โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัมภาษณ์พิเศษ“ตรังก้าวใหม่”คนตัวเล็กต้องมีที่ยืน”ภูผา ทองนอก”ท้าชนการเมืองผู้ขาดอบจ.ตรัง

77kaoded

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 01.49 น. • 77 ข่าวเด็ด

สนามเลือกตั้งนายกอบจ.ตรังสัปดาห์นี้ พบกับผู้สมัครอิสระ ผู้เสนอลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ นายกอบจ.เพียงตำแหน่งเดียว โดยไม่เสนอ ส.อบจ.ร่วมแข่งขันในเขตใดทั้งสิ้น เขาคือ ผู้สมัครหมายเลข 3 “ทนายตุ้ม-ภูผา ทองนอก” ที่ลงชิงชัยในนาม “กลุ่มตรังก้าวใหม่”
“ภูผา” เป็นทนายความหนุ่มชาวย่านตาขาว ตลอดเวลาที่ผ่านมาทำงานภาคประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านในเรื่องข้อกฎหมาย เป็นอดีตผู้ประสานงาน “พรรคอนาคตใหม่” ที่เคยฝากผลงานในฐานะพาผู้สมัครในนามพรรคอนาคตใหม่ ตรัง ได้เป็นส.ส. 1 ที่นั่ง ในระบบบัญชีรายชื่อ และหลังจากนั้นเมื่อ “พรรคอนาคตใหม่” ถูกยุบ เขาได้ออกตัวว่าไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับ “คณะก้าวหน้า” รวมทั้ง “พรรคก้าวไกล” อีกเลย จนมาถึงสนามเลือกตั้งอบจ.ในครั้งนี้ ที่เขาตัดสินใจลงแข่งขันด้วยตัวเองแบบเต็มตัว

ผู้สื่อข่าว ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ภูผา” ผู้มีแนวคิดการทำการเมืองแนวใหม่ ที่ควงเอาสมาชิกในทีม “ปองศักดิ์ ชอบทำกิจ” ว่าที่รองนายกอบจ. กับ “เชอรี่-ชนรดี ปิยภาณีกุล” ว่าที่เลขานุการนายกอบจ. มาร่วมสนทนาอย่างออกรส เมื่อได้ฟังแล้ว ทนายหนุ่มคนนี้ น่าจับตา

@มีการวางแผนหรือว่าตัดสินใจไว้นานแค่ไหนก่อนลงสนามครั้งนี้

เราเห็นการเมืองที่ผ่านมาของจังหวัดตรัง ยังพัฒนาจังหวัดตรังเราไม่ได้เต็มศักยภาพ สิ่งที่เราตัดสินใจลงสมัครในครั้งนี้เป้าหมายหลักก็คือ ต้องการสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง รูปแบบใหม่ ให้ทุกๆคนมีสิทธิ์ มีพื้นที่ และเปิดโอกาส ให้กับทุกๆคนที่มีความรู้ความสามารถ ในการเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายกเทศมนตรี นายกอบจ. และ ส.ส.ก็ตาม เราจะเห็นว่าเรื่องของการเมืองในสังคมไทยของสังคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะท้องถิ่น มักจะถูกผูกขาดอยู่กับกลุ่มทุนในจังหวัดเป็นหลัก แล้วก็ผูกขาดโดยกลุ่มตระกูลของนักการเมือง ที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองเป็นหลัก ส่วนคนที่ไม่มีทุน ไม่มีสายสัมพันธ์กับนักการเมือง หรือตระกูลนักการเมืองเราจะเห็นว่า จะมีน้อยมากที่จะเข้ามาเสนอตัวทำงานการเมือง
และวัฒนธรรมทางการเมืองโดยเฉพาะการหาเสียง ต้องใช้เงินจำนวนมาก แม้แต่อุปกรณ์การเลือกตั้ง รถแห่ ป้ายโปสเตอร์ การใช้คนเป็นผู้ช่วยผู้สมัคร ผู้ช่วยผู้หาเสียง ต้องใช้เงิน ขั้นต่ำแล้ว ถึง 2 ล้านบาท เหล่านี้มันจะผูกขาดอยู่เฉพาะกลุ่มคนที่มีฐานะทางสังคม กลุ่มคนรวย ลูกตาสีตาสาคนรับจ้าง คนที่มีความรู้ความสามารถหากไม่มีทุน ก็ไม่มีทาง

