชุดดำจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนโผล่ออกมาจากด้านหลัง บางคนถือกระเป๋าติดมือมาเช่นเดียวกับเจ้าโม่งผู้นี้ หญิงสาวไม่ทันระวังตัว จึงถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียงเข้าที่ด้านหลังศีรษะ ล้มลงเลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้น ฝ่ายชายชุดดำก็ไม่รอช้า รีบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันทีโดยไม่รั้งรอ เหลือเพียงร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องวิจัยที่กำลังลุกเป็นไฟ
ก่อนสิ้นใจหญิงสาวนึกกับตัวเองอย่างขันๆ เธอยังมีพ่อแม่และยายรออยู่ที่บ้าน มีสุนัขชื่อเจ้ามูมู่รอกินขนมจากมือของเธอ มันไม่ยอมกินจากมือของใครเลยหากไม่ใช่เธอ เธอมีนิยายเป็นตั้งที่ซื้อจากงานหนังสือครั้งก่อนที่ยังอ่านไม่จบ ยังมีเรื่องราวที่ยังไม่ได้ทำ แน่นอน เธอยังไม่เคยมีความรัก…
แต่เธอไม่นึกเสียใจที่ต้องตายเพื่อปกป้องงานวิจัยที่จะช่วยให้ประเทศมั่นคง หากทว่าเธอกลับทำไม่สำเร็จ งานวิจัยได้ถูกขโมยไปเสียแล้ว และเธอก็ไม่มีแม้แต่ชีวิตที่จะแก้ตัวได้อีก
พลอยรดานึกใจเล่นๆ เพียงเสี้ยวเวลาเดียวนั้นจิตใจยึดมั่นต่อพระพุทธศาสนา กลายเป็นบ่วงความยึดติดต่ออุดมการณ์ที่เธอละทิ้งไม่ได้ หญิงสาวตั้งมั่นในใจว่าหากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้เธอได้กลับมาแก้ตัวในสิ่งที่ได้พลาดไปอีกครั้ง หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เธอปกป้องความรู้ที่จะช่วยประเทศตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงและไม่โดนรังแก เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนใต้ร่มพระบารมีที่เธอเทิดทูน
และตอนนั้นเองที่เธอได้สิ้นสติสมประดี ลมหายใจหยุดลงแม้ปณิธานจะยังไม่มอดไหม้ แค่ไฟชีวิตของหญิงสาวที่ทำเพื่อบ้านเมืองมายาวนานได้ดับลงเสียแล้ว
ตอนที่ 2 นั่นคุณหนูของข้าหรือผีที่ไหน
เสียงเอะอะมะเทิ่งดังขึ้นจากคุ้งน้ำ แต่ทว่าในราตรีย่ำคำเช่นนี้ กลับไม่มีผู้ใดได้ยิน นั่นเพราะทางตรงนี้เปลี่ยวเหลือเกิน เศษซากเรือที่ถูกทำลายลอยไปทั่งผืนน้ำ ทิ้งให้ร่างสามร่างตะกุยตะกายขวักไขว่รักษาชีวิตของตัวเอง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยจ้า ช่วยเจ้านายของฉันด้วย” หญิงสาววัยสิบห้าปีดำผุดดำว่ายอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กหญิงและเด็กชายตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
“พี่เรือง ช่วยพ่อนิล… พาพ่อนิลไป ไม่ต้องห่วงข้า” เด็กหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เธอว่ายน้ำไม่เป็นแต่หลังจากแม่ของเธอเสียไป น้องชายของเธอคือดวงใจและทุกอย่าง เธอเลี้ยงดูเขาราวกับลูกในไส้ของเธอเอง และบัดนี้เมื่อเรือได้ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของสมุนชั่วของแม่เลี้ยง เธอจำเป็นต้องเสียสละเพื่อให้น้องของเธอรอด
เขาต้องรอด!
