โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

12 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 11.02 น. • Motherhood.co.th Blog

12 วิธีแก้อาการแพ้ท้อง ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการแพ้ท้องหรือยังคะคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย มาติดตาม "วิธีแก้อาการแพ้ท้อง" จากผู้เชี่ยวชาญและบรรดาคุณแม่ผู้มากด้วยประสบการณ์กันดีกว่าค่ะ การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่ของคุณจะได้ง่ายขึ้นไปอีกนิดนึง

ตามที่ดร.มาจอรี กรีนฟิลด์ แพทย์สูตินรีเวชวิทยาได้บอกเอาไว้ว่า ประมาณร้อยละ 70 ของผู้หญิงมีอาการคลื่นไส้ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ และประมาณร้อยละ 50 พบอาการอาเจียน มันเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก แต่อาการของมันก็มีความแตกต่างหลากหลาย ผู้หญิงจำนวนมากมีอาการแพ้ท้องตลอดวัน บางคนมีอาการเป็นส่วนใหญ่ในตอนเย็น และผู้หญิงคนอื่น ๆ จะมีอาการถ้าพวกเขาไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอ และอาการแพ้ท้องสามารถเริ่มได้เร็วที่สุดในช่วงหกสัปดาห์ของการตั้งครรภ์ และมีแนวโน้มที่อาการจะปรากฏสูงสุดประมาณสัปดาห์ที่แปดและเก้า

1. ลางาน

หากคุณคิดว่าการลากสังขารตัวเองลงจากเตียงในช่วงเช้าเพื่อไปทำงานมันผสมไปด้วยความคลื่นไส้แล้วละก็ อย่าไปฝืนมัน ใช้วันลาป่วยเพื่อพักร่างกายและสมองของคุณจะดีกว่า เพราะตอนนี้ร่างกายของคุณกำลังทำงานล่วงเวลาเพื่อเจ้าตัวน้อยในท้อง คุณสมควรที่จะได้พักบ้าง

ยิ่งกว่านั้นคุณควรจัดสรรเวลาพักร้อนในสัปดาห์ที่เจ็ดหรือแปดของคุณเมื่ออาการแพ้ท้องเริ่มสูงขึ้น ไม่ว่าในกรณีใด คุณไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข่าวการตั้งครรภ์ต่อเพื่อนร่วมงานของคุณจนกว่าคุณจะพร้อม

น้ำมันหอมระเหยกลิ่นสดชื่นแบบมะนาวนั้นช่วยได้มาก

2. สูดดมกลิ่นหอมสดชื่น

ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากรถขนขยะที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่น่าอภิรมย์ขนาดไหน หรือกลิ่นน้ำหอมจากเพื่อนร่วมงานในขณะที่ทุกคนเบียดเสียดกันอยู่ในลิฟท์ มันย่อมจะมีกลิ่นบางอย่างที่ทำให้คุณเกิดความปั่นปวน "เพราะอาการแพ้ท้องมักเกี่ยวข้องกับกลิ่น" มิเรียม เอริค นักโภชนาการอาวุโสและนักโภชนาการที่โรงพยาบาลสตรีบริกแฮมในบอสตันกล่าว ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อกลิ่น และถ้าคุณเป็นคนที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เช่นที่เป็นหญิงตั้งครรภ์อยู่ตอนนี้ คุณก็จะมีจมูกเรดาร์ ที่ต้องเผชิญกับกลิ่นอันน่ารังเกียจที่คุณไม่สามารถหลีกหนีได้ และกลิ่นแรงพวกนั้นจะทำให้คุณคลื่นไส้

เมื่อคุณไม่สามารถเปิดหน้าต่างหรือเดินหนีออกไปได้ ให้ลองดมกลิ่นหอมสดชื่น พกน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาวสักขวดหรือก้านโรสแมรี่สดใส่ในกระเป๋าของคุณ และหยิบมาสูดดมเมื่อจำเป็น

3. อาหารว่างที่ช่วยต่อการกับอาการแพ้ท้อง

ให้หาแครกเกอร์ที่มีรสเค็มนิด ๆ ติดไว้ที่โต๊ะทำงานหรือโต๊ะข้างหัวนอน คุณจะได้หยิบมันมากินในเวลาที่รู้สึกคลื่นไส้ หรือตอนตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความคลื่นไส้ และหาของว่างอย่างโยเกิร์ต เพรทเซล หรือแครกเกอร์กับชีส กินทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง รวมทั้งดื่มชาขิงหรือเปเปอร์มินท์ในระหว่างมื้ออาหารก็จะช่วยลดความคลื่นไส้เหล่านั้นลงไปได้ หรือถ้าคุณอยากกินอาหารที่มีแคลอรีสูง แต่ไม่ได้มีสารอาหารที่ดีสักเท่าไหร่ คุณก็สามารถกินมันได้ เพียงแต่ต้องคุมปริมาณการกินให้น้อยไว้ก่อน เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นก็ให้กินอาหารที่ดีกับสุขภาพตามปกติ

