โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือนสายเพียว รู้หรือไม่ กินเหล้ากี่ช็อตอันตรายถึงตาย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง!

Khaosod

อัพเดต 27 ก.ย 2562 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2562 เวลา 10.56 น.

เตือนสายเพียว รู้หรือไม่ กินเหล้ากี่ช็อตอันตรายถึงตาย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง!

จากคดี ลันลาเบล เสียชีวิตหลังเข้าร่วมงานปาร์ตี้ โดยพบว่า ลักษณะการดื่มเป็นการดื่มแบบช็อต และ ดื่มแบบเพียวๆ กระดกจากขวด ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับแอลกอฮอล์จำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้พริตตี้ลันลาเบล เสียชีวิต โดยตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ในกระแสเลือด

เพจดัง Drama-addict ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากๆ อย่างรวดเร็ว และ เตือนอันตรายในเรื่องดังกล่าว ซึ่งพบว่า การดื่มเหล้าปริมาณสูงอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้เกิดอันตรายอย่างไร

โดยระบุว่า “การกินในลักษณะนี้ มันอันตรายกว่าที่คิด รู้ไหมว่า กินแบบนี้กี่ชอทถึงเสี่ยงตาย

ตอบ : 13 ชอทเท่านั้น!!!

คือ ปกติโดสที่ทำให้ถึงชีวิตของแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 5-8 กรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโล สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป แอลกอฮอล์ ประมาณ 300 กรัม ก็เพียงพอที่จะทำให้คนๆนั้นถึงแก่ชีวิตได้แล้ว (อาจมีบวกลบได้ตามสภาพร่างกาย น้ำหนักตัว สุขภาพตับของแต่ละคน ) ดังนั้น พอเอามาคำนวน การกินเหล้าแบบแรงๆ แบบเป็นชอทๆ แค่สิบสามชอทก็ตายได้แล้ว ยิ่งซดเข้าไปในระยะเวลาสั้นๆนี่ยิ่งเสี่ยงตายเข้าไปใหญ่”

อย่างไรก็ตาม พบว่า โดยปกติแล้ว ตับจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการขจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และภาวะสุราเป็นพิษเกิดขึ้นจากการดื่มสุราในปริมาณสูงจนเริ่มรบกวนระบบการทำงานของร่างกาย
ส่งผลกระทบต่อ
ระบบทางเดินหายใจ
อัตราการเต้นของหัวใจ
ระบบขย้อนเพื่อป้องกันอาการสำลักน้ำและอาหาร
แน่นอนที่ภาวะสุราเป็นพิษอาจส่งผลร้ายแรงทำให้ผู้ดื่มหมดสติและเสียชีวิตได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...