โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หากกินกล้วยตอนท้องว่าง อันตรายจริงหรือ?

JS100 - Post&Share

อัพเดต 27 ต.ค. 2563 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 08.52 น. • JS100:จส.100
หากกินกล้วยตอนท้องว่าง อันตรายจริงหรือ?

            คุณเคยได้ยินไหม? กับความเชื่อที่ว่า “ห้ามกินกล้วยตอนท้องว่างไม่อย่างนั้นจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้” ทำเอาหลายคนไม่กล้าหยิบกินตอนหิวเลยเชียว ซึ่งเรื่องนี้จริงหรือไม่เชื่อว่าคงจะมีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยและต้องการคำตอบ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของกระเพาะอาหาร รวมถึงไขข้อสงสัยหากกินกล้วยตอนท้องว่าง อันตรายจริงหรือ? เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

            ท้องว่างเกิดน้ำย่อยสภาวะกรด
            ต้องบอกก่อนว่ากระเพาะอาหารของเราเป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งซึ่งเป็นโปรตีน ขณะท้องว่างน้ำย่อยบางส่วนจะหลั่งออกมากระเพาะจึงมีสภาวะเป็นกรดจึงไม่ควรกินอาหารที่เป็นกรด หรือผลไม้ที่มีเอนไซม์ย่อยโปรตีน เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคือง และเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

            หากกินกล้วยตอนท้องว่าง อันตรายจริงหรือ?
            การรับประทานกล้วยตอนท้องว่างหลายๆ คนเกรงว่าจะเกิดอันตรายนั้นบอกตรงนี้เลยว่า “ไม่จริง”  โดยกล้วยจะประกอบไปด้วยใยอาหาร และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งไม่มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนดังนั้น เราจึงสามารถกินได้แม้จะท้องว่างอยู่ ซึ่งกล้วยดิบจะใช้กับโรคกระเพาะอาหาร ส่วนกล้วยสุกจะใช้บรรเทาอาการท้องผูก

            กล้วยยังคงเป็นผลไม้ที่สามารถกินได้แม้จะท้องว่างอยู่ก็ตาม ไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ซึ่งหลังจากนี้ใครหิวจัดๆ ก็หันไปแล้วเจอกล้วยก็อย่ากลัว รีบหยิบมากินให้อิ่มท้องซะ ได้ประโยชน์จัดเต็มเหมือนเดิม

 

ข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...