โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทิม พิธา จากเด็กเกเร สู่การเป็นนักธุรกิจหนุ่มคนเก่ง – เรียนจบมหาลัยอันดับหนึ่งของโลก

Campus Star

เผยแพร่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 09.07 น.
รู้จักผู้ชายเก่งคนนี้ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในอดีตตอนเด็กเคยเป็นคนเกเร อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้ ลองไปอ่านประวัติของผู้ชายเก่งคนนี้กันค่ะ

อีกหนึ่งคนไทยที่มีความสามารถในด้านการศึกษา และการทำงานทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลาย ๆ คนอาจจะได้รู้จักเขาจากการเป็นสามีของ ต่าย ชุติมา (ต่าย Seasons Change ) แต่ในวงการธุรกิจรู้จักเขากันเป็นอย่างดี ด้วยความเก่งและความสามารถที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ไม่ธรรมดา เช่น สอบเข้าเรียนปริญญาโทมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกที่อเมริกาได้ถึง 2, กอบกู้ธุรกิจที่บ้านจากติดหนี้เป็นร้อยล้านให้กลับมาเฟื่องฟูภายใน 3 เดือน เห็นเก่งมีความสามารถขนาดนี้ ในอดีตตอนเด็ก ๆ เขาเองก็เคยเป็นคนเกเร ชอบชกต่อย สูบบุหรี่ เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ไม่เอาไหนมาก่อน อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้ ลองไปอ่านประวัติของผู้ชายเก่งคนนี้กันค่ะ

รู้จักผู้ชายเก่งคนนี้ ทิม พิธา

ลูกชายของอดีตที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์

ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกิดวันที่ 5 ก.ย. 2524 เป็นบุตรชายคนโตของ “พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับ “ลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์” น้องชายของทิมชื่อ “เทียน-ภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์”  ปัจจุบันทิมเป็นผู้บริหาร บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการสกัดน้ำมันจากรำข้าวของวงตระกูลตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ, เป็นกรรมการบริหาร บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย)  ทำได้ 2 ปี  ก็หันเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง ในบทบาท ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่

อดีตเด็กเกเร สู่นักธุรกิจหนุ่ม ดีกรีนักเรียนนอก

ในวัยเด็ก ทิมเคยเรียนชั้นประถมฯ ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แต่เนื่องด้วยเป็นเด็กที่ค่อนข้างดื้อและเกเร ครอบครัวจึงส่งเขาไปเรียนชั้นมัธยมที่นิวซีแลนด์ ในช่วงเวลานั้นเขาต้องดูแลตัวเอง ต้องเรียน และต้องทำงานพิเศษไปด้วย ทั้งเก็บสตรอว์เบอร์รี ส่งนม ปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ เรียกได้ว่าเป็นการฝึกวินัยให้เขาได้ดูแลตนเอง จากนั้นมาเขาได้กลับมาเข้าเรียนที่คณะบริหารธุรกิจ การเงินการธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง  อีกทั้งยังสอบเข้าเรียนปริญญาโทมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกที่อเมริกาได้ถึง 2 ที่ นั่นก็คือ การเมืองการปกครอง สาขาสภาวะผู้นำ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเรียนด้านการบริหารที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) แต่ระหว่างเรียนคุณพ่อของเขาได้เสียชีวิต ทำให้เขาต้องดร็อปเรียนก่อนแล้วกลับมาไทย เพื่อสานต่อธุรกิจของคุณพ่อ

ดรอปเรียนกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน เพียง 3 เดือน กลับมาเฟื่องฟู

ระหว่างที่ได้เข้าเรียนที่ ฮาร์วาร์ด และเอ็มไอที คุณพ่อของทิมได้เสียชีวิต จึงทำให้ทิมในฐานะลูกชายคนโตต้องดรอปเรียนชั่วคราว เพื่อกลับมาจัดการเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจของวงตระกูล บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ซึ่งในตอนนั้นมีปัญหาติดหนี้อยู่ 100 ล้านบาท  ตัวเขาเองเคยเผยต่อสื่อว่า เขาร้องไห้เสียใจอยู่เพียง 5 นาทีเท่านั้น!! เพราะในสถานการณ์ตอนนั้นเขาต้องคิดแล้วว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร พอตั้งสติได้เขาก็เริ่มลำดับความสำคัญของปัญหา และแก้ไขไปทีละจุด ซึ่งเขายึดหลักการทำงานที่แตกต่างจากคุณพ่อ กล่าวคือ หลักการทำงานของพ่อทิมคือ “Work for” คือทำงานเพื่อพ่อ ทำงานให้กับพ่อ แต่ของทิมเองจะใช้หลักการทำงานแบบ Work with คือทำงานร่วมกันกับทิม เพราะเขารู้ตัวเองดีในตอนนั้นด้วยวัย 25 ปี มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องรำข้าวน้อยมาก พนักงานบางคนในบริษัทมีอายุงานมากกว่าประสบการณ์ก็มากกว่า เขาจึงให้ความสำคัญกับคนก่อนอันดับแรก เขาคิดว่าเครื่องจักรจะดีแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีคนมาคอยคุมเครื่องจักรงานก็จะไม่เดิน ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ธุรกิจก็กลับมาตั้งตัวได้ สามารถทำให้สินค้าของบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด จากติดลบก็กลายเป็นธุรกิจที่มีรายได้หลักพันล้าน และภายในระยะเวลา 1 ปี ก็สามารถขึ้นเป็นบริษัทผลิตน้ำมันรำข้าวดิบรายใหญ่ของประเทศไทย เมื่อแก้ไขปัญหานี้ได้ เขาจึงกลับไปเรียนต่อจนจบ คว้าปริญญามาได้ถึงสองใบ และกลับมาไทยอีกครั้งในปี 2011

