โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมคนเราต้องรู้จัก “ช่างแ_ร่ง” เอาไว้บ้าง

LINE TODAY ORIGINAL

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 18.17 น. • เพื่อนตุ้ม

หมายเหตุ บทความนี้มีคำไม่สุภาพ 

ลึก ๆ เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าแบกก็หนัก ปล่อยก็เบา แต่คนเราก็มักชอบถือ ชอบแบกสิ่งที่เป็นมลพิษกับตัวเองไว้เสมอ แทนที่จะปล่อย จะวางให้มันเบาลง โล่งขึ้น

หนึ่งในวิธีปล่อยที่ดูเหมือนง่าย แต่ทำยากก็คือการช่างแม่ง..เจอเรื่องอะไรที่รู้อยู่แล้วว่ามันต้องทุกข์ใจ ต้องมีปัญหา ก็ช่างหัวมันไป โนสน โนแคร์กับอะไรที่มันทำร้ายจิตใจตัวเอง แค่นี้ก็ช่วยเยียวยาจิตใจตัวเองได้มากโขแล้ว

แต่บอกก่อนว่าการ “ช่างแม่ง” “ช่างหัวมัน” “ช่างมันเหอะ” ไม่ใช่การไม่รู้สึกรู้สา ไม่คิด ไม่ทำ ไม่นำพา

ไม่ใช่การช่างแม่ง ไม่ต้องทำงานก็ได้วะ !

ไม่ใช่การช่างหัวกฎระเบียบ กฎเกณฑ์มันไปเหอะ ช่างแม่ง !

ไม่ใช่การช่างมันเหอะ ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบก็ได้วะ !

แบบนี้ไม่ใช่คอนเซปต์ของการช่างแม่งที่ถูกต้อง

การช่างแม่งคือการยอมรับปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นว่ามันก็เป็นอย่างนั้น เราทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว มันอยู่เหนือการควบคุมของเราแล้ว จากนั้นก็เดินหน้าต่อในแบบที่เราสบายใจ

แต่น่าแปลกที่ยิ่งโตมา ก็ยิ่ง ‘ช่างแม่ง’ ได้น้อยลง เพราะคนเรามักใช้ชีวิตด้วยการไปสนใจสิ่งรอบข้างมากเกินไป ทั้งที่บางทีก็ไม่จำเป็นและไม่ควรต้องสนใจกับเรื่องพวกนี้เลย โดยเฉพาะเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน ที่เราไปให้ความสำคัญกับมันจนกลายเป็นความเคยชินแบบไม่รู้ตัว ก็เลยปล่อยความคิดให้ช่างมันกับเรื่องต่าง ๆ ได้น้อยลงทุกที สุดท้ายก็พอปล่อยอะไรไม่ได้สักอย่าง ตัวเราเองก็เจ็บปวด เป็นทุกข์โดยที่ไม่จำเป็นเลย

“ช่างแม่ง” ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

การช่างแม่ง..มันไม่ง่าย ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เราจะหยุดคิดแล้วช่างหัวมันได้ทันที หลักใหญ่ใจความของการ "ช่างหัวมัน" ก็คือการปล่อยวางนั่นแหละ แต่การที่เราจะทำเป็นไม่สนใจกับอะไรสักอย่างที่มันทำร้ายจิตใจ ต้องถือว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูงเลยทีเดียว

คนที่สามารถช่างหัวมันได้ในทุก ๆ เรื่องไม่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญ น่าจะต้องถูกยกย่องว่าเป็นคนไม่ธรรมดาเลย เพราะคนส่วนใหญ่มักจะวางเรื่องอะไรแบบนี้ไปไม่ได้ ชอบเก็บมาคิด มาใส่ใจ จนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ แต่คนที่ช่างมันได้จะต้องมีความเข้าใจในสัจธรรม มองเห็นทุกอย่างตามที่เป็นจริงได้เท่านั้น รู้ว่าทุกสิ่งล้วนเป็นมายา ความทุกข์ยาก เรื่องกังวลใจต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญเป็นเพียงฉากละครที่เปลี่ยนแปลงไป

เราต่างหากที่ไป “อิน” กับมันจนปล่อยวางหรือช่างหัวมันไม่ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องไปยึดมั่นถือมั่นกับเรื่องอะไรเหล่านี้เลย ปล่อยไปบ้าง ช่างหัวมันไปบ้าง ก็ทำให้ตัวเองหลุดพ้นและมีความสุขขึ้น เมื่อช่างมันได้ ความโหดร้าย ความทุกข์ต่าง ๆ ก็สลายไป เพราะเราไม่ได้เอามาแบกไว้

ดังนั้นการ “ช่างมัน” “ช่างแม่ง” จึงเป็นวิทยาศาสตร์แห่งการทำใจ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด และเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว เรามีหน้าที่ต้องยอมรับมันก็เท่านั้น

ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะ “ช่าง” ได้

แต่ละคนมีบรรทัดฐานของการช่างแม่งที่ต่างกัน บางคนโอเคกับเรื่องหนึ่ง แต่กับอีกเรื่องก็ไม่ เพราะฉะนั้นการช่างจึงเป็นเรื่องปัจเจกที่เอามาวัดหรือเทียบกันไม่ได้

แล้วอะไรที่ควรช่าง และอะไรที่ไม่ควรช่าง..

หลักการง่าย ๆ คือต้องรู้ก่อนว่าอะไรสำคัญ และอะไรไม่สำคัญสำหรับเรา อย่าคิดว่าทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตสำคัญเหมือนกันหมด มันเป็นไปไม่ได้ !

คนเราควรมีลำดับความสำคัญของทุกอย่างในชีวิต ควรให้ความหมายเฉพาะกับสิ่งที่มีความหมายเท่านั้น และควรจำกัดสิ่งที่คิดว่าสำคัญให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

เพราะฉะนั้นจงตระหนักเฉพาะสิ่งที่สำคัญและมีความหมาย นอกเหนือจากนั้นถ้ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็ช่างแม่งมันไปเหอะ

แต่ก็มีบางเรื่อง บางอย่างที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน และเราทุกคนควรช่างแม่งกับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้เพื่อไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยกับจิตใจตัวเอง เช่น

คนรอบข้างที่เป็นมลพิษ คบไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ช่างแม่งเหอะ ปล่อยเค้าไป

อะไรที่มันอยู่เหนือการควบคุม ก็ช่างหัวมันเหอะ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด

ฝนตก รถติด อย่าได้เอามาหงุดหงิดใจ ช่างได้ก็ช่างมันเถอะ

ฯลฯ

ตัวอย่างพวกนี้คือเรื่องที่ทุกคนควรช่างแม่งไปให้หมด เอามาคิดก็ทำให้เป็นมลพิษในใจโดยใช่เหตุ ช่าง ๆ มันไป ดีที่สุด !

และต่อไปนี้..เวลาเจออะไรที่มันไม่ได้สลักสำคัญกับชีวิตเราเลย คิดไปก็ปวดหัว ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ก็ช่างแม่ง ! ไปบ้างก็ได้นะ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...