4. สื่อสารให้มากขึ้น

การส่งเสียงของความรู้สึกคุณเองไปยังคนรอบข้างก็สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้เหมือนกัน สามีของคุณอาจไม่รู้ว่าสบู่หอมของเขาทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ หรือการที่เขามาจูบคุณหลังจากกินพิซซ่าดินเนอร์โดยไม่ได้แปรงฟันก่อน ก็จะต้องเจอกับปฏิกิริยาผงะออกของคุณ ดังนั้นจงบอกเขา และบอกให้เขารู้ว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น และเมื่ออารมณ์ของคุณดีขึ้น เขาก็จะรู้สึกดีขึ้นเช่นกัน

5. จดบันทึกอาการคลื่นไส้

ความวิงเวียนคลื่นไส้นั้นอาจดูเหมือนมันไป ๆ มา ๆ ตามอำเภอใจ แต่โดยการปรับร่างกายและสภาพแวดล้อมของคุณ อาจทำให้คุณพบว่ามันค่อนข้างมีแพทเทิร์นที่แน่นอน

หากคุณพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการคลื่นไส้ในเวลาเดียวกันทุกเย็น เอริคกล่าวว่าอาจเป็นเพราะกลิ่นของการปรุงอาหารของเพื่อนบ้าน หรือคลื่นไส้ขึ้นมาในเวลาบ่ายสามตอนอยู่ที่ออฟฟิศ ก็อาจเป็นเพราะกลิ่นไมโครเวฟป็อบคอร์นจากเพื่อนร่วมงานเป็นเหตุ เมื่อคุณทราบถึงสาเหตุของการเจ็บป่วยแล้ว คุณสามารถทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้

6. อย่าปล่อยให้ขาดน้ำ

อาจฟังดูติ๊งต๊องที่จะบอกว่าการพยายามดื่มน้ำให้ได้ครบ 8 แก้วเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในช่วงนี้ สาเหตุก็เพราะว่าท้องของคุณมันไม่ค่อยอยากจะรับอะไรสักเท่าไหร่นี่สิ ถึงแม้จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดื่มน้ำเข้าไปให้มาก เพราะยิ่งคุณขาดน้ำมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งมีอาการคลื่นไส้มากขึ้นตามข้อมูลของกรีนฟิลด์ หากต้องการความชุ่มชื้นลองทำตามวิธีต่าง ๆ เพื่อหลอกล่อให้ร่างกายให้ได้รับน้ำ เอริคพบว่าสำหรับผู้หญิงบางคนของขบเคี้ยวรสเค็ม เช่น มันฝรั่งทอดและชีส จะยิ่งเข้าไปกระตุ้นความกระหาย ในขณะที่หลายคนก็ยึดมั่นที่จะจิบน้ำใส่น้ำแข็งแข็งเย็น ๆ หรือเครื่องดื่มร้อน "อุณหภูมิสร้างความแตกต่าง" เอริคกล่าว "หากเครื่องดื่มมาในอุณหภูมิที่อุ่นอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ บางครั้งก็ทำให้คนยิ่งคลื่นไส้

ขนมปังกรอบรสเค็มนิด ๆ ช่วยให้หายคลื่นไส้ได้

7. เลือกอาหารที่เหมาะสมกับคุณ

แม้ว่าการกินอาหารจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณรู้สึกอยากจะทำ แต่คุณก็จะเป็นที่จะต้องกิน สิ่งที่ต้องคำก็คือหาว่าควรจะกินอะไร แม่ทุกคนกับท้องไส้อันปั่นป่วนล้วนมีความต้องการที่แตกต่างกัน อะไรที่ทำให้คนนึงรู้สึกดีขึ้น อาจจะทำให้อีกคนอ๊อกออกมาเลยก็ได้ แม้ว่าจะไม่มีกฎเกณฑ์ที่ยากหรือรวดเร็วว่าอาหารใดที่เวิร์คที่สุดสำหรับแม่ที่แพ้ท้องทุกเช้า แต่ผู้หญิงหลายคนพบว่ามันง่ายกว่าที่จะยึดติดกับอาหารบางประเภท อาหารรสจืดและคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างแครกเกอร์ ซีเรียลแห้ง และเพรทเซล จัดเป็นตัวเลือกที่ดี เช่นเดียวกับแตงโมแช่เย็น ส่วนอาหารมันและรสจัดอาจทำให้คุณปวดท้อง แต่ถ้าคุณพบว่ามันเวิร์คสำหรับคุณ จะลองกินดูก็ไม่เสียหาย

