โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เวิร์คฟอร์มโฮม แจ้งเกิด “เซียนหุ้น” หน้าใหม่ แห่เปิดพอร์ต 1.1 ล้านบัญชี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2564 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2564 เวลา 03.14 น.

ล็อกดาวน์-เวิร์คฟอร์มโฮม (Work from Home : WFH) แจ้งเกิดนักลงทุนหน้าใหม่ เผย 6 เดือนแรกปีนี้ยอดเปิดพอร์ตใหม่ 1.15 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบเท่าตัว ตลาดหลักทรัพย์ฯชี้สอดคล้องเทรนด์ทั่วโลกจาก 3 ปัจจัย “ภาวะดอกเบี้ยต่ำ-WFH-นักลงทุนวิ่งหาผลตอบแทน” เอเซีย พลัส เผยค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังแค่ปีละ 2.4 แสนบัญชี ส่วน ดร.นิเวศน์ชี้เงินทั่วโลกล้น ตลาดหุ้นผลตอบแทนดีสุด

เปิดบัญชีหุ้นใหม่ทะลุ 1 ล้าน

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 64) พบว่ามียอดเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่อยู่ที่ 1,156,290 บัญชี เพิ่มขึ้น 188.04% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดเปิดบัญชีใหม่แค่ 401,439 บัญชี ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นทั้งหมด 4,670,287 บัญชี

ทั้งนี้เทรนด์เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่เป็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดทั่วโลก มาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1.ภาวะดอกเบี้ยต่ำทำให้คนสนใจสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่ดีขึ้น 2.การทำงานที่บ้าน (Work from Home : WFH)  หนุนให้คนมีความคุ้นชินกับการใช้ดิจิทัลมากขึ้น

อาทิ เรียนออนไลน์, หาข้อมูลออนไลน์, ช็อปปิ้งออนไลน์ และทำให้การเปิดบัญชีหุ้นทำได้ง่ายขึ้น 3.บริษัทจดทะเบียนมีการกระจายหุ้นให้กับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก เช่น บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ซึ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นทำให้มีการเปิดบัญชีหุ้นใหม่เพิ่มขึ้น

นายศรพลกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ไม่แนะนำให้นักลงทุนเปิดเพื่อมาเล่นแค่ระยะสั้น แต่อยากให้มีความรู้และศึกษาข้อมูลหุ้นให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน และจุดแข็งที่ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ คือการกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนมีมาตรฐานในการเปิดเผยข้อมูลวงกว้าง และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาก

รายย่อยพยุงตลาดหุ้นไทย

นายศรพลกล่าวว่า นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 63 ที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 16 โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 64 การซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นสัดส่วน 47.18% ของมูลค่าการซื้อขายรวม เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากต้นปี’64 ที่อยู่ระดับ 40% ต้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนหลักที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันอยู่ที่ 37.71% และสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนสถาบัน 6.38% และสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายของบัญชีหลักทรัพย์ 8.73%

โดยปีนี้นักลงทุนต่างชาติ “ขายสุทธิ”หุ้นไทยไปแล้ว 77,817 ล้านบาท เป็นการขายหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่นักลงทุนรายย่อยมีสถานะซื้อสุทธิกว่า 111,276 ล้านบาท

ก่อนโควิดเปิดแค่ 2 แสนบัญชี

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ถ้าย้อนไปดูช่วงปี 2563 ยอดเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ทั้งระบบขยับสูงขึ้นอยู่ที่ 7.47 แสนบัญชี เทียบกับปี 2562 มีการเปิดบัญชีใหม่ 3.33 แสนบัญชี และช่วง 10 ปีก่อนหน้า(ปี 2552-2563) ค่าเฉลี่ยเปิดพอร์ตหุ้นแค่ประมาณ 2.4 แสนบัญชีต่อปีเท่านั้น

แต่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ายอดเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นของนักลงทุนรายใหม่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.03 ล้านบัญชี ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 231% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ 3.12 แสนบัญชี เนื่องจากช่วงนี้เงินฝากในระบบสูงเป็นประวัติการณ์ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูง (search for yield)

นายอนิรุตน์ โลหะวรรณรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ของบริษัทยังมีจำนวนที่สูง แต่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่มีการจองซื้อหุ้นไอพีโอ โดยปีนี้มีจำนวนลูกค้าเปิดบัญชีใหม่แล้วมากกว่า 1 แสนราย คิดเป็นค่าเฉลี่ย 17,000 บัญชีต่อเดือน

“เงินล้น” วิ่งหาผลตอบแทน

ด้าน ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นคุณค่า (value investor : VI) กล่าวว่า ยอดเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ที่สูงขึ้นนั้น สะท้อนถึงเม็ดเงินทั่วโลกรวมถึงไทยล้นระบบ และไม่มีช่องทางลงทุนอะไรที่ดี ในช่วงการระบาดของโควิด-19 มาตรการล็อกดาวน์ทำให้คนต้องอยู่บ้าน มีเวลา ไม่ค่อยได้ทำงาน จึงนำเงินออกมาลงทุนในตลาดหุ้นและคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งถือเป็นเทรนด์ทั่วโลก แม้กระทั่งตลาดหุ้นเวียดนามที่ล้าหลังกว่าตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก แต่จำนวนนักลงทุนหน้าใหม่ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก

“บัญชีดิจิทัล” พุ่ง 150%

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (สิ้นเดือน มิ.ย. 64) พบว่ายอดเปิดบัญชีผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมอยู่ที่ 1,177,937 บัญชี เพิ่มขึ้น 708,807 บัญชี หรือประมาณ 151.09% นับจากเดือน ม.ค. 64 ที่มียอดเปิดบัญชี 469,130 บัญชี

ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของยอดเปิดบัญชีของผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการแสวงหาผลตอบแทนในการลงทุน เมื่อมีสินทรัพย์ทางการเงินที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงเกิดขึ้น จึงมักจะสนใจเข้าไปลงทุน เช่น คริปโทเคอร์เรนซี

ประกอบกับการเปิดบัญชีซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าในอดีต ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้มีจำนวนผู้ซื้อขายให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงโซเชียลมีเดียที่เป็นแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการโพสต์เกี่ยวกับผลตอบแทนก็เป็นตัวเร่งให้มีการเข้ามาซื้อขายกันมากขึ้นและโดยส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...