“แล้วคุณพลอยเล่าเจ้าคะ บ่าวเป็นห่วงคุณพลอย คุณพลอยว่ายน้ำไม่เป็น บ่าวจะทำเยี่ยงไรดีเจ้าคะ” น้ำตาอาบใบหน้า แม้เธอจะเป็นเพียงบ่าว แต่เธอก็เติบโตมาพร้อมกับคุณพลอยและคุณนิลผู้เป็นนาย สุขทุกข์อย่างไรก็อยู่พร้อมหน้ากัน คุณพลอยไม่เคยทอดทิ้งหรือให้เธอถูกกดขี่อยู่คนเดียว
“รีบพาพ่อนิลไปเถิด พี่เรืองก็รู้ว่าพ่อนิลสำคัญเพียงใดสำหรับข้า ถือเสียว่าข้าขอร้องเจ้า จากนี้ไปก็ดูแลพ่อนิลให้เติบใหญ่และมีชีวิตรอดพ้นเงื้อมมือของคุณหญิงกานดาเถิดหนา ได้…โปรด”
ว่าเสร็จ ร่างเล็กแบบบางของคุณพลอยก็จมดิ่งลงสู่ห้วงน้ำราวกับถูกดึงลงโดยภูติพราย เรืองกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณพลอยผู้แสนดีของเธอจะต้องมาตกตายในที่เปลี่ยวร้างห่างไกลผู้คนเช่นนี้ หากเลือกได้ขอให้เป็นเธอที่ต้องถูกพรากชีวิตไปโดยสายน้ำอันโหดเหี้ยมนี้แทนคุณพลอย
“แค่กๆ คุณพี่พลอยขอรับ คุณพี่พลอย น้องกลัวเหลือเกิน คุณพี่พลอยอย่าไปไหนนะขอรับ” เสียงร่ำไห้ของเด็กน้อยวัยเพียงห้าปีดังขึ้นข้างหู เรี่ยวแรงก็แทบไม่มีเหลือ เขาพยายามขวักไขว่ว่ายน้ำเหมือนที่เคยถูกสอน หากแต่เด็กน้อยอย่างนิลยังว่ายน้ำได้ไม่แข็งนัก และเป็นเวลานั้นเองที่เรืองตัดสินใจปาดน้ำตาบนใบหน้าแล้วว่ายไปหาเด็กชายอย่างรีบเร่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าก็ทำให้เธอใจหายวาบ เพราะร่างของนิลเองก็จมลงในคลองไปแล้วเช่นเดียวกับพี่สาว
“คุณนิลเจ้าคะ!” หัวใจของเรืองแทบจะตกลงไปอยู่ก้นสายน้ำ เธอรีบดำลงไปเพื่อพาตัวนิลขึ้นมาเหนือน้ำทันที สิ่งที่คุณพลอยได้ฝากฝังไว้กับเธอด้วยชีวิต เธอจะต้องทำมันให้สำเร็จจงได้
เรืองว่ายน้ำพานิลขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเลแต่ทว่าเด็กน้อยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย ใบหน้าของเรืองถอดสี หรือว่าครั้งนี้สายน้ำจะพรากนายทั้งสองของเธอไปพร้อมกันเสียแล้ว
“คุณนิลเจ้าคะ ตื่นสิเจ้าคะ” หญิงสาวตบเบาๆที่ใบหน้าของนิลอยู่เสียนาน จนกระทั่งเธอยื่นนิ้วไปอังที่จมูกของเจ้านายอย่างกล้าๆกลัวๆ ขอให้อย่าเป็นอย่างที่เธอคิดเลย
“มะ…ไม่หายใจ คุณนิล ฮือๆๆ คุณนิลเจ้าคะ อย่าทิ่้งบ่าวไปอีกคนนะเจ้าคะ” เรืองกอดร่างของนิลไว้แนบกายร่ำไห้น้ำตาเป็นสายเลือด หัวใจของเธอแทบจะขาดเสียให้ได้เมื่อพบว่าเจ้านายอีกคนของเธอก็จากเธอไปแล้วเช่นกัน