ถ้าคุณกังวลว่าจะได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่ ลองกินซุปไก่ซึ่งจะช่วยให้คุณชุ่มชื้นและให้พลังงานแก่คุณ นอกจากนี้ ควรกินอาหารเย็นมากขึ้น เพราะอาหารร้อนมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้มากกว่าอาหารเย็นที่มีกลิ่นหอม

8. เล่นสนุกกับขิง

ขิงได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ช่วยเยียวยากระเพาะอาหาร การศึกษาแสดงให้เห็นว่ามันอาจช่วยระงับอาการคลื่นไส้ ลองเพิ่มขิงชิ้นบาง ๆ ลงในน้ำร้อนหรือชาที่คุณดื่ม หรือจะกินขิงเชื่อมเป็นของว่างก็ได้ หรือแม้แต่ขนมปังขิงที่หาสูตรได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต เอริคแนะนำให้อุ่นแยมขิงในไมโครเวฟแล้วเทลงบนไอศครีมวานิลลา

9. ปรับแต่งคอมพิวเตอร์

คุณอาจจะคิดว่าการท่องเว็บจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของคุณออกจากอาการคลื่นไส้ที่อาจจะมีขึ้น แต่แสงสว่างจากจอมอนิเตอร์และเอฟเฟกต์แฟลชที่ตรวจไม่พบอาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้มากขึ้น เพื่อต่อสู้กับสิ่งมัน เอริคแนะนำให้ปรับหน้าจอของคุณเพื่อลดอาการปวดตา ทำให้ขนาดฟอนต์เป็นตัวหนาและใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีชมพูหรือน้ำตาลอ่อน เอริคยังแนะนำให้หยุดพักช่วงสั้น ๆ จากคอมพิวเตอร์ด้วยการทำอะไรอย่างอื่นหรือแค่หลับตา

10. หันเหความสนใจ

อาการวิงเวียนคลื่นไส้นี้ไม่ง่ายที่เราจะทำเมินมัน แต่การหาอะไรทำเพื่อให้เบี่ยงเบนความสนใจตัวเองได้ก็อาจจะช่วยให้คุณลืมมันไปได้สักพัก อ่านหนังสือ ต่อจิ๊กซอว์ เล่น Sudoku หรือออกไปเดินเล่น คุณแม่บางคนถึงกับอ้างว่าการออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ แต่จงแน่ใจว่าได้พูดคุยกับแพทย์ของคุณก่อน และแน่นอน คุณต้องฟังร่างกายของคุณ ถ้าคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยหรือไม่สบายใจ ก็แปลว่ามันถึงเวลาที่จะหยุด

หากิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการคลื่นไส้วิงเวียนที่มี

11. พก Survival kit

ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแค่ไหน แต่การอาเจียนในที่สาธารณะก็ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกสะดวกใจหรือชินกับมันมากขึ้นเท่าไหร่เลย แต่เพื่อให้สถานการณ์ไม่ยุ่งยากจนเกินไปนัก อย่าลืมที่จะออกจากบ้านโดยมีจัดสิ่งของจำเป็นเหล่านี้ลงไปด้วย ซึ่งกรีนฟิลด์แนะนำให้พกเสื้อตัวใหม่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน และน้ำยาบ้วนปาก เพื่อช่วยให้คุณสดชื่นหลังอาเจียน พวกลูกอมมินท์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะพกถุงพลาสติก สำหรับช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียวไม่สามารถกลั้นได้จนกว่าจะถึงห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด รวมถึงของขบเคี้ยวอย่างแครกเกอร์หรือเพรทเซิลที่คุณสามารถเคี้ยวเมื่อเริ่มรู้สึกว่าท้องของคุณว่าง

12. นอนลงซะ

บางครั้งทางออกที่ดีที่สุดกลับเป็นสิ่งที่ง่ายดาย ลองนอนหลับ ปิดตา หายใจลึก ๆ แล้วก็พักผ่อนบ้าง แพทย์และคุณแม่หลายคนบอกว่าการนอนหลับเป็นวิธีที่ดีในการหลบหนีไปจากอาการแพ้ท้อง และร่างกายของคุณต้องการมัน หากคุณมีลูกเล็กอยู่แล้วคนหรือสองคน ให้หาคนมาช่วยดูเขาแม้ว่าจะเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน หากคุณมีปัญหาในการนอนหลับ ลองสวมหน้ากากปิดตาหรือแว่นกันแดดสีเข้มเพื่อช่วยป้องกันแสงจ้า

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...