โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นอนดึก ตื่นสาย จะตายเร็วจริงหรือไม่ ?

Thaiware

อัพเดต 09 ต.ค. 2563 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2563 เวลา 14.00 น. • kankann
นอนดึก ตื่นสาย จะตายเร็วจริงหรือไม่ ? จากการศึกษาวิจัยพบการนอนดึก และตื่นสายบ่อยๆ ทำให้นาฬิการ่างกายทำงานผิดปกติซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย และอาจร้ายแรงถึงชีวิต

นอนดึก ตื่นสาย จะตายเร็วจริงหรือไม่ ?

จำได้มั้ยว่าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สดชื่น และร่าเริงครั้งสุดท้ายตอนไหน แล้วเริ่ม นอนดึก ตื่นสาย และเกลียดเสียงนาฬิกาปลุกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้หรือเปล่าว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพความเป็นอยู่ ซึ่งสำหรับหลายคนมักจะนอนไม่หลับในเวลากลางคืน และไม่อยากตื่นในตอนเช้า หรือวันหยุดก็อยากจะนอนตื่นสายๆ บ้าง

แล้วทุกคนเคยได้ยินประโยคที่บอกว่านอนดึกตื่นสายจะตายเร็วหรือเปล่า คิดว่าประโยคนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นแค่ประโยคที่ใช้หลอกเด็กให้นอนเร็วขึ้น 

นอนดึก ตื่นสาย จะตายเร็วจริงหรือไม่ ?

ภาพจาก https://us-fbcloud.net/wb/data/792/792742-img-1406688766-1.jpg

แค่ นอนดึก ตื่นสาย ทำไมต้องตายเร็ว?

จากการศึกษาวิจัยของนักวิจัยจาก University of Surrey และ Northwestern University เกี่ยวกับการนอนดึกตื่นสาย ซึ่งก่อนหน้านี้มุ่งเน้นไปที่อัตราการเผาผลาญของร่างกาย โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ศึกษาวิจัยไปถึงความเสี่ยงในการเสียชีวิต

โดยใช้การตรวจสอบความเชื่อมโยง ระหว่างความชอบตามธรรมชาติของแต่ละบุคคลที่มีต่อตอนเช้าหรือตอนเย็น และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากการสอบถามผู้เข้าร่วมจำนวน 433,268 คน อายุระหว่าง 38 ถึง 73 ปี ใช้เวลาถึง 6 ปีครึ่ง ติดตามการเสียชีวิตในกลุ่มตัวอย่าง และพบว่า 50,000 คน มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิต และยังพบว่าหลายคนมีปัญหาด้านสุขภาพที่หลากหลาย เช่น โรคเบาหวาน, โรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า และโรคทางระบบประสาท

Kristen Knutson ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาจาก Northwestern University Feinberg School of Medicine กล่าวไว้ว่า "คนที่ตื่นสายอาจจะมีนาฬิการ่างกายในที่ไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกของพวกเขา หรือเป็นเพราะความเครียดทางจิตใจ การรับประทานอาหารในเวลาที่ไม่ถูกต้องต่อร่างกาย การออกกำลังกายไม่เพียงพอ นอนหลับไม่เพียงพอ และอาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์"

แต่ทั้งนี้ นักวิจัยยังหาเหตุผลที่แน่ชัดไม่ได้ว่าเหตุใด คนที่นอนดีกตื่นสายถึงมีปัญหาสุขภาพมากขึ้น แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าการนอนดึกทำให้มีโอกาสดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดมากขึ้น สำหรับบางคนการตื่นนอน ตอนที่คนอื่นหลับอาจทำให้รู้สึกเหงา และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจส่งผลเกี่ยวข้องกับนาฬิการ่างกายของเราด้วย

เมื่อนาฬิการ่างกายพัง ระบบในร่างกายก็จะได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ ระบบการย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน ระดับฮอร์โมนในร่างกาย รวมทั้งรบกวนการทำงานของ Circadian ที่มีผลต่อวงจรการตื่นนอน การปล่อยฮอร์โมนพฤติกรรมการกิน และการย่อยอาหาร อุณหภูมิของร่างกาย และการทำงานของร่างกายที่สำคัญอื่นๆ

นาฬิการ่างกายที่ทำงานเร็ว หรือช้ากว่าปกติ อาจส่งผลให้จังหวะ Circadian หยุดชะงักหรือผิดปกติ จังหวะที่ไม่สม่ำเสมอเชื่อมโยงกับภาวะสุขภาพเรื้อรังต่างๆ เช่น ความผิดปกติของการนอนหลับ, โรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคซึมเศร้า, โรคอารมณ์สองขั้ว 

เนื่องจากนาฬิการ่างกายเชื่อมโยงกับฮอร์โมนที่เรียกว่า เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งช่วยให้ร่างกายหลับสนิท แสงและความมืดส่งผลต่อการสร้างเมลาโทนินของร่างกาย เมลาโทนินส่วนใหญ่ทำงานในเวลากลางคืน ในระหว่างวันแสงจะส่งผลให้ร่างกายสร้างเมลาโทนินน้อยลง หากคุณทำงานกลางคืนในแสงไฟร่างกายอาจสร้างเมลาโทนินน้อยกว่าที่ต้องการ

เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยต่อมเล็กๆ ในสมองเพื่อช่วยให้ร่างกายควบคุมวงจรการนอนหลับ และตื่นตามธรรมชาติ