ด้วยความโศกเศร้าอาลัย เรืองไม่ทันสังเกตุว่ามีเรือกำลังพายผ่านมาทางเธอ เรือนั้นไม่ถือว่าหรูหราแต่ก็ดูแล้วรู้ว่าเป็นเรือของเจ้านายเรือนใดเรือนหนึ่ง เสียงร้องไห้ของเรืองดังแว่วมา จนทำให้คนบนเรือขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าใครกัน ช่างมันร้องไห้เสียจนจะขาดใจในเวลาค่ำเช่นนี้
“ใครมาร้องไห้แถวนี้” ชายหนุ่มผมดำขลับคิ้วเรียงตัวสวยเข้มเอ่ยกับคนข้างกาย
“หวะ…หวังว่าจะไม่ใช่ผีนะขอรับ” พูดแล้วคนข้างกายที่ถูกถามก็เบะปากออกมาอย่างกลัวๆ ก่อนจะถูกเพ่นกบาลด้วยเจ้านายของเขาไปทีหนึ่ง
“ผีเผออะไรกัน เอ็งไปดูให้ข้า ว่าใครต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หากช่วยเขาไม่ทัน เอ็งนั้นช่างบาปหนายิ่งนัก” ชายหนุ่มรูปงามขมวดคิ้วด้วยความปวดหัวกับคนสนิทของเขา การเดินทางครั้งนี้ไกลยิ่งนัก มีไอ้ผาอยู่ก็ถือว่าลดความน่าเบื่อของการนั่งบนเรือได้มากโข แต่บางครั้ง มันก็เหมือนกับคนบ้าที่ทำให้เขาปวดหัวหนักมากกว่าเดิม โดยเฉพาะความช่างพูดที่ไม่รู้จักกาลเทศะของมัน
ผาบอกให้คนเรือเรือแจวเรือไปถึงฝั่งก็พบว่ามีหญิงสาววัยสะคราญกำลังร่ำไห้กอดร่างเล็กเอาไว้แนบอก ไม่ต้องบอกก็รู้ ด้วยเนื้อตัวที่เปียกปอนนั้นคงมีแต่จมน้ำเป็นแน่แท้ หากแต่ใครจะมาเล่นน้ำเอาตอนนี้
“นี่ลูกเอ็งจมน้ำรึ ตายแล้วรึ” ผากล่าวกับเรืองที่ไม่ได้สังเกตเห็นคนที่เดินเข้ามา หญิงสาวเงยหน้าพบกับชายหนุ่มที่มีใบหน้ากวนประสาทและมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ นี่เจ้านายข้า ท่านช่วยเจ้านายของข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” เรืองเห็นผาที่แต่งตัวดีก็รู้ว่าอีกฝ่ายย่อมเป็นคนมียศมีตำแหน่ง เธอวิงวอนขอให้เขาช่วยนิลที่หยุดหายใจมาชั่วครู่แล้ว
“ไหน ข้าขอดูหน่อย” ว่าแล้วผาก็อุ้มนิลออกมาจากอกของเรือง เขาวางนิลพาดลงบนบ่าก่อนจะวิ่งไปๆกลับๆ ไม่นานนัก นิลก็สำลักน้ำออกมาและได้สติ เมื่อลืมตาขึ้นก็ร้องเรียกหาพี่สาวเป็นคนแรก
“คุณพี่พลอยขอรับ คุณพี่พลอยอยู่ไหนขอรับ น้องกลัวเหลือเกิน ฮือๆๆ” ผาวางนิลลงบนตักเรือง ก่อนจะเอ่ยถามว่า
“ยังมีอีกคนนึงรึ ไหนล่ะ ข้าจะได้ช่วยดูให้” ผาเสนอตัวอย่างภาคภูมิ ถึงแม้เขาจะไม่ได้เรื่องในบางอย่าง แต่ก็เป็นหมอฝีมือดีคนหนึ่งในคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
เรืองหน้าหมองลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อของพลอย เธอกอดนิลไว้พลางเอ่ยกับผาว่า
