โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาการน้ำเดินก่อนกำหนด ภาวะเสี่ยงที่แม่ท้องต้องรู้

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2563 เวลา 05.30 น. • Motherhood.co.th Blog

อาการน้ำเดินก่อนกำหนด ภาวะเสี่ยงที่แม่ท้องต้องรู้

มีสิ่งมากมายสารพัดที่คนเป็นแม่ย่อมกังวลเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ วันนี้ Motherhood จะพาไปรู้จักกับ "อาการน้ำเดินก่อนกำหนด" ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งภาวะเสี่ยงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนควรทราบเอาไว้ เพื่อหาหนทางป้องกันและลดความเสี่ยงลง เชิญติดตามได้ในบทความเลยค่ะ

น้ำเดินคืออะไร?

อาการน้ำเดิน ปกติแล้วจะเกิดขึ้นได้เมื่อเข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอด แต่หากมีน้ำเดินก่อนการเจ็บครรภ์คลอด จะถือว่าคุณแม่ตั้งครรภ์กำลังอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยง ปัญหาภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อย และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์

มันคือการที่น้ำคร่ำจะไหลออกมาก่อนกำหนดคลอด

ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดคืออะไร?

ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด ทางการแพทย์เรียกว่า PROM (Premature rupture of membranes) หมายถึง ภาวะที่ถุงน้ำคร่ำรั่วหรือแตกเองก่อนมีการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นขณะอายุครรภ์ครบกำหนดตั้งแต่ 37 สัปดาห์ (Term PROM) หรือ ก่อนอายุครรภ์ครบกำหนด 37 สัปดาห์ (Preterm PROM) ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดมักพบในช่วงอายุครรภ์ครบกำหนดประมาณ 10% และก่อนอายุครรภ์ครบกำหนดประมาณ 3% ของการคลอดบุตรทั้งหมด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของอาการน้ำเดินก่อนกำหนด

แม้ว่าสาเหตุของการเกิดภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดจะยังไม่เป็นเข้าใจได้โดยชัดเจนนัก เพราะในหลายราย อาจไม่พบสาเหตุที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ประวัติน้ำเดินก่อนกำหนดในครรภ์ก่อน โดยเฉพาะก่อนอายุครรภ์ครบกำหนด
  • การติดเชื้อในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ปากมดลูก ช่องคลอด และปากช่องคลอด ซึ่งพบว่าเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดจะสร้างสาร Phospholipase ซึ่งเป็นเอนไซม์อย่างหนึ่งที่กระตุ้นการสร้างสาร Prostaglandins ซึ่งจะมีผลกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกตามมา และตัวเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเข้าไปสู่บริเวณปากมดลูกและถุงน้ำคร่ำก็จะกระตุ้นให้มีการสร้าง Inflammatory mediators หลายชนิดขึ้นมา จึงทำให้เกิดการแตกของถุงน้ำคร่ำขึ้นในที่สุด
  • ภาวะเลือดออกทางช่องคลอด เช่น ในรายที่คุณแม่มีประวัติเลือดออกในไตรมาสแรก โดยเฉพาะถ้ามีเลือดออกบ่อย ๆ และในหลาย ๆ ช่วงของการตั้งครรภ์มากกว่าหนึ่งไตรมาส
  • การสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงสูง 2-4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

และยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ ตั้งครรภ์แฝด ภาวะน้ำคร่ำมาก เนื้องอกมดลูก มีประวัติผ่าตัดปากมดลูก ตรวจพบปากมดลูกสั้น ประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด โลหิตจาง และตรวจพบความพิการของทารกในครรภ์

ผลกระทบต่อแม่และทารกในครรภ์

ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดนั้น สิ่งที่แพทย์กังวลมากที่สุดก็คือเรื่องของการติดเชื้อของคุณแม่ ซึ่งจะเกิดจากการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก การอักเสบนี้จะสัมพันธ์กับระยะเวลาตั้งแต่น้ำเดินจนถึงระยะคลอด โดยเฉพาะถ้าภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดเกิดก่อนอายุครรภ์ครบกำหนด นอกจากทารกจะเสี่ยงต่อภาวะการติดเชื้อที่รุนแรงและภาวะทุพพลภาพด้านพัฒนาการในระยะยาวแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากการคลอดก่อนกำหนด เช่น ภาวะหายใจยากลำบากที่มีสาเหตุจากปอดพัฒนาไม่สมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า RDS (Respiratory distress syndrome) รวมถึงทารกอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลให้การทำงานของหัวใจและปอดของทารกผิดปกติอีกด้วย

ต้องระวังการติดเชื้อ เพราะส่งผลต่อทั้งแม่และลูก

การวินิจฉัยและการรักษา

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติว่าคนไข้มีอาการน้ำไหลออกจากช่องคลอดก่อนเข้าสู่ระยะคลอดบ้างหรือไม่ จากนั้นก็ทำการตรวจร่างกายเพื่อดูน้ำที่ไหลออกจากช่องคลอด โดยแพทย์จะให้คนไข้ออกแรงไอหรือเบ่ง เพื่อจะได้เห็นว่ามีน้ำไหลออกจากปากมดลูกหรือไม่ ปกติแล้วแพทย์จะไม่ใช้วิธีตรวจภายในเพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น จากนั้นก็จะส่งน้ำจากช่องคลอดให้ตรวจในแล็บต่อไป หรืออาจจะใช้การตรวจอัลตราซาวด์ร่วมด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย

ถ้าแพทย์ตรวจพบแล้วว่ามีภาวะน้ำเดินก่อนกำหนดซึ่งเป็นภาวะครรภ์เสี่ยงแล้ว แพทย์ก็จะให้คนไข้แอดมิทจนกว่าจะคลอด ส่วนแนวทางการดูแลรักษาก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องอายุครรภ์ การติดเชื้อของคุณแม่ตั้งครรภ์ อาการเจ็บครรภ์ ท่าทางและการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ การเปิดของปากมดลูก โดยจะพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อกำหนดแนวทางในการรักษาอีกครั้งหนึ่ง

การดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก ทุกสิ่งที่คุณแม่ทำในช่วงตั้งครรภ์ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อทารกน้อยในครรภ์ทั้งสิ้น แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ตนเองตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ดังนั้น นอกจากจะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดีแล้ว คุณแม่ต้องไปตรวจครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ หากเกิดความผิดปกติอะไร จะได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและทันท่วงทีค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...