@นโยบายที่ทำได้จริงของกลุ่ม “ตรังก้าวหน้า” คืออะไร

นโยบายนั้นเราได้ประกาศไปแล้ว แต่หัวใจคือเรามองเห็นสภาพปัญหาของจังหวัดตรัง ใน 25 ปีที่ผ่านมา คือการกินรวบ สจ. ผมขอยกตัวอย่างตรัง มีสจ. 30 เขต ที่ผ่านมาเป็นทีมไหน ทั้งหมดล้วนสังกัดทีมผู้บริหารแค่ทีมทีมเดียว ฉะนั้น สจ.ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลตั้งกระทู้ถามปัญหา นำปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่มา บรรจุแผนงบประมาณ แผนการพัฒนา ถ้าเขาไม่ถูกแยกออกเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของฝ่ายสภาได้ เขาจะไปถ่วงดุลตรวจสอบหรือไปสร้างสรรค์โครงการใดๆได้

@แต่คนเข้าใจว่า สจ. กับฝ่ายบริหาร คือทีมเดียวกันมาตลอด

คือความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะถ้าสจ.ลงสมัครทีม แบบทีมเดียวกับทีมบริหารแล้ว ตรงนี้คือการกินรวบ ที่ผ่านมาเราเข้าใจผิดกันมาตลอดว่า มาสมัครเป็นทีมได้ แต่จริงๆจะมาเป็นทีมได้ แต่การเป็นทีมก็คือทีมสจ.ไม่มีผู้บริหารอยู่ด้วย สจ. 30 คนคือหนึ่งทีม และผู้บริหารอีก 1 ทีม ไม่ใช่เอาทีมสจ.มาอยู่ทีมเดียวกับผู้บริหาร มันต้องแยกออกกัน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุล ถ้าตรังเรายังไม่สามารถที่จะยุติสิ่งเหล่านี้ได้ เหมือนเป็นประตูบานแรก ถ้าเราเปิดไม่ได้ โอกาสจะไปคิดทำหรือพัฒนาด้านอื่นจะยากมาก วันนี้มันเป็นการรวมกันเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เป็นการเมืองแบบเก่าที่ใช้สจ.เป็นหัวคะแนน
“วันนี้ถ้าผมในนามของ “ตรังก้าวใหม่” ได้เข้าไป เราต้องล้างระบบเส้นสายเพื่อให้มีความเท่าเทียมกัน และสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง ต้องโปร่งใสเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อบจ.ต้องกลับคืนมาเป็นของประชาชน การลงพื้นที่หาเสียงของเรา เราทำการเมืองแบบมีทุนน้อยมากๆ ไม่มีการจัดเวทีปราศรัย เราทำการเมืองแบบแนวร่วม การเมืองแบบนี้เป็นการเมืองของทุกคน ต่างจากการทำการเมืองแบบหัวคะแนนที่ต้องมีเงินอย่างน้อย 20 ล้าน วัฒนธรรมการเมืองใหม่ คือ ต้องลดต้นทุน อย่าให้ผูกขาดอยู่เฉพาะกลุ่มทุน การเมืองแบบมีหัวคะแนนต่อไปจะเป็นการเมืองล้าหลัง ผมไม่ได้มีธุรกิจ ผมไม่มีเครือข่ายใดๆ เป็นลูกคนธรรมดา เป็นแค่ทนายความเล็กๆอยู่ในจังหวัดตรัง ต่อไปในอนาคต ผมจะสร้างวัฒนธรรม ให้ใครๆก็ลงสมัครได้”
………

