โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดประวัติ “สินค้า” ติดปากคนไทย “มาม่า-แพมเพิร์ส-ซีร็อกซ์-แฟ้บ” ที่ไม่ต้องมีลิขสิทธิ์ก็เรียกได้

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ก.ย 2567 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 04.02 น.

เปิดประวัติ “สินค้า” ติดปากคนไทย “มาม่า-แพมเพิร์ส-ซีร็อกซ์-แฟ้บ” ที่ไม่ต้องมีลิขสิทธิ์ก็เรียกได้

เมื่อคิดจะค้าขาย“สินค้า” ชิ้นใด ชิ้นหนึ่ง ทุกบริษัทล้วนต้องการให้ชื่อผลิตภัณฑ์ของตนเองติดตลาด โดยใช้วิธีการต่าง ๆ มากมาย เช่น โฆษณา ปรับการผลิตให้เข้ากับความต้องการของตลาด แม้จะไม่ใช่ทุกชื่อที่สามารถเจาะตลาดได้ แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยที่เพียงเอ่ยแบรนด์ออกมา ทุกคนต่างจะต้องร้องอ๋อ อย่างน้อยก็ไม่พ้น 4 ชื่อนี้ นั่นคือ มาม่า แพมเพิร์ส ซีร็อกซ์ และ แฟ้บ

1. มาม่า

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อยู่คู่ครัวคนไทยมากกว่า 50 ปี เดิมทีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และได้รับความนิยมอย่างมาก ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากแดนปลาดิบขาดแคลนอาหารอย่างหนัก จึงทำให้เกิดเมนูเส้นบะหมี่แห้งที่เพียงเติมน้ำก็รับประทานได้ทันที และเมื่อเข้าปี 1958 อาหารชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมไปทั่วญี่ปุ่น เพราะกินง่าย ราคาถูก รสชาติคล้ายคลึงกับราเมน อาหารพื้นถิ่นที่อิ่มอยู่ท้องแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

กระทั่งปี 1972 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ได้เข้ามาในประเทศไทย โดยนายห้างเทียม โชควัฒนาเจ้าของบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด และตั้งแบรนด์ชื่อว่า “มาม่า” (MAMA)แม้ในตอนแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากคนไทยไม่ค่อยเข้าใจวิธีกิน ทั้งราคายังสูงกว่าบะหมี่ชามจริง ๆ ในท้องตลาด แต่เพราะความพยายามในการพัฒนารสชาติ เอาใจใส่เรื่องคุณภาพ ควบคู่ไปกับการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเมื่อคนไทยนึกอยากกินเส้นบะหมี่แห้งในซองรสชาติต่าง ๆ ต้องเอ่ยว่า“มาม่า”แทนคำว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”ทุกครั้ง

2. แพมเพิร์ส

ไม่แน่ใจว่า“แพมเพิร์ส”กลายมาเป็นคำเรียกแทน “ผ้าอ้อม” ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ คือ คนไทยหลายคนน่าจะเข้าใจว่าแพมเพิร์สเป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่าผ้าอ้อมไปเสียแล้ว

แพมเพิร์สเป็นชื่อแบรนด์ผ้าอ้อมในสหรัฐอเมริกา กำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1961 ผู้คิดค้นคือ วิค มิลส์(Vic Mills) ซึ่งทำงานให้กับบริษัท พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เขามองเห็นความยากลำบากในการใช้ผ้าอ้อม เนื่องจากแต่ก่อนจะใช้ผ้าทั่วไป หากใช้ซ้ำก็ต้องซักใหม่ จึงทำให้เกิดผ้าอ้อมสำเร็จรูปอย่าง “แพมเพิร์ส”ขึ้น

แพมเพิร์ส ถือเป็นแบรนด์ผ้าอ้อมอันดับ 1 ที่คนทั่วโลกเลือกใช้อย่างล้นหลาม อ้างอิงจากส่วนแบ่งในตลาดปี 2019 ที่ครองไป 25% แม้ในตลาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปจะมีคู่แข่งมากหน้าหลายตาก็ตาม

ปัจจุบัน“แพมเพิร์ส” ไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเท่าที่ควรแล้ว หากอ้างอิงจากส่วนแบ่งการตลาดที่ถูกยึดพื้นที่ด้วยมามี่โพโคและเบบี้เลิฟ แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปคือ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คนไทยก็ยังคงติดปากใช้คำว่า แพมเพิร์ส เพื่อเรียกแทนผ้าอ้อมเหมือนเดิม

3. ซีร็อกซ์

“เครื่องถ่ายเอกสาร” หรือที่คนไทยเรียกว่า “ซีร็อกซ์” เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาจาก เชสเตอร์ คาร์ลสัน (Chester Carlson) นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน เขาได้นำวิธีคิดที่ร่ำเรียนมาช่วงมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตสิ่งประดิษฐ์ในฝัน อย่าง การผนวกไฟฟ้าสถิตกับการเหนี่ยวนำไฟฟ้าด้วยแสง (photoconductivity) โดยใช้ตัวชาร์จไฟฟ้าสถิตบนพื้นผิวที่โรยด้วยผงละเอียดเพื่อให้เกิดภาพ

