พิธา ชี้แจ้งภาพเยาวชนถูกจับกุม ที่ถูกนำไปขยายต่อว่า จงใจบิดเบือนเหตุการณ์
พิธา ชี้แจง ภาพเยาวชนถูกจับกุมที่ถูกนำไปขยายต่อว่าจงใจบิดเบือนเหตุการณ์ ชี้ ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ ขอเรียกร้องให้ รัฐบาลและ กอร.ฉ.ในฐานะผู้รับผิดชอบจะต้องไม่ปล่อยให้เกิดความชุลมุนสับสนขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในเวลานี้
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงเรื่องภาพเยาวชนถูกจับกุมที่ถูกนำไปขยายต่อว่าจงใจบิดเบือนเหตุการณ์ หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมและการจับกุมประชาชนที่แยกปทุมวัน เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 ผมและเพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกล เดินทางออกจากพื้นที่ชุมนุมต่อไปยัง บก.ตชด.ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์และขอยื่นประกันตัวผู้ที่ถูกจับกุมในชั้นสอบสวน ในระหว่างนั้นผมได้รับแจ้งอย่างต่อเนื่องเข้ามาว่ามีการควบคุมตัวประชาชนไว้จำนวนมากและทีมงานที่อยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ให้ข้อมูลตรงกันว่าจะมีการนำตัวบุคคลที่คุมตัวมาที่นี่อีกเป็นร้อยคน และเมื่อไปถึง ได้เห็นมีการจัดวางเก้าอี้เตรียมไว้จำนวนมาก ซึ่งในวันอื่นๆ ไม่มีการจัดเตรียมสถานที่รองรับคนจำนวนมากขนาดนั้น แต่เมื่อผมได้ปักหลักอยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ตลอดทั้งคืนพบว่าผู้ที่ถูกควบคุมมี 14 คน โดย 1 คน เป็นนักข่าวประชาไท, 2 คน คือที่ถูกตั้งข้อหา ม.110 จากคดีก่อนหน้านี้ ได้แก่ นายบุญเกื้อหนุน ฟรานซิส และนายเอกชัย หงส์กังวาน เช่นเดียวกับ ฟอร์ด ทัดเทพ เรืองประไพกิจเสรี และเจมส์ ที่มีคดีเหตุการณ์อื่นแต่มาถูกจับกุมในคืนนี้ ส่วนที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการสลายการชุมนุมในพื้นที่แยกปทุมวันมี 11 คน ซึ่งในเวลานั้นยังมีครอบครัวหรือเพื่อนผู้ชุมนุมหลายคนแจ้งมายังทีมงานพรรคก้าวไกลอย่างต่อเนื่องว่ายังไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้อยู่ในที่ควบคุมตัว บก.ตชด.ภาค 1 นั่นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเรา ในฐานะผู้แทนราษฎรที่จะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่า ส่วนต่างของจำนวนและบุคคลจำนวนมากในช่วงนั้นหายไปไหน ถือเป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่ต้องเรียกร้องความโปร่งใสจาก กอร.ฉ ให้ออกมาเปิดเผยชื่อ จำนวน สถานที่ รายละเอียดต่างๆ ให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ได้มีการนำการสัมภาษณ์ของผมในช่วงเวลานั้นไปโจมตีว่า ผมได้แสดงภาพจากเหตุการณ์ในประเทศอื่นมาบิดเบือนสถานการณ์ ซึ่งหากใครติดตามการให้สัมภาษณ์สดของผมช่วงดึกวันนั้น จะทราบดีว่า ผมไม่ใช่ผู้ถือโทรศัพท์เพื่อแสดงรูปดังกล่าว รวมถึงผมไม่ได้สวมเสื้อสีฟ้าในคืนนั้น แต่เป็นช่วงที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ โดยข้างๆ มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่กำลังตามหาลูกศิษย์ด้วยความห่วงและยังไม่พบใน บก.ตชด.ภาค 1 โดยเขาได้สื่อสารข้อมูลของเขาออกมา ว่าได้ข่าวว่าลูกศิษย์ของเขาถูกจับตัวมาที่นี่