นาฬิการ่างกาย (Body Clock) เกี่ยวกับการ นอนดึก ตื่นสาย

เนื้อเยื่อ และอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย จะทำงานตามนาฬิการ่างกาย ที่เรียกว่าช่วยให้กระบวนการของร่างกายดำเนินไปตามกำหนดเวลา และจังหวะ Circadian ซึ่งทำงานเป็นวัฏจักร 24 ชั่วโมง ที่ควบคุมเวลาของกระบวนการต่างๆ เช่น การกิน, การนอน และอุณหภูมิร่างกาย 

จังหวะ Circadian เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจิตใจ และพฤติกรรมที่เป็นไปตามวัฏจักรประจำวัน ซึ่งจะตอบสนองต่อแสง และความมืดเป็นหลัก ในสภาพแวดล้อมของสิ่งมีชีวิต การนอนตอนกลางคืน และตื่นในตอนเช้า เป็นตัวอย่างของจังหวะ Circadian ที่เกี่ยวข้องกับแสง 

นอนดึก ตื่นสาย จะตายเร็วจริงหรือไม่ ?


ภาพจาก https://cdn.vortala.com/childsites/uploads/1346/files/Circadian-Rythm.jpg

นาฬิกาของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากมายตามวัย นาฬิกาของเด็กแรกเกิดกระตุ้นให้พวกเขานอนประมาณ 16 ถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงอายุ 1 ถึง 4 ขวบ ความต้องการการนอนหลับจะลดลงเหลือประมาณ 11 ถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่นต้องการการนอนหลับประมาณ 9 ถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ใหญ่ทั่วไปจะรู้สึกสบายตัวด้วยการนอนหลับ 7 ถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน ผู้สูงอายุที่อายุเกิน 65 ปีอาจต้องการการนอนหลับนานถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน

รีเซ็ตนาฬิการ่างกายอย่างไรดี ?

เข้านอน และตื่นในเวลาเดิมทุกวัน

พยายามเข้านอน และตื่นในเวลาเดียวกันทุกวันถึงแม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม จะทำให้ร่างกายเคยชินกับกิจวัตรประจำวัน แต่ในช่วงแรกควรจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเวลาเข้านอนทีละนิด จนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องการนอน หากพยายามปรับเยอะๆ ในครั้งเดียว อาจต้องนอนอยู่เฉยๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมงด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเพราะนอนไม่หลับ ค่อยๆ ตั้งเวลาเข้านอนเร็วขึ้นทีละ 15 นาที จนกว่าจะถึงเวลาเข้านอนที่ต้องการ วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายชินกับตารางเวลาใหม่ที่สร้างขึ้น

งดใช้แสง

แสงไฟ หรือแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะปล่อยแสงสีฟ้า ซึ่งรบกวนจังหวะการเต้นของหัวใจ และทำอันตรายต่อดวงตา รวมทั้งรบกวนการนอนหลับ แสงสีฟ้ายังสั่งให้สมองของคุณหยุดสร้างเมลาโทนิน ควรหรี่ไฟลง หรืองดใช้แสง เพื่อให้สมองผลิตเมลาโทนินตามที่ควร และฟังเพลงผ่อนคลายในช่วงเย็นแทนที่จะเปิดรับแสงสีฟ้าที่จะรบกวนการนอนหลับ

สัมผัสกับแสงแดดตอนเช้า

ใช้แสงแดดจากธรรมชาติเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง ให้ดวงตาสัมผัสกับแสงแดดทันทีหลังตื่นนอน เปิดผ้าม่านหรือดึงผ้าม่านขึ้นจนสุด ไปเดินเล่นกลางแจ้ง แสงแดดจะกระตุ้นการทำงานของยีนบางตัวที่มีผลต่อการทำงานของโมเลกุลของนาฬิการ่างกาย การเปิดรับแสงให้มากที่สุด จะปิดการผลิตเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมความง่วงนอน 

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับและช่วยให้คุณนอนหลับได้นานขึ้น การทำกิจกรรมแอโรบิคเพียง 10 นาทีต่อวัน ก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความเหนื่อยล้าจึงหลับได้ง่ายขึ้น

เวลาอาหาร

รับประทานอาหารเวลาปกติในระหว่างวัน จะอยู่ในช่วงที่ดีต่อสุขภาพ เมื่อเทียบกับการที่เรารับประทานอาหารในช่วงเวลาที่ไม่ปกติ ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพที่ดี ซึ่งรวมถึงการรับประทานอาหารในเวลาเดียวกันของทุกวันด้วย

งดกินกลางคืน

การรับประทานอาหารตอนดึกอาจรบกวนการนอนหลับ หากเป็นโรคกรดไหลย้อน การรับประทานอาหารใกล้เวลานอนมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการเสียดท้องในเวลากลางคืน และควรงดคาเฟอีนในช่วงบ่าย, เย็น และก่อนนอนด้วย

งดแอลกอฮอล์ และสารเสพติด

การดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดจะเปลี่ยนแปลงยีนนาฬิการ่างกาย ซึ่งยีนนี้มีผลต่อวิธีที่เราจัดการกับความเครียดทางร่างกาย, อารมณ์ และจิตใจ ควรพบแพทย์หากต้องการความช่วยเหลือในการจัดการกับความเครียด หรือมีปัญหาในการดื่มแอลกอฮอล์และใช้สารเสพติด

ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

บางครั้งจังหวะ Circadian อาจผิดปกติจนต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ จึงควรพบแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ซึ่งแพทย์อาจให้บำบัดด้วยแสงจ้า เพื่อพยายามรีเซ็ตนาฬิการ่างกายนอกจากนี้ยังอาจแนะนำให้ใช้เมลาโทนิน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...