โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โพยกองทุน SSF & RMF สำหรับนักลงทุนสายสวนตลาด แบบ The Contrarian Investor

Finnomena

อัพเดต 08 ก.ย 2566 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2566 เวลา 09.00 น. • FINNOMENA FUNDS

ใกล้สิ้นปีแล้ว… ใครที่กำลังมองหากองทุนลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็น SSF หรือ RMF แต่ยังเลือกไม่ได้ ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้จะซื้อกองทุนไหนดี? บทความนี้จะมาแนะนำกองทุนลดหย่อนภาษี สำหรับนักลงทุนสาย The Contrarian Investor โดยเฉพาะ ทั้งนี้The Contrarian Investor คือ สไตล์การลงทุนแบบสวนตลาด โดยเน้นเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ราคาปรับตัวลดลงจากปัจจัยลบระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงดีอยู่ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นสายที่ชอบแสวงหา“ของดีราคาถูก”นั่นเอง ลองถามตัวเองดูก่อนว่าคุณเชื่อมั่นในสไตล์การลงทุนรูปแบบนี้ไหม หากคำตอบคือใช่ เราได้รวบรวมกองทุนแนะนำที่เหมาะสมมาให้แล้ว ดังนี้ Highlight กองทุนลดหย่อนภาษีรายกอง

  • K-CHINA-SSF
  • B-ASIASSF
  • PRINCIPAL iPROPEN-SSF
  • KFCHINARMF
  • B-ASIARMF
  • B-IR-FOFRMF

เปิดบัญชีกองทุนลดหย่อนภาษี กับ FINNOMENA FUNDS วันนี้ รับฟรี ! 30 FINT* ได้ฟิน 2 ต่อ ทั้งลดหย่อนภาษี และสะสม FINT ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีได้ง่าย ๆ ทั้งกองทุน SSF และ RMF มีให้เลือกกว่า 21 บลจ. ในที่เดียว และยังมีความเป็นกลางในการคัดสรรกองทุนมาแนะนำให้กับนักลงทุน ที่ FINNOMENA FUNDS เท่านั้น เปิดบัญชี คลิก : https://finno.me/fint-tax-oa-ws ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน - 30 กันยายน 2566 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

แนะนำกองทุน SSF แบบ The Contrarian Investor

K-CHINA-SSF

นโยบายการลงทุน

กองทุนหุ้นจีน All China แบบ Active ลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการตั้งถิ่นฐานหรือดำเนินธุรกิจในประเทศจีน และได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของรัฐบาลจีน

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • ใช้กลยุทธ์คัดเลือกหุ้นแบบ bottom-up ที่มีศักยภาพการเติบโตเหนือกว่าคู่แข่งอย่างยั่งยืน
  • เน้นการลงทุนบนเป้าหมายการเติบโตในระยะ 5 ปีขึ้นไป จากการวิเคราะห์อย่างเข้มข้น และส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เช่น Tencent, Alibaba, Meituan เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
  • อุตสาหกรรมที่กองทุนให้น้ำหนักมากที่สุด คือ Consumer Discretionary ซึ่งจะได้รับประโยชน์มหาศาล หากการบริโภคภายในประเทศจีนฟื้นกลับมา

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 1.07% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1.16% ต่อปี

สัดส่วนหุ้น 5 อันดับแรก

  • Tencent 9.60%
  • Meituan 6.30%
  • Alibaba 4.80%
  • NetEase 3.80%
  • JD.com 3.60%

Source: K-CHINA-SSF Fund Fact Sheet as of 30/07/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

B-ASIASSF

นโยบายการลงทุน

กองทุนหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) แบบ Active ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเน้นลงทุนให้หุ้นเอเชียที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง และกระจายพอร์ตลงทุนแบบมืออาชีพ

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • เน้นลงทุนในหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และเป็นหุ้นที่ตลาดยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก โดยจะเลือกเข้าลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดมีความกังวล และหาโอกาสขายทำกำไรในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น
  • สร้างผลตอบแทนระยะยาวสอดคล้องไปกับการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย ด้วยการมองหาบริษัทที่มีรูปแบบธุรกิจยั่งยืน และมีงบดุลแข็งแกร่ง
  • ให้น้ำหนักสัดส่วนพอร์ตไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนประเทศที่ลงทุนเป็นหลัก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 0.09% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1.16% ต่อปี

สัดส่วนหุ้น 5 อันดับแรก

  • TSMC 8.20%
  • Samsung Electronics 7.40 %
  • Tencent 5.40%
  • Housing Development Finance 4.10%
  • Alibaba 3.80%

Source: B-ASIASSF Fund Fact Sheet as of 02/08/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