ประสบการณ์จากมหาลัยระดับโลก – การเกษตรและการเมือง

*ได้เรียนรู้โลกความจริงมากกว่าการเปิดตำราอ่าน *

นิวซีแลนด์

ทิมเผยว่า การที่ได้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เริ่มจากที่นิวซีแลนด์ ทำให้เขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิต การมีวินัยที่ดีขึ้น เรียนรู้การช่วยเหลือตัวเอง รู้วิธีบริหารเงิน และที่นิวซีแลนด์จากที่เคยได้ทำงานพิเศษ เก็บสตรอว์เบอรี่ และส่งนม ยังทำให้เขาสนใจในเรื่องด้านการเกษตรเ ขาได้เห็นว่านิวซีแลนด์พัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรให้ผลผลิตมีมูลค่าสูง อีกอย่างที่ได้มาคือเรื่องการเมือง เขาเริ่มสนใจเรื่องการเมืองเนื่องมาจากแม่บ้านที่นั่นชอบเปิดดูประชุมสภา  ทำให้เขาเองได้ดูไปด้วย

ฮาร์วาร์ด – Harvard University

ฮาร์วาร์ด สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นอันดับหนึ่งของโลกจากการที่ได้ไปเรียนที่นั่น ได้เห็นความแตกต่างจากที่ไทยคือ ในเรื่องคุณภาพการสอน และคุณภาพของนักศึกษา การไปเรียนที่นั่นเขาได้เรียนกับคนที่เป็นตัวจริงในแต่ละสาขา และครูผู้สอนจะทำตัวเป็นผู้ถาม จะมีการให้นักศึกษาได้เกิดการถกเถียงกัน และในคลาสเรียนมีนักศึกษาจากนานาชาติ เขาเองจึงได้เห็นความคิดที่แตกต่างกันมากมายหลากหลาย มากกว่าการเปิดตำราอ่าน

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์-MIT

เขาได้เปิดหูเปิดตา เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีที่การเกษตร ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ได้เริ่มมาทำธุรกิจเกี่ยวกับพวกเกษตรของที่บ้านอนู่แล้วด้วย จึงทำให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้ไปด้วย และทำให้เห็นว่าการเกษตรที่นู่นทุกอย่างเป็นตัวเลขหมด เป็นการเกษตรแบบแม่นยำ ไม่มีการเดา ทำให้ประหยัดน้ำ ประหยัดปุ๋ย ประหยัดต้นทุน และมองหลับมายังประเทศไทยซึ่งต่างกัน ต้นทุนถึงได้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และอีกหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาเรียนที่นี่คือได้เป็น 1 ใน 10 ของ นศ  MIT ที่ได้ดินเนอร์กับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีระดับโลกที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ซึ่งเป็นคนที่ทิมยกย่อง นอกจากนี้การเรียนที่นี่ยังเน้นการเรียนรู้โลกความจริงมากกว่าการเปิดตำราอ่าน ทุกคนสามารถแลกเปลี่ยนสนทนากับอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นได้ และยังมีโอกาสได้ร่วมสนทนาหรือรับฟังสาระที่มีประโยชน์จากบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทั้ง บารัก โอบามา, บิลล์ คลินตัน ฯล

เส้นทางการเมือง-พรรคอนาคตใหม่-อุดมการณ์ตรงกัน

สำหรับเรื่องการเมืองทิมสนใจมาตั้งแต่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว พอทำธุรกิจที่บ้านอยู่ตัว เขาก็ได้เข้าไปทำกรรมการบริหาร บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย)  ทำได้อยู่ 2 ปี ก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยตอบรับคำชวนของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในบทบาท ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เขาตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ หลังจากพูดคุยกับธนาธรไม่ถึง 1 ชั่วโมง เพราะมีความเห็นทางการเมืองและสังคมในหลายเรื่องตรงกัน และเขาเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่มีอุดมการณ์ตรงกับอุดมการณ์ส่วนตัวและมุ่งจะขับเคลื่อนนโยบายที่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

จากประสบการณ์จากภาคธุรกิจ การศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับโลก งานการเมือง และการทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ, ทีมงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ทีมงานรองนายกรัฐมนตรีกระทรวงพานิชย์, ร่วมงานกับองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนอีกหลายองค์กร กว่า 10 ปี,  เป็น Ambassador ในโครงการ He For She ขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ร่วมกับสถานทูตสวีเดนในประเทศไทย ทำให้ทิมตระหนักถึงปัญหาของประชาชน มีความเข้าใจการเมืองไทย การเมืองโลกเป็นอย่างดี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยกล่าวว่า พิธา คือ ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่มีนโยบายผลักดันเกษตรก้าวหน้า นำเทคโนโลยีเข้ามาลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปรับ-ปลด-ลด หนี้ให้เกษตรกร  นอกจากนี้ทิมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า อยากให้ประเทศไทยมีการทำการเกษตรแบบเพิ่มมูลค่า อยากนำความรู้ที่ได้มาจากผู้นำระดับโลกในช่วงที่เขาได้ไปเรียนมาพัฒนาประเทศ

ชีวิตส่วนตัว

ด้านชีวิตส่วนตัว ทิม สมรสแล้วกับนักแสดงสาว ต่าย ชุติมา นางเอกจากภาพยนตร์เรื่อง Seasons Change มีลูกสาวหนึ่งคน ปัจจุบันทิมและต่ายสถานะแยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่า ส่วนลูกสาวก็ช่วยกันดูแล โดยทั้งคู่มีข้อตกลงว่าจะผลัดกันเลี้ยงลูกคนละ 5 วัน

ข้อมูลจาก: หนังสือ อายุน้อย รวยพันล้าน  Young Billionaire, prachachat, mgronline

ภาพจาก:tim_pita

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...