“ขอบน้ำใจท่านเหลือเกินที่ช่วยนายของข้าไว้ แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าจะขอรบกวนท่านได้หรือไม่ ได้โปรดพาร่างแม่หญิงพลอยขึ้นมาจากน้ำให้พวกข้าได้ไว้ทุกข์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ ชาติหน้า จะให้ข้าเป็นวัวเป็นควายชดใช้บุญคุณให้กับท่าน ข้าก็จะทำ” ผาหน้าเผือดสีขึ้นมาทันที คนที่เขาจะต้องช่วยต่อไปไม่ใช่คนแต่เป็นศพ
ใบหน้าคร่ำเคร่งอยู่ในที ผาเดินไปยังเรือที่จอดเทียบฝั่งอยู่ก่อนจะขออนุญาตนายของเขาใช้กำลังคนพายเรือให้ไปช่วยงมหาร่างเด็กสาวที่จมอยู่ใต้น้ำ
“คนจมน้ำงั้นรึ ได้ ถ้าอย่างนั้นเอ็งรีบพาพวกบ่าวแจวเรือไปงมหาคนให้เร็ว ก่อนที่จะค่ำแล้วน้ำเย็นกว่านี้” ชายใบหน้างามนั้นมองไปยังคุ้งน้ำอย่างไร้ความรู้สึก เศษซากเรือที่ลอยเต็มท้องน้ำ พิสูจน์แล้วว่าถูกคนทำลาย ไม่ได้ปล้นของแต่ทำลายเรือ ชัดแล้วว่าคงเป็นการพยายามฆ่าไม่ใช่พวกโจรที่ใด
ผาสั่งให้บ่าวแจวเรือ4 คนดำลงไปหาร่างของพลอยในแม่น้ำ ทุกคนดำหากันอยู่นานแต่ก็ไร้วี่แววร่างของเด็กสาว นิลร้องไห้หนักขึ้นพลางกอดกับเรืองด้วยน้ำตานองหน้า
“เป็นเช่นไร เจอหรือไม่” ผาถามกับบ่าวแจวเรือทั้งสี่ที่ว่ายน้ำกลับเข้ามามือเปล่า
“ไม่เจอขอรับ” บ่าวคนหนึ่งตอบ
“ทางนี้ก็ไม่เจอขอรับ” บ่าวอีกคนก็ส่ายหน้า
“น้ำลึกมากเลยขอรับ บ่าวว่าน่าจะจมลงไปที่ก้นคลองเสียแล้วจึงหาไม่เจอ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผาก็มีสีหน้าเครียดผิดกับนิสัยขี้เล่นอันผิดปกติของตน สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการแจ้งข่าวร้ายให้กับญาติผู้ไข้ เขามองไปยังสายตาเว้าวอนของเรืองก็รู้สึกผิดกึ่งเวทนา หากทำได้เขาก็อยากงมร่างนายของคนผู้นี้ขึ้นมาให้ได้ แต่ด้วยความมืดและอากาศเย็นเช่นนี้ก็คงยากนัก
“คุณพี่พลอย!” เสียงของเด็กน้อยร้องเจื้อยแจ้วชี้มือชี้ไม้ไปทางคลอง ทุกคนหันขวับไปมองตามทิศที่มือนั้นชี้ไปก็พบว่ามีร่างของเด็กหญิงผู้หนึ่งผุดขึ้นมาจากน้ำ ร่างของเธอยังไม่โตเป็นสาวสะพรั่ง แต่ก็สัมผัสได้ถึงใบหน้าอันอ่อนหวานสะกดทุกผู้คนให้นิ่งงัน
เรืองอ้าปากค้างตกใจกับสิ่งที่เห็น ไม่ใช่ว่าคุณพลอยของเธอจมน้ำไปนานแล้วไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงผุดขึ้นมาจากน้ำในตอนนี้
ร่างบางในสไบสีเหลืองอ่อนขับผิวนวลให้เปล่งประกายเริ่มกวักน้ำพร้อมตีขาอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าฟรีสไตล์ที่เธอถนัดนักทำให้ท่วงท่าของเธอราวกับนางเงือกที่อาศัยอยู่ในน้ำ ผาเห็นดังนั้นก็ตะโกนใส่บ่าวแจวเรือที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“มัวยืนอึ้งทำอะไรกันอยู่ พวกเอ็งรีบไปช่วยแม่หญิงผู้นั้นขึ้นมาจากน้ำเร็ว!”
