โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความดีทำง่าย แค่ตั้งใจก็ทำได้เลย: 110 ปีกับภารกิจช่วยเหลือสังคมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

The MATTER

อัพเดต 02 ส.ค. 2564 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2564 เวลา 23.30 น. • Branded Content

ตั้งแต่จำความได้ ชื่อของ ‘ป่อเต็กตึ๊ง’ ก็อยู่ในการรับรู้มาโดยตลอด นอกจากหมอ-พยาบาล และตำรวจแล้ว พวกเขาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่คนไทยจะนึกถึงทันทีเวลาเกิดอุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย หรือเผชิญกับความเดือดร้อน

จากวันแรกจนถึงปัจจุบัน การทำความดีอย่างทุ่มเทมาตลอด 110 ปี ทำให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับความไว้วางใจจากสังคม ในขณะเดียวกันระยะเวลาที่ยาวนานก็มีเรื่องราวความเป็นมาที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อ 900 ปีก่อน สมัยราชวงศ์ซ่ง มีปัญญาชนตระกูลลิ้มผู้เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ ณ มณฑลเจี้ยกกัง (เจ้อเจียง) แต่รับราชการไม่นานก็สละตำแหน่งแล้วออกมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า ‘ไต้ฮงโจวซือ’ หรือ ‘ไต้ฮงกง’ หรือในภาษาไทยเรียกกันว่า ‘หลวงปู่ไต้ฮง’

หลวงปู่ไต้ฮงจำพรรษาอยู่ในวัดที่เก่าแก่ทรุดโทรม จึงพยายามบูรณะปฏิสังขรณ์วัด พร้อมกับพัฒนาท้องถิ่นรอบๆ วัด ช่วงหนึ่งเกิดโรคระบาดจนทำให้ผู้คนล้มตายมากมาย ภารกิจหนึ่งของหลวงปู่ไต้ฮงที่สำคัญต่อจังหวัดแต้จิ๋วอย่างยิ่งในช่วงนั้นคือ การชักชวนสานุศิษย์ให้ร่วมกันสร้างศาลาสำหรับให้ประชาชนเจริญจิตภาวนา ปัดเป่าภยันตรายต่างๆ และใช้สำหรับแจกจ่ายยารักษาโรค อีกทั้งยังชวนสานุศิษย์ออกเก็บศพ เรี่ยไรเงินเพื่อทำโลงศพให้ผู้ยากไร้ก่อนนำไปฝังด้วยความเต็มใจ ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก คนในชุมชนจึงเกิดความศรัทธาและเลื่อมใสต่อหลวงปู่ไต้ฮงอย่างสุดจิตสุดใจ

อีกภารกิจหนึ่งคือการเป็นศูนย์กลางรวบรวมเงินทองจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อนำมาสร้างสะพานหินข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากซึ่งเคยพรากชีวิตคนในชุมชนไปนักต่อนัก สะพานนี้สร้างขึ้นเป็นผลสำเร็จ ปลอดภัย ทั้งที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะสร้างได้จริง

ทั้งสองภารกิจนี้จึงทำให้ชื่อของหลวงปู่ไต้ฮงเลื่องลือ และได้รับการเทิดทูนยกย่องจากชาวจีนทั้งแผ่นดิน เมื่อหลวงปู่ไต้ฮงมรณภาพ ชาวเมืองจึงสร้างกุศลศาลาอนุสรณ์ชื่อว่า ‘ป่อเต็กตึ๊ง’ มีความหมายในภาษาไทยว่า ‘คุณานุสรณ์’ หรือ อนุสรณ์แด่ผู้มีคุณความดี

ด้วยความที่ชื่อเสียงของหลวงปู่ไต้ฮงแผ่ขจรขจายไปทั่ว จึงมีผู้ศรัทธาในตัวท่านเป็นจำนวนมาก โดยต่างก็นำชื่อนี้ไปสร้างกุศลสถานทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันมีอนุสรณ์ป่อเต็กตึ๊งไม่น้อยกว่าห้าร้อยแห่ง ก่อนที่ชาวจีนโพ้นทะเลจะนำพลังศรัทธาอันแรงกล้านั้นสู่ผืนแผ่นดินไทยเมื่อ พ.ศ. 2439 ด้วยการอัญเชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงมาประดิษฐานที่ร้านกระจก ย่านวัดเลียบ ต่อมาได้ย้ายไปประดิษฐาน ณ สุสานวัดดอนกุศล (สุสานเก่าของมูลนิธิฯ) ซึ่งปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