PRINCIPAL IPROPEN-SSF

นโยบายการลงทุน

กองทุนที่ลงทุนใน REITs หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • มีการลงทุนใน REITs ในไทยและสิงคโปร์ ทำให้ช่วยกระจายการลงทุน ไม่กระจุกตัวในตลาดเดียว
  • เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอยู่ในภาคส่วนที่มั่นคง มีการเติบโต ความผันผวนต่ำ
  • เน้นคัดเลือกเป็นรายสินทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับ Valuation เป็นหลัก ไม่เร่งซื้อตามตลาด แต่หาโอกาสเข้าสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 0.963% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1.56% ต่อปี

สัดส่วนสินทรัพย์หลัก 5 อันดับแรก

  • GOODMAN GROUP 9.50%
  • STOCKLAND 4.14%
  • Ascendas REIT 3.62%
  • LINK REIT 3.55%
  • Scentre Group 3.51%

Source: PRINCIPAL iPROPEN-SSF Fund Fact Sheet as of 31/07/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/

แนะนำกองทุน RMF แบบ The Contrarian Investor

KFCHINARMF

นโยบายการลงทุน

กองทุนหุ้นจีน All China แบบ Active ลงทุนในกองทุนหลัก FSSA Greater China Growth Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งจะลงทุนในบริษัทที่มีแหล่งรายได้ในประเทศจีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • เน้นลงทุนบนเป้าหมายการเติบโตในระยะ 5 ปีขึ้นไป จากการวิเคราะห์อย่างเข้มข้น เพื่อรับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
  • ใช้ชุดคำถาม Checklist กว่า 100 ข้อ สำหรับคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ตการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจ บนมุมมองที่แข็งแกร่ง

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 0.8% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1% ต่อปี

สัดส่วนหุ้น 5 อันดับแรก

  • TSMC 8.60%
  • Tencent 5.80%
  • Midea Group 5.50%
  • AIA Group 5.00%
  • Ping An Insurance 4.20%

Source: KFCHINARMF iPROPEN-SSF Fund Fact Sheet as of 31/07/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

B-ASIARMF

นโยบายการลงทุน

กองทุนหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) แบบ Active ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเน้นลงทุนให้หุ้นเอเชียที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง และกระจายพอร์ตลงทุนแบบมืออาชีพ

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • เน้นลงทุนในหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และเป็นหุ้นที่ตลาดยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก โดยจะเลือกเข้าลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดมีความกังวล และหาโอกาสขายทำกำไรในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น
  • สร้างผลตอบแทนระยะยาวสอดคล้องไปกับการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย ด้วยการมองหาบริษัทที่มีรูปแบบธุรกิจยั่งยืน และมีงบดุลแข็งแกร่ง
  • ให้น้ำหนักสัดส่วนพอร์ตไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเงิน และสินค้าฟุ่มเฟือย ส่วนประเทศที่ลงทุนเป็นหลัก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 1.43% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1.73% ต่อปี

สัดส่วนหุ้น 5 อันดับแรก

  • TSMC 7.90%
  • Samsung Electronics 7.10 %
  • Tencent 5.70%
  • Housing Development Finance 4.20%
  • Alibaba 3.80%

Source: B-ASIARMF Fund Fact Sheet as of 31/07/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

B-IR-FOFRMF

นโยบายการลงทุน

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยและต่างประเทศ บริหารแบบ Active ที่เน้นลงทุนในหน่วย Property/ REITs/ หน่วย Infra โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เพื่อเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนทั้งปันผล และส่วนต่างราคา (Capital Gain) ที่ดีในระยะยาว

จุดเด่นและความน่าสนใจ

  • มีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนในประเภทเดียวกัน แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า (ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2020) ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของกองทุนสินทรัพย์ทางเลือก
  • อสังหาฯ ไทยและสิงคโปร์ ยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง แต่การที่กลับมาเปิดเมืองอย่างเต็มที่แล้ว จึงมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อจากนี้
  • ผู้จัดการกองทุนมีระบบและจุดชี้วัดที่ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่ชัดเจน

ลงทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม

  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee): ยกเว้น
  • ค่าใช้จ่ายกองทุน (Management Fee): 1% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายกองทุนรวม: 1.44% ต่อปี

สัดส่วนสินทรัพย์หลัก 5 อันดับแรก

  • CapitaLand Ascendas REIT 8.55%
  • FTREIT 7.49%
  • WHART 7.45%
  • CapitaLand Integrated Commercial Trust 6.40%
  • Mapletree Pan Asia Commercial Trust 4.69%

Source: B-IR-FOFRMF Fund Fact Sheet as of 31/07/2023

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิก

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/

เลือกลงทุนกองทุนประหยัดภาษีทั้ง SSF และ RMF จากหลากหลาย บลจ. บนแพลตฟอร์มการลงทุนที่เป็นกลาง ดูกองทุนแนะนำ คลิก https://finno.me/tax-saving-fund-ws

คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน| การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...