“ยังต้องช่วยอีกหรือขอรับ ดูแล้วนางว่ายน้ำเร็วกว่าพวกเราอีกนะขอรับ” บ่าวแจวเรือวัยกลางคนกล่าวกับผาพลางก้มหน้าเตรียมรับการโดนด่า
“เออ ก็จริงของเอ็ง เกิดมาข้าไม่เคยเจอใครว่ายน้ำเร็วขนาดนี้มาก่อน นี่เอ็งแน่ใจนะ ว่านายของเอ็งจมน้ำตายน่ะ แล้วนั่นผู้ใด นายเอ็งหรือไม่” ผาหันไปถามเรืองด้วยใบหน้าฉงน เรืองเองก็ตอบผาไม่ถูก แต่ด้วยรูปร่างและสีสไบนั้นชัดแล้วว่าเป็นคุณพลอยนายของเธอจริงๆ หากแต่คุณพลอยของเธอว่ายน้ำไม่เป็น!
“เอ่อ ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่เหมือนจะใช่เจ้าค่ะ” เรืองตอบหน้าเจื่อนแต่ทว่านิลกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“นั่นคุณพี่พลอยแน่นอนขอรับ ข้าจำได้” นิลน้อยเอ่ยอย่างมั่น
ร่างในสไบเหลืองว่ายน้ำเข้ามาใกล้ฝั่งทุกที และคนที่อยู่บนฝั่งก็แทบจะหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม หากคนที่ว่ายน้ำมาไม่ใช่คน แล้วจะเป็นอะไรกันได้เล่า…
ตอนที่ 3 ความทรงจำกรีดหัวใจ
จ๋อมแจ๋ม
เสียงกวักน้ำดังใกล้เข้ามาทุกที แต่คนทั้งหกกลับยืนนิ่งค้างไม่สามารถขยับตัวได้ สิ่งที่ว่ายน้ำเข้ามาเป็นคนหรือผีกันแน่นะ…
เมื่อพาร่างมาจนถึงฝั่ง เด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นมา มือทุบอกตนเองให้สำรอกน้ำออกจากปอดของเธอ คราเห็นใบหน้าแจ่มชัด ผาก็ตกตะลึงในความงดงามอันราวกับนางฟ้า ยิ่งเห็นใกล้ๆเขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความละมุนตาของรูปลักษณ์นาง ฝ่ายเรืองเองก็ยังกล้าๆกลัวๆ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช่นายตนจริงๆหรือไม่ แม้ภายนอกจะดูใช่ แต่แววตาของเด็กสาวทำให้เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
"คุณพี่พลอยขอรับ น้องกลัวเหลือเกิน" ทุกคนต่างก็จมอยู่ในความคิดของตนเอง มีเพียงนิลเท่านั้นที่ได้สติและโผเข้ากอดพลอยอย่างดีใจ หากแต่ฝ่ายที่ถูกกอดนั้นก็ยังตั้งสติไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างปุบปับ เธอพยายามไล่เรียงความคิดของตัวเองว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเธอ
"นี่เราโดนยิงตอนสู้กับคนร้ายในห้องแล็บ แล้วเรามาโผล่ในน้ำได้ยังไง แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน" เด็กสาวคิดอยู่ในใจ เธอหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จู่ๆเธอก็ลืมตาขึ้นมาในน้ำเย็นเฉียบไร้แสงสว่าง เธอเห็นร่างเด็กหญิงที่เลือนลางพยายามบอกคำว่า ฝากทั้งสองคนด้วยนะ ก่อนร่างนั้นจะสลายหายไป
พลอยรดาตกใจกับสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเธอกำลังจมน้ำ!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสี่สิบปีของเธอ เธอไม่เคยจมน้ำมาก่อน ร่างเล็กที่จมลงไปใต้น้ำกลับพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างไม่รีรอ ครั้นเมื่อโผล่พ้นผิวน้ำ เธอก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนออกันอยู่บนฝั่ง เธอจึงว่ายเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว โดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือร้ายอย่างไร
หากแต่ว่าเมื่อเธอขึ้นฝั่งมาแล้ว เหตุการณ์เบื้องหน้าก็ดูจะผิดไปจากที่เธอคิด ทุกคนดูตกใจมาก ยกเว้นเจ้าซาลาเปาน้อยที่โผเข้ามากอดเธออย่างไม่เกรงกลัว ซ้ำยังออดอ้อนเธอเสียด้วยซ้ำ เด็กชายวัยกระเตาะมีดวงตากลมโตน่ารัก ผิวของเขาขาวละเอียดราวกับสตรี ไม่เหมือนเด็กผู้ชายเลยแม้แต่น้อย
"ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีอะไรแล้ว" เธอปลอบเด็กชายอย่างจริงใจ พลางใช้มือลูบศีรษะของเด็กน้อยเพื่อคลายกังวล ลูกใครกันนะ ทำไมหน้าตาถึงได้หล่อเหลาตั้งแต่ยังเด็กเช่นนี้ หากโตไปก็คงไม่แคล้วหล่อเหมือนเหล่าพระเอกนิยายที่เธออ่าน ในขณะที่เธอตกอยู่ในความคิดของตนเอง ร่างเด็กสาวที่สูงกว่าก็ขยับไปมาอย่างไม่สบายใจ
"คะ…คุณพลอยใช่หรือไม่เจ้าคะ" เรืองแสดงท่าทีกล้าๆกลัวๆ เด็กสาวเอ่ยถามพลอยรดาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
"ใช่ ฉันชื่อพลอย ว่าแต่เธอเป็นใคร" เมื่อกล่าวจบ พลอยรดาก็สังเกตุเห็นว่า เด็กหญิงที่ถามคำถามกับเธอเมื่อครู่นั้นอยู่ในชุดไทยโบราณ ท่อนบนห่มสไบสีเทา และด้านล่างนุ่งโจงกระเบนสีกรมท่า แต่สิ่งที่ผิดพลาดของเธอนั้นคือ เธอลืมสังเกตุว่าทุกคนในบริเวณนั้นก็นุ่มห่มด้วยเสื้อผ้าสมัยโบราณเช่นเดียวกัน!
"คุณพลอยลืมบ่าวแล้วหรือเจ้าคะ นี่เรืองอย่างไรเล่าเจ้าคะ" เรืองน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณพลอยของเธอเป็นแน่
"เรือง?" พลอยรดาทำหน้าฉงน ก่อนจะถามขึ้นอีกคำ
"บ่าว?" เสียงใสถามคนที่บอกว่าเป็นบ่าว เรืองพยักหน้าขึ้นลงสุดแรงเกิดราวกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป เป็นที่น่าขบขันให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
"ตกลงเธอชื่อเรืองหรือเธอชื่อบ่าว หรือเธอเป็นผู้ชาย เธอแปลงเพศมาหรอ" พลอยรดาถามด้วยสีหน้างงงวย แปลก เธอไม่รู้จักคนตรงหน้านี้เลย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เรืองก็ร้องไห้โฮออกมา คุณพลอยของเธอลืมเธอไปเสียแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น
"เอาเถอะ เอาเถอะ แม่เรืองหยุดร้องก่อน ข้าว่านายของเอ็งอาจจะยังตกใจอยู่หรือความจำเสื่อมชั่วคราว แต่ตอนนี้พวกเอ็งต้องกลับเรือนเสียก่อน แล้วค่อยเรียกหมอมาตรวจทีหลัง ดีหรือไม่" ผาเอ่ยปลอบเรืองเพราะรับมือกับเสียงร้องไห้ไม่ไหว ชายหนุ่มเองก็อยากรู้ว่าแม่พลอยผู้นี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทายาทขุนน้ำขุนนางคนใด เหตุใดเขาจึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงความงดงามของนางในหมู่สตรีแห่งกรุงศรีเลยแม้แต่น้อย
