ไม่มีใครอยากให้เกิด! รพ.แจงแล้ว เคสแม่เจ็บหน้าอก หมอให้กลับบ้าน แต่สิ้นใจกลางทาง
ไม่มีใครอยากให้เกิด! รพ.แจงแล้ว เคสผู้ป่วยวัย 64 ปี เจ็บหน้าอกมารักษาที่รพ.หมอให้กลับบ้าน แต่ระหว่างทางอาการกำเริบต้องกลับไปรพ. สุดท้ายเสียชีวิต
กรณีลูกชายชาวจ.ชัยภูมิ ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ ติดใจการเสียชีวิตของแม่วัย 64 ปี หลังพาส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยอาการเจ็บหน้าอก รักษาอยู่ในห้องฉุกเฉิน ตั้งแต่เวลา 08.00-12.30 น. ก่อนรพ.แจ้งให้ญาติพาแม่กลับบ้าน ขณะนำตัวกลับยังไม่ทันถึงบ้าน เกิดอาการช็อกหมดสติ ต้องนำกลับไปที่รพ.อีกครั้ง สุดท้ายแม่เสียชีวิตบนรถ แพทย์ลงความเห็นการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ลูกชายจึงขอความเป็นธรรม ติดใจการรักษาของรพ. อยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อวันที่ 25 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.พ.สุภาพ สำราญวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ เดินทางไปที่บ้านงานศพของนางปราณี อายุ 64 ปี เพื่อพูดคุยกับลูกชายผู้เสียชีวิต ซึ่งทางลูกชาย วัย 29 ปี หลังพูดคุยกับผอ.รพ. ลูกชายของผู้ตายก็เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกันมากขึ้น และไม่ติดใจเอาความในครั้งนี้
แต่อยากขอให้ทางรพ.รับฟังปัญหาของญาติผู้เสียชีวิต และกลับไปปรับปรุงด้านการบริการรักษาของโรงพยาบาลให้มีคุณภาพมากขึ้น และไม่อยากให้เกิดปัญหากับประชาชนรายอื่นๆ ซ้ำรอยอีก อยากให้ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ขอให้แม่ตนเองเป็นรายสุดท้าย
นายแพทย์สุภาพ ออกแถลงการณ์ทางรพ.เพิ่มเติมด้วยว่า ขออนุญาตให้ข้อมูลกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต กรณีผู้ป่วยชื่อคุณครูปราณี อายุ 64 ปี ประวัติโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง ได้มารับบริการที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลด้วยอาการเหนื่อย เพลีย วิงเวียนศีรษะ ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2566 เวลา 08.15 น. โรงพยาบาลได้ทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจเลือดทั่วไป ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด รวมทั้งส่งตรวจเลือด เพื่อสืบค้นหาต่อภาวะหัวใจขาดเลือด พบว่า
ผลการตรวจทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทางโรงพยาบาลให้การรักษาโดยฉีดยาแก้เวียนศีรษะ และให้นอนสังเกตอาการ และเวลาประมาณ 12.00 น. แพทย์ตรวจเยี่ยมอาการ และพบว่าสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ดี อาการทุเลาลง จึงอนุญาตให้กลับบ้าน และให้ยาไปรับประทานต่อเนื่องที่บ้าน
และหลังจากวันเวลาประมาณ 12.35 น. ผู้ป่วยกลับมารักษาอีกครั้ง ด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์ได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย และขณะเดียวกันก็ส่งตรวจเลือดเพื่อสืบค้นต่อภาวะหัวใจขาดเลือดอีกครั้งหนึ่ง ผลพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา จึงยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ และญาติขอนำศพออกจาก รพ.ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไปในขณะนี้นั้น จากเหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนี้ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่งในครั้งนี้ด้วย