โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมศุลฯ ผลักดันตู้สินค้าบรรจุขยะอิเล็กทรอนิกส์-เศษเหล็กกว่า 100 ตู้ กลับปท.ต้นทาง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2561 เวลา 11.38 น.

ตามที่นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากรมีนโยบายด้านการควบคุมทางศุลกากรและปกป้องสังคมอย่างเคร่งครัดจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดเกี่ยวกับงานด้านพิธีการศุลกากรเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นป้องกันและปราบปรามสินค้าลักลอบ หลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อจำกัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้สั่งการให้ นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์รองอธิบดี และนายบุญมา สิริธรังศรีผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เข้ามากำกับดูแลอย่างเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกสินค้าประเภท ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และเศษโลหะ

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากรในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพได้มีการอายัดสินค้าประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 ตู้ซึ่งสำแดงบัญชีสินค้าสำหรับเรือเป็น Metal Scrapโดยประเทศต้นทางบรรทุกเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ผู้ประกอบการไม่มาดำเนินการผ่านพิธีการทางศุลกากรภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงได้ดำเนินการเปิดตู้สินค้าเพื่อตรวจสอบพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหม้อแปลงไฟฟ้าเก่าที่ใช้แล้ว ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายพ.ศ.2556 ตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ประเภท 5.2ซึ่งต้องมีใบอนุญาตในการนำเข้าตามอนุสัญญาบาเซลโดยการนำเข้าการเคลื่อนย้ายจะต้องดำเนินการขออนุญาตกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนการนำเข้า

สำหรับสถานการณ์การนำเข้าสินค้าประเภท เศษพลาสติกในเขตท่าเรือกรุงเทพ มีสินค้าที่สำแดงบัญชีสินค้าสำหรับเรือเป็นPlastic Scrap มาจากประเทศต้นทางต่าง ๆ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาญี่ปุ่น อังกฤษ สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน มีรายละเอียดของการดำเนินการดังนี้ 1.สินค้ามาถึงทำเนียบท่าเรือเกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย(30 วัน) กรณีแจ้งตัวแทนเรือ รอเพื่อให้มาดำเนินการผ่านพิธีการ(LIST A) จำนวน 47 ตู้

ส่วนกรณีแจ้งตัวแทนเรือแล้วไม่มาดำเนินการผ่านพิธีการ (LIST F)อยู่ในระหว่างการเปิดตู้ร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ กรมศุลกากรการท่าเรือกรุงเทพและตัวแทนเรือ จำนวน 42 ตู้ 2.สินค้าอยู่ในเขตทำเนียบท่าเรือ ซึ่งอยู่ในระหว่างระยะเวลา 30วันที่ผู้รับของตามบัญชีสินค้าสำหรับเรือจะดำเนินการผ่านพิธีการทางศุลกากร จำนวน 339 ตู้รวมการนำเข้าสินค้าประเภท เศษพลาสติก ในเขตท่าเรือกรุงเทพทั้งสิ้นจำนวน จำนวน 428 ตู้ ทั้งนี้ ในการนำเข้าเศษพลาสติกผู้ประกอบการจะต้องมีใบอนุญาตในการนำเข้าจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมการค้าต่างประเทศ

ในส่วนของการนำเข้าสินค้าประเภทเศษโลหะ เช่น เศษทองแดงเศษทองเหลือง เศษอลูมิเนียม เศษสแตนเลสที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขณะนำเข้าแต่เจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยจึงได้ดำเนินการอายัดตู้สินค้า รวมทั้งสิ้นจำนวน 40 ตู้ มีรายละเอียด ดังนี้

กรณีได้ดำเนินการเปิดตู้สินค้าร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วและอยู่ในระหว่างรอผลการตรวจสอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 11 ตู้สำหรับกรณีที่อยู่ระหว่างการอายัดและรอการตรวจสอบสินค้าร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีจำนวน 29 ตู้ ซึ่งการดำเนินการในกรณีของสินค้าประเภท ขยะอิเล็กทรอนิกส์เศษพลาสติก และเศษโลหะ ที่ไม่ตรงตามใบอนุญาต ผิดเงื่อนไข หรือไม่มีใบอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นกรมศุลกากรร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีนโยบายที่จะผลักดันตู้สินค้าบรรจุขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษโลหะกว่า 100 ตู้ กลับประเทศต้นทางโดยทันที

ทั้งนี้ กรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังคงยืนยันที่จะดำเนินการร่วมกันตามมาตรการ ดังนี้1.จัดทำฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม (Big Data) เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล และนำมาวิเคราะห์บริหารความเสี่ยง (Risk Management) 2.กรมศุลกากรจะนำระบบควบคุมทางศุลกากร โดยใช้ระบบเอกซ์เรย์ เข้ามาตรวจสอบตู้สินค้าทุกตู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะทำงานร่วมกันโดยจะทำการเปิดตรวจตู้สินค้าดังกล่าว

ซึ่งหากท่าหรือที่ที่มีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าเศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ในปริมาณมาก กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำ ณท่าหรือที่ดังกล่าว (Contact Person/Contact Point) อาทิสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง เป็นต้นเมื่อพบการกระทำความผิดจะทำการผลักดันสินค้าเศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกออกไปและให้ผู้นำเข้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4.ทำการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สำหรับบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในการนำเข้าเมื่อผ่านพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยของออกจากอารักขาของศุลกากรแล้วกรมศุลกากรจะทำการแจ้งไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ไปทำการตรวจสอบ ณ โรงงานต่อไป

5.ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมในประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการอุดช่องโหว่ ในการนำเข้านำส่ง นำผ่านไปยังปลายทางและกำหนดมาตรการเพิ่มโทษในกรณีที่มีการกระทำความผิด 6.กรณีบริษัททำกระทำความผิดทางกรมศุลกากรจะส่งข้อมูลให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อยกเลิกใบอนุญาตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...