"เรือน…" เรืองอึกอักไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมา เธอกลัวว่าหากกลับไปจะทำใหนายของเธอทั้งคู่ตกอยู่ในอันตรายไม่รู้จบสิ้นจนกว่าจะตกตายกันไปข้างหนึ่ง
"เอ้า ว่าอย่างไรเล่า เรือนเจ้าอยู่ที่ใด" ผาถามย้ำด้วยความรำคาญใจ มีเหตุผลใดที่บอกไม่ได้ เขาไม่เข้าใจ
"ไม่เอา ข้าไม่กลับ! ข้าไม่อยากกลับไปเจอคนใจร้าย คุณพี่พลอย เราอย่ากลับกันเลยนะขอรับ นะขอรับ" นิลตะโกนร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว เด็กน้อยนึกถึงวันคืนที่เขาต้องใช้ชีวิตราวกับลูกทาสก็ไม่ปาน มีเพียงคุณพี่พลอยของเขาและเรืองเท่านั้นที่ดีกับเขา
"อั๊ก" เมื่อได้ยินคำพูดจากนิล พลอยรดาก็กุมขมับเนื่องจากปวดศีรษะอย่างรุนแรง ภาพของเด็กหญิงที่เธอเจอในน้ำสะท้อนในคันฉ่อง ลอยขึ้นมาในความทรงจำ ใบหน้าของเธองดงามยิ่งนัก หากแต่นัยน์ตากลับเศร้าหมองและทุกข์ระทมอยู่ในหัวใจ
“คุณพลอยเจ้าคะ อย่าเศร้าไปเลยเจ้าค่ะ วันหนึ่งเมื่อคุณพลอยออกเรือนไปกับบุตรของท่านออกญาศิรหมนตรีแล้ว ก็จักไม่มีผู้ใดรังแกคุณพลอยได้อีกแล้วเจ้าค่ะ” เรืองพูดกับเด็กหญิงที่ส่องคันฉ่องอยู่ แม้วาจาจะดูปลอบประโลม หากแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
“ข้ามิได้วาดหวังในสิ่งเหล่านั้นหรอกพี่เรือง ข้าขอเพียงแค่ข้า พี่ และพ่อนิลได้อยู่อย่างสงบสุข แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับข้า” น้ำตาของพลอยไหลออกมา พลอยรดามองเด็กหญิงในคันฉ่องอย่างเวทนา เธอกำลังมองตัวเอง…
ตัดมาที่ภาพของเรืองที่ถูกเฆี่ยนนับครั้งไม่ถ้วน โดยคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่นายของเรือนหลวงพิจิตรอาสา เรืองถูกมัดไว้กับเสาเรือน หวายลงหลังของเรืองครั้งแล้วครั้งเล่า
“นังบ่าวชั่ว เอ็งขโมยของของข้าไปไว้ที่ใด!” คุณหญิงกานดาเอ็ดใส่เรืองที่แทบสิ้นสติลงไปแล้ว
“บ่าวไม่ได้ทำเจ้าค่ะ นังจั่นมันใส่ร้ายบ่าว” เรืองร้องไห้ขอความเป็นธรรม เหล่าบ่าวไพร่ที่มุงดูพากันยิ้มเยาะอย่างออกนอกหน้า
“นังจั่นมันเป็นบ่าวของข้า มันจักใส่ร้ายเอ็งด้วยเหตุอันใด เอ็งนั่นแลที่โป้ปด หากไม่คืนของที่เอ็งเอาไป ข้าจักให้บ่าวมันเฆี่ยนเอ็งให้ตายเสีย” ใบหน้ามาดร้ายในความงดงามที่เยาว์วัยกว่าอายุของคุณหญิงกานดาถมึงทึง พลอยปรี่เข้ามาห้ามและขวางหวายเอาไว้จนเธอเองถูกเฆี่ยนไปด้วยอีกคน
“คุณแม่เจ้าคะ พี่เรืองไม่ได้ทำดอกเจ้าค่ะ หากหาแล้วเจอไม่ ลูกจักชดใช้ด้วยสิ่งของของลูกเองเจ้าค่ะ” พลอยวิงวอนด้วยสายตา เธอมีสมบัติมากมายที่มารดาของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนจากไป แต่จำนวนหนึ่งก็หายไปอยู่ในกำมือของคุณหญิงกานดาและแม่แก้ว น้องสาวต่างแม่ของเธอเสียแล้ว…