หากยังจำกันได้ดีว่าในคืนนั้น ไม่ว่าผม อาจารย์ท่านนี้ ครอบครัว และประชาชนคนไทยทั่วประเทศต่างไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีใครที่ถูกควบคุมตัวบ้าง จำนวนเท่าไร และถูกนำไปที่ไหน เป็นเวลาที่พวกเราค่อนข้างสับสนต่อความชัดเจนของข้อมูลต่างๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการความชัดเจนอย่างทันท่วงที เพื่อความโปร่งใส เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนในระหว่างการใช้อำนาจแบบไม่ปกติตามกฎหมายพิเศษ ซึ่งต่อมาในเรื่องนี้เราเพิ่งได้รับคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ว่า มีการจับกุมคนเป็นร้อยคนจริง แต่ได้ใช้วิธีการอบรมและปล่อยตัวไปทั้งหมดแล้ว
สำหรับการออกมาชี้แจงของผมครัังนี้ คือ อยากจะให้สื่อบางสำนักเสนอข่าวอย่างเข้าใจสถานการณ์และตรงไปตรงมาไม่บิดเบือน อีกทั้งยังเห็นว่าการให้ข้อมูลข่าวสารของ กอร.ฉ. ยังมีจุดบกพร่องที่นำไปสู่การความสับสนและสร้างความวิตกกังวลต่อบุคคลใกล้ชิดได้ ผมจึงอยากจะเรียกร้องต่อการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐโดยด่วน ดังนี้
1.ขอเรียกร้องเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ของการดำเนินการต่างๆของตำรวจ ในที่นี้หมายถึงการที่ตำรวจต้องรายงานชัดเจนว่าปฏิบัติการอะไร จับใคร เวลาไหน อย่างไร ฯลฯ เพื่อไม่ให้มีข่าวลือข่าวลวงเช่นนี้
2. ขอเรียกร้องให้ทางภาครัฐจัดให้มีศูนย์ประสานงานเพื่อ ผู้ปกครองหรือญาติ สามารถติดตามตรวจสอบว่าลูกหลานถูกควบคุมตัวด้วยหรือไม่
3. หลังจากที่ถูกจับกุมแล้ว เจ้าหน้าที่ควรประกาศรายชื่อนามสกุล รูปถ่าย และสถานที่ที่ถูกควบคุมตัวไว้นั้น อย่างรวดเร็ว
4. ขอเรียกร้องให้ผู้ต้องถูกจับมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองต่างๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ว่าจะเป็น
- 1. )สิทธิที่จะไม่ถูกจับกุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- 2. )สิทธิที่จะได้รับแจ้งให้ทราบว่าถ้อยคำที่ผู้ต้องหากล่าวนั้นอาจเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาได้
- 3. )สิทธิที่จะไม่ตอบคำถามของเจ้าพนักงานสอบสวนเว้นแต่คำถามที่ถามชื่อหรือที่อยู่ของบุคคลนั้นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือตอบคำถามที่เป็นผลเสียแก่ตนเอง หรือให้การในชั้นสอบสวน
- 4. )สิทธิที่จะได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม
- 5. )สิทธิพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายความสองต่อสอง
- 6. )สิทธิที่จะให้ทนายความหรือคนที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำของตนได้
- 7. )สิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
- 8.) สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ทรมาน หรือใช้วิธีหลอกลวงให้รับสารภาพ
- 9. )สิทธิที่จะได้รับการพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย
- 10. )สิทธิในการขอประกันต้องได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วกรณีไม่ได้ประกันต้องได้รับแจ้งเหตุผลให้ทราบโดยเร็ว
ข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้ รัฐบาลและ กอร.ฉ.ในฐานะผู้รับผิดชอบจะต้องไม่ปล่อยให้เกิดความชุลมุนสับสนขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในเวลานี้
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ทิม พิธา