โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด้านมืด "ญี่ปุ่น" กับสังคมสูงวัย จากบ้านเป็นคุก "เรือนจำคือสวรรค์"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ต.ค. 2561 เวลา 11.44 น.
ภาพจาก : www.bloomberg.com

เบื้องหน้าของ “ญี่ปุ่น” ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นโมเดลให้กับหลาย ๆ ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” แต่เบื้องหลังกลับประสบปัญหาเรื่องน่าเศร้าของกลุ่มคนสูงวัยที่เห็นว่า “เรือนจำคือดินแดนสวรรค์”

งานวิจัยของ “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม” (WEF) วิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาผู้สูงวัยในญี่ปุ่นที่พยายามเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ซึ่งประสบปัญหานี้มานานหลายปีก่อน โดยในรายงานพูดเชื่อมโยงไปถึงนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ที่แม้ว่าจะให้ความสำคัญกับมาตรการความมั่นคงทางสังคมมากขึ้น

โดยเฉพาะสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้สูงอายุสำหรับช่วงบั้นปลายชีวิต ทว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระให้กับผู้สูงอายุได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ญี่ปุ่น” กลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกมานาน ปัจจุบันราว 27.3% ของประชากรมีอายุมากกว่า 65 ปี และสิ่งที่กำลังเป็นปัญหามากที่สุดตอนนี้ก็คือ การก่อคดีอาชญากรรมของผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่มากขึ้น

รายงานยังระบุถึง “บ้านพักคนชรา” ในญี่ปุ่นว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไม่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุ ยิ่งกลุ่มคนชราบางคนที่พึ่งเงินบำนาญของรัฐจะมีตัวเลือกที่น้อยมาก โดยสามารถเลือกอยู่บ้านพักคนชรา “เกรดล่าง” เท่านั้น

ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต่างจากชีวิตในคุก แถมสิ่งแวดล้อมไม่จูงใจให้เข้าอยู่ ห้องพักแคบ พื้นที่สันทนาการขนาดเล็ก โดยที่เงินบำนาญเกือบทั้งหมดต้องใช้ไปกับการจ่ายให้บ้านพักคนชรา

ผู้สูงอายุกว่า 6 ล้านคนในญี่ปุ่นไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว ไม่มีรายได้ ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีครอบครัวแต่ถูกทิ้งอยู่บ้านเพียงลำพังมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าตัวจากปี 2015 ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ผู้สูงวัยญี่ปุ่นพยายามก่อเหตุเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ และส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุคดีเล็ก ๆ โดยจากสถิติที่เจ้าหน้าที่เรือนจำเปิดเผยคือ กว่า 1 ใน 5 ของผู้หญิงที่ถูกแจ้งความและจับกุมเป็นเหล่าคุณยายที่มีอายุมากกว่า 65 ปี อีกทั้ง 9 ใน 10 คนถูกจับในข้อหาคดีลักทรัพย์ เช่น ขโมยข้าว เสื้อผ้าราคาถูก และผลไม้ อีกทั้งยังเคยติดคุกมามากกว่า 2 ครั้ง

ผลการศึกษาของ WEF โดยอ้างข้อมูลบางส่วนจากหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า กว่า 50% ของกลุ่มผู้สูงอายุในเรือนจำไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีรายได้ ขณะที่ราว 40% ของผู้ต้องหาวัยชรากลับมองว่าสังคมข้างนอกน่ากลัวกว่าในเรือนจำ บ้านไม่ใช่บ้านตามที่คาดหวัง รวมถึงไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเครือญาติ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาวัย 67 ปี เปิดใจว่า “ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะไม่ได้เจอลูกหลานมานานกว่า 10 ปีแล้ว”

“ยูมิ มุรานะกะ” หัวหน้าเรือนจำหญิงอิวะกุนิ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาวัยชราบางคนอาจจะมีบ้าน มีครอบครัว แต่มันไม่ได้หมายถึงสถานที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นบ้าน เรือนจำกำลังกลายเป็นบ้านพักคนชรา เพราะเรือนจำในญี่ปุ่นได้รับการสนับสนุนที่ดีมากจากรัฐบาลและเอกชน พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันกว่าบ้านพักคนชราบางแห่งที่เป็นของรัฐ

ขณะที่นักโทษหญิงวัย 78 ปีรายหนึ่ง กล่าวว่า “หลังจากที่สามีเสียชีวิตและไม่มีลูก เงินบำนาญจากรัฐบาลเริ่มไม่เพียงพอ แม้แต่เนื้อวัวในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ซื้อไม่ได้เพราะมีราคาแพง จึงตัดสินใจขโมยของเพื่อให้ได้เข้ามาในเรือนจำและหาเพื่อนจากที่นี่”

ความน่าสนใจของรายงานนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคมญี่ปุ่น แต่ทีมวิเคราะห์ยังได้พูดถึงพฤติกรรมของชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปมาก วัฒนธรรมครอบครัวที่เคยเข้มแข็งกำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอันเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณที่ภาครัฐต้องจัดสรรเพื่อใช้ไปกับการดูแลนักโทษวัยชราสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งสูงขึ้นถึง 80% เทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนและคาดว่างบประมาณดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากเรือนจำหลาย ๆ แห่งทั่วประเทศกำลังปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ต้องขัง รวมถึงปรับปรุงให้รองรับการผู้ต้องขังสูงวัยมากขึ้น เช่น ลดขั้นบันได โดยเปลี่ยนเป็นพื้นลาดแทน, ซื้อรถเข็นเพิ่มความสะดวก จากเดิมที่นักโทษนอนบนฟูกตาตามิก็เปลี่ยนเป็นเตียงแทน เพื่อความคล่องตัวในการลุกนั่ง และการเพิ่มปุ่มกดฉุกเฉินเหมือนในโรงพยาบาล เป็นต้น

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลอาเบะพยายามเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือบ้านพักคนชรามากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเรือนจำในญี่ปุ่นล้นในอนาคต ซึ่งก็หมายถึงค่าใช้จ่ายของภาครัฐที่ต้องสูงขึ้นแบบที่ไม่ควรจะเป็น

ขณะที่ศาสตราจารย์โคอิชิ ฮะไม จากมหาวิทยาลัยริวโกกุของญี่ปุ่น มองว่าปัญหาดังกล่าวในสังคมญี่ปุ่นไม่เพียงเป็นเรื่องของความไม่พร้อมในสวัสดิการต่าง ๆ ของภาครัฐ แต่ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาค่าครองชีพและรายได้ที่ไม่สมดุลกันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...