คาร์ลสันพยายามทดลอง ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสิ่งประดิษฐ์ไปเรื่อย ๆ พร้อมกับผู้ช่วยที่ชื่อว่า อ็อตโต คอร์เน(Otto Kornei) ในที่สุดพวกเขาทั้ง 2 คน ก็สร้างเครื่องถ่ายเอกสารซีโรกราฟิกเครื่องแรกขึ้นตามแนวคิดนี้ได้สำเร็จ

2 หนุ่มเดินเตร็ดเตร่ไปขายเครื่องถ่ายเอกสารชิ้นนี้ให้กับ 3 บริษัทใหญ่ ได้แก่ ไอบีเอ็ม, 3 เอ็ม, และ เอ.บี. ดิ๊ค หวังว่าทั้ง 3 บริษัทจะสามารถต่อยอดอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้โด่งดังในอนาคตได้ ทว่า บริษัทที่เขามุ่งหวังอยากจะสานสันพันธ์กลับปฏิเสธทั้งหมด

กระทั่ง เจ้าของผลงานได้พบกับ โจ วิลสัน(Joe wilson) เจ้าของบริษัท ฮาลอยด์ คอมพานี ในปี 1946 ทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จนท้ายที่สุด คาร์ลสันและวิลสัน จึงตัดสินใจพัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารนี้ให้เหมาะกับตลาดร่วมกัน กินเวลาไปประมาณ 12 ปี แบรนด์ซีร็อกซ์ก็ได้โชว์ตัวต่อหน้าตลาด และกลายมาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

แม้ปัจจุบันการถ่ายเอกสารจะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่สิ่งที่ยังหลงเหลือคือ คนไทยยังเรียกการถ่ายเอกสารว่า “ซีร็อกซ์”

4. แฟ้บ

“ไม่มีผงซักฟอกใด ขจัดความสกปรกได้รวดเร็วเท่าแฟ๊บ” หนึ่งในคำโฆษณาในสตรีสารฉบับต้นมกราคม พ.ศ. 2503

แฟ้บเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นจาก บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ช่วงปี 2493 หลังจากมีการแข่งขันทำผงซักฟอกมาตั้งแต่ปี 2460 เป็นต้นมา แม้จะมีแบรนด์ทำผงซักผ้าอยู่ค่อนข้างมาก แต่เนื่องด้วย แฟ้บมีส่วนประกอบที่โดดเด่น ประจวบเหมาะกับชื่อที่ติดหูได้ง่ายอย่าง FAB ซึ่งย่อมาจาก Faster and Better จึงทำให้ในเวลาต่อมา แฟ้บกลายมาเป็นผงซักฟอกยี่ห้อท็อป ๆ ของโลก

เมื่อได้รับความนิยมอย่างมาก แฟ้บจึงเข้ามาในประเทศไทยราว พ.ศ. 2468 ในช่วงแรกคนไทยยังกล้า ๆ กลัว ๆ ในการใช้ผงซักฟอก เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่ และไม่คุ้นชิน เนื่องจากคนไทยสมัยนั้นใช้สบู่ในการซักผ้า จึงทำให้แฟ้บไม่ได้เฉิดฉายในท้องตลาดเท่าที่ควร โปรเจกต์ที่จะตีตลาดในประเทศไทยจึงเป็นอันว่าตกไป

พ.ศ. 2495แฟ้บ ได้กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะครองตลาดผงซักฟอกในประเทศไทยอีกครั้ง โดย บริษัท หลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ จำกัด และอาจเพราะช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงคนไทยเริ่มคุ้นกับสิ่งที่เรียกว่า “ผงซักฟอก” ขึ้นบ้างแล้ว เนื่องจากในปี 2475 เกิดผงซักฟอกของไทยชื่อว่า “พรรณอร”จึงทำให้คนไทยลองเปิดใจใช้แฟ้บ แล้วก็ค้นพบว่า มันใช้ง่ายมาก เพียงแค่เทผงลงไปในน้ำ ตีให้เกิดฟอง ใส่ผ้าลงไป ขยี้เสียหน่อยก็เป็นอันใช้ได้

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ “แฟ้บ” เป็น “สินค้า” ที่ครองใจคนไทยเป็นระยะเวลานาน ทั้งยังถูกยกให้เป็นสรรพนามในการเรียกชื่อผงซักฟอกยี่ห้ออื่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.silpa-mag.com/history/article_87265

https://www.silpa-mag.com/history/article_96640

https://www.silpa-mag.com/history/article_29762

https://www.silpa-mag.com/history/article_96640

https://www.brandcase.co/42037

https://marketeeronline.co/archives/25398

https://www.instantramen.jp/post/japanese-instant-noodles-popularity

https://www.bangkokfoodies.com/the-story-of-jeh-ohs-khao-tom-ped-how-one-instant-noodle-dish-became-a-local-phenomenon-bangkok-foodies/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ “สินค้า” ติดปากคนไทย “มาม่า-แพมเพิร์ส-ซีร็อกซ์-แฟ้บ” ที่ไม่ต้องมีลิขสิทธิ์ก็เรียกได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...