ยังมีภาพที่มือของเธอถูกเหยียบขยี้โดยคนที่อ้างว่าเป็นน้องสาว ยามที่ก้มเก็บมาลัยที่เธอเพิ่งร้อยเสร็จหากแต่ถูกปัดทิ้งจากแม่เลี้ยงของเธอ
“มาลัยนี้ น่าเกลียดนัก เหมือนกับมือเจ้าของมัน” เสียงของแม่แก้ว น้องสาวอ่อนเดือนของเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงชิงชัง
“นั่นสิเจ้าคะ สู้มาลัยของคุณแก้ว นายของอิจินไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเจ้าค่า หากท่านออกญาศิรหมนตรีได้มาเห็น คงจักเลือกแม่บ้านแม่เรือนเช่นคุณแก้วเป็นว่าที่ศรีสะใภ้เป็นแน่เจ้าค่า” บ่าวข้างกายสบโอกาสประจบสอพลอ ใบหน้าเชิดลอยขึ้นชูหน้าชูตา
“เอ็งเอาอันใดมาพูด หากรู้ถึงใครเข้า ข้าจักเสียหาย” ว่าแล้ว แก้วก็เขินตัวบิดเพราะคำป้อยอของบ่าวอย่างจิน
และภาพของเด็กชายที่ถูกชายวัยกลางคนตบล้มลงไปกองกับพื้น ใบหน้าน้อยมีรอยฝ่ามือแดงประทับอยู่ น้ำตารื้นในดวงตากลมโต แต่เขาจะร้องไห้ออกมาไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้ชาย
“คุณพ่อตบลูกด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ ลูกทำผิดอันใดหรือขอรับ” นิลเอ่ยเสียงสั่นกับคนเป็นพ่อ หากแต่อีกฝ่ายหาได้รู้สึกสงสารแต่อย่างใด กลับตะคอกเด็กน้อยซ้ำพร้อมถ้อยคำเหยียดหยาม
“เอ็งเรียกใครพ่อ? ข้าไม่ใช่พ่อเอ็ง! ข้าต้องทนเห็นหน้าไอ้ลูกชู้อย่างเอ็งอยู่ทุกวัน ถ้าไม่ใช่เพราะตาของเอ็งมีอำนาจมากนักข้าคงฆ่าโยนทิ้งน้ำไปแล้ว อย่ามาเรียกข้าว่าพ่อ จำไว้!” กล่าวเสร็จออกหลวงพิจิตรอาสาก็สะบัดหน้าเดินจากไป ปล่อยให้พลอย เรืองช่วยกันกอดปลอบประโลมนิลเอาไว้
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีภาพอื่นๆอีกมากมายไหลเข้ามาในสมองของเธอราวกับสายน้ำ
"นี่คือความทรงจำของใคร ของเธองั้นเหรอ แล้วฉันเห็นมันได้ไง หรือฉันกำลังถูกใครเอาตัวไปทดลอง" พลอยรดาตัวสั่นเทิ้มด้วยทนความเจ็บปวดไม่ไหว แต่บัดนี้ เธอจำเรืองและนิลได้แล้ว เธอรู้สาเหตุทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ คนสองคนที่เด็กหญิงในสายน้ำบอกให้เธอช่วย คงจะเป็นนิลและเรืองอย่างแน่นอน
"ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ไปสบายไม่ต้องห่วงนะแม่พลอย" พลอยรดารู้ว่าเธออยู่ในร่างของแม่พลอย บุตรีคนโตแห่งหลวงพิจิตรอาสา เจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตลงเนื่องจากแผนชั่วของแม่เลี้ยง คุณหญิงกานดา!
เดิมทีพวกเธอต้องไปที่เมืองปากน้ำโพ(นครสวรรค์ในปัจจุบัน) เพื่อเยี่ยมญาติฝ่ายแม่ของเธอตามที่คุณหญิงกานดาเสนอ แต่ในระหว่างทาง บ่าวแจวเรือสองคนกลับจับพวกเธอโยนลงคลองและทุบทำลายเรือทิ้งไม่เหลือชิ้นดีก่อนจะว่ายน้ำหนีไป ทิ้งให้สามร่างต้องเอาชีวิตรอดกันเองในน้ำที่ทั้งมืดและเย็น
"คุณพลอยเจ้าคะ เป็นอะไรเจ้าคะ" เรืองรีบโผเข้ามาดูพลอยด้วยความห่วงใย แต่ทว่า พลอยรดากลับหมดสติไป ทิ้งให้คนเบื้องหลังช่วยแก้ปัญหาแทนเธอ