ชนรดี ปิยาณีกุล

@การศึกษาเท่าเทียม

“เชอรี่-ชนรดี ปิยภาณีกุล” ว่าที่เลขานุการนายกอบจ.ตรังกลุ่มตรังก้าวใหม่
ตั้งแต่ “เชอรี่” กลับมาอยู่บ้านที่ตรัง มีโอกาสได้สอนเด็กนักเรียนในเขตอ.ปะเหลียน โดยช่วยหาครูฝรั่งมาสอนนักเรียนในเขตอ.ปะเหลียนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีครูอาสาชาวต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก สอนให้ฟรี ที่ทำแบบนี้เพราะได้พบกับครูฝรั่งที่อยู่ในตัวเมืองแล้วเห็นความเหลื่อมล้ำ ทำไมโรงเรียนเทศบาลในตัวเมือง เด็กได้เรียนกับครูชาวต่างชาติ มีงบประมาณในการจ้างครูชาวต่างชาติ แต่อีก 9 อำเภอที่เหลือ เด็กกลับไม่มีโอกาสได้เจอครูภาษาอังกฤษเจ้าของภาษา “ตรังก้าวใหม่” จะทำตรงนี้ โดยรวบรวมเครือข่ายครูต่างชาติมาสอนโรงเรียนในแต่ละอำเภอ
เด็กทุกคนมีความสามารถเฉพาะตัวเยอะมาก แต่เขาไม่มีโอกาส ถ้าเราสร้างโอกาสตรงนี้ เด็กจะค้นพบตัวเอง มีโอกาสได้ต่อยอดได้เร็วกว่าปกติ ปัจจุบันเด็กไทยไม่รู้ว่าไปโรงเรียนเพื่ออะไร เราโดนเรียนตามบนกระดาน แต่เมื่อไหร่ที่เรามีทรัพยากรบุคคลเข้าไปสอนเด็กในเรื่องที่เขาถนัด จะทำให้เขาต่อยอดและนำความรู้ มาพัฒนาเมืองตรังของเราได้
……..

@ท่องเที่ยว-ทางรอด

“ปองศักดิ์ ชอบธรรมกิจ” ว่าที่รองนายกอบจ.กลุ่มตรังก้าวหน้า
การท่องเที่ยวเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นรายได้หลักของประเทศ ตรังมี ชายหาดยาว 119 กิโลเมตร แล้วยังมีภูเขา มีน้ำตก มีทรัพยากรมากมาย มีเกาะ 46 เกาะ ถ้าได้รับการบริหารจัดการที่ดี สร้างองค์ความรู้ มีการบริหารจัดการที่ดี มีผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ ก็สามารถทำให้ GDP ของจังหวัดเพิ่มขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็ทราบอยู่ 25 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเราอยู่กับที่ หรือถดถอย เราเสียโอกาส ภูเก็ตมีรายได้การท่องเที่ยวปี 1 เป็นแสนล้านบาท กระบี่เกือบแสนล้าน สตูลเกือบจะนำหน้าเรา และตอนนี้พัทลุงนำหน้าเราไปแล้ว ขณะที่ตรังมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีหนึ่งแค่ 9 พันกว่าล้าน เหตุปัจจัยเหล่านี้ใช่ว่าคนตรังจะไม่ทราบ
อย่างหาดปากเมงมีปัญหาเรื่องการถือครองที่ดิน ที่คาบเกี่ยว 3 หน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยาน และอบจ. ที่กำลังฟ้องร้องกัน กลายเป็นว่านักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าตัดสินใจมาลงทุน เราต้องไม่อนุรักษ์ไว้ให้มีแต่ป่า ขณะที่คนกำลังอดตาย นั่นคือการท่องเที่ยวที่ต้องอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม
…….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...