และล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ‘ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่’ ซึ่งเป็นศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งที่ 2 โดยจะประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของมูลนิธิฯ ด้านกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมเพื่อสังคม ส่วนสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสำหรับ ‘ฝากฝังศพไร้ญาติ’ ในปัจจุบันจะตั้งอยู่ที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

ถัดจากนั้นในปี 2452 แรงศรัทธาของผู้คนก็เพิ่มมากขึ้นจึงมีการรวบรวมเงินและจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างศาลาประดิษฐานถาวร ณ ถนนพลับพลาไชย ข้างวัดคณิกาผล กรุงเทพมหานคร ก่อนจะสร้างอาคารป่อเต็กตึ๊งในปี 2452-2453

ภาพจำหนึ่งที่คนไทยมีต่อป่อเต็กตึ๊งคือภารกิจรับส่งผู้บาดเจ็บ และการช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตคืนสู่ญาติเพื่อดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป แต่จริงๆ แล้วป่อเต็กตึ๊งมีภารกิจอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน เรียกว่าครอบคลุมทั้งวงจรชีวิต ดังสโลแกน ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต
วันที่ 21 มกราคม 2480 มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซียงตึ๊ง จดทะเบียนเป็นมูลนิธิ และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลำดับที่ 11 และพัฒนาจนเป็นองค์กรการกุศลขนาดใหญ่ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ เอื้ออำนวยประโยชน์สุข แก่เพื่อนมนุษย์ ผู้ตกทุกข์ได้ยากจากภัยพิบัติ จนครบวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกทั้งกำหนดวัตถุประสงค์ดำเนินงานทั้งหมด 6 ข้อ ได้แก่

หนึ่ง—ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ
สอง—ช่วยเหลือจัดการศพทั่วไป และจัดตั้งสุสาน
สาม—จัดตั้งโรงพยาบาลใช้ชื่อว่า ‘โรงพยาบาลหัวเฉียว’ รักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป่วยทุกสาขาโรค
สี่—จัดตั้งโรงเรียนและสถานศึกษา (มหาวิทยาลัย)
ห้า—ส่งเสริมและบำรุงกิจกรรมด้านศาสนา วรรณกรรม ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์
หก—บำเพ็ญการกุศลโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ มอบอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาล บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง สิ่งของอุปโภคบริโภคอื่นๆ รวมถึงการมอบทุนการศึกษาและมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ

อย่างที่เห็นในวัตถุประสงค์ดำเนินงานของมูลนิธิในข้อที่สามและสี่ ในเวลาต่อมามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงสร้างโรงพยาบาลหัวเฉียวซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ทันสมัยได้มาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นศูนย์ฟอกไตเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อรองรับผู้เจ็บไข้ได้ป่วย

พร้อมกันนั้นยังสร้างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยมีคณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยออกรับใช้สังคม อีกทั้งยังก่อตั้งคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวที่นำศาสตร์การแพทย์แบบจีน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เจ็บไข้ได้ป่วย และปัจจุบันได้จัดตั้งหัวเฉียวศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรจีนแบบครบวงจร อาคารคลังยาศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อีกด้วย

ทั้งสามเครือข่ายนี้ทำให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสามารถทำภารกิจช่วยเหลือสังคมได้อย่างต่อเนื่องและครบวงจร ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของมูลนิธิที่ว่า ‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’

หากย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยหลวงปู่ไต้ฮง หรือดูการทำงานตลอด 110 ปีของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เราจะพบว่าความดีนั้นไม่ได้ยากเกินกำลังมนุษย์คนหนึ่งจะลงมือทำ แค่เพียงความช่วยเหลือที่แบ่งปันกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ก็เพียงพอแล้ว ลองคิดดูว่าถ้าทุกคนมอบความปรารถนาดีให้กัน โลกจะสวยงามขึ้นแค่ไหน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงอยากชวนทุกคนทำความดีและส่งต่อพลังนี้สู่สังคม ด้วยการเขียนความดีบันทึกผ่านเว็บไซต์ https://www.ต้นไม้แห่งความดี.com/ เพื่อยืนยันกับทุกคนในสังคมว่า ใครๆ ก็ทำดีได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนมากมาย แค่มีสติและเจตนาที่ดีเพียงเท่านี้โลกก็คงงดงามกว่าเดิม

เพราะความดีทำง่าย แค่ตั้งใจก็ทำได้เลย
Content by Teeraphat Janejai  
Illustration by Phitsacha Thanawanichnam

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...