โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BTS สมบัติของชาติเกาหลีใต้ บอยแบนด์ที่ไปไกลกว่าคำว่า "ศิลปิน"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ม.ค. 2563 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 07.12 น.
(Photo by RB/Bauer-Griffin/GC Images)

ที่บ้านเรามี “พี่ตูน บอดี้สแลม” ที่ทำกิจกรรมวิ่งระดมทุนเพื่อการกุศลขยายขอบเขตของตัวเองออกไปไกลกว่าคำว่า ศิลปิน-นักร้อง-นักดนตรี ถ้ามองออกไปที่ระดับเอเชียและระดับโลกก็มีศิลปินวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม ขยายขอบเขตของตัวเองออกไปไกลกว่าคำว่าศิลปิน-ไอดอลได้อย่างน่าชื่นชมเช่นกัน พวกเขาคือ BTS หรือ Bangtan Boys (บังทัน บอยส์) บอยแบนด์จากเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ K-pop ณ เวลานี้

ย้อนไปก่อนหน้านี้สัก 3 ปี BTS เริ่มมีชื่อเสียงออกไปไกลกว่าโซนเอเชียตะวันออก พวกเขาได้รับการตอบรับอย่างดีในระดับสากล จากนั้นมาระดับความนิยมของพวกเขาก็เป็นกราฟขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเป็นศิลปิน K-pop ที่สร้างสถิติมากมาย และสร้างผลประโยชน์หลาย ๆ มิติ ไปไกลกว่าคำว่า “ศิลปิน” ซึ่งเป็นสถานะเริ่มต้นของพวกเขา

เมื่อปี 2018 หนุ่ม ๆ กลุ่มนี้พาผลงานเพลงอัลบั้มLOVE YOURSELF : Tear ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเกาหลีรายแรกที่ติดอันดับ 1 ของชาร์ตนี้ ซึ่งเป็นชาร์ตเพลงทรงอิทธิพลที่สุดในโลก มากไปกว่านั้น ในปี 2019 พวกเขายังทำสถิติพาผลงานเพลง 3 อัลบั้มขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ต Billboard 200 ภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นศิลปินรายแรกที่ทำได้ นับตั้งแต่ที่ The Beatles ทำสถิติไว้เมื่อช่วงปี 1995-1996

นอกจากเป็นศิลปินมอบความสุขให้แฟน ๆ แล้ว ขณะที่ความนิยมกำลังสูงปรี๊ด BTS และค่ายเพลงต้นสังกัดของพวกเขาคือ Big Hit Entertainment ได้ร่วมกันทำประโยชน์แก่สังคม ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน โดยการทำแคมเปญ LOVE MYSELF ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรักตัวเอง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่มีต่อตัวเอง

หลังจากนั้น BTS และต้นสังกัดเลือกเป็นพาร์ตเนอร์กับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ประเทศเกาหลีใต้ (ยูนิเซฟ เกาหลีใต้) ก่อตั้งกองทุนชื่อเดียวกันกับแคมเปญ LOVE MYSELF ระดมทุนสนับสนุนแคมเปญระดับโลกที่ยูนิเซฟทำเพื่อป้องกันและขจัดความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน ภายใต้ชื่อแคมเปญ END Violence นอกจากระดมทุนแล้ว พวกเขาเองได้บริจาคเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายอัลบั้มเพลง และบริจาคกำไรทั้งหมดของการขายสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ ให้แก่แคมเปญนี้

สืบเนื่องจากแคมเปญ LOVE MYSELF ที่มีส่วนช่วยเหลือการรณรงค์ของยูนิเซฟเป็นอย่างมาก BTS ซึ่งประกอบด้วย จิน, ชูกา, เจ-โฮป, อาร์เอ็ม, จีมิน, วี และ จองกุก จึงได้รับเลือกให้กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมสมัชชาสหประชาชาติในฐานะทูตสันถวไมตรีแคมเปญ LOVE MYSELF ของยูนิเซฟ ซึ่ง คิมนัมจุน หรือ อาร์เอ็ม หัวหน้าวงเป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างความประทับใจ และได้รับเสียงปรบมือดังก้อง

…บนเวทีอันทรงเกียรตินั้นต้องยอมรับว่า ศิลปินหนุ่มกลุ่มนี้พาวัฒนธรรม K-pop ก้าวไปไกลมากจริง ๆ

มาถึงปี 2020 นี้ ผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน BTS เปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่อีกแล้ว พวกเขาขยายขอบฟ้าของตัวเองไปไกลกว่าเดิมด้วยโปรเจ็กต์ CONNECT, BTS เป็นโครงการระดับโลกที่เชื่อมโยง 5 เมืองใน 5 ประเทศ และศิลปิน 22 คน ซึ่งแต่ละคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ทุกคนสร้างสรรค์ผลงานนำมาจัดแสดงในโครงการนี้ เพื่อสนับสนุนและต่อยอดปรัชญา-แนวคิดที่ BTS เสาะแสวงหาและเคยถ่ายทอดผ่านผลงานเพลงมาแล้ว เช่น พลังบวกในความแตกต่าง, ความปรารถนาต่อสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในจุดศูนย์กลาง

“โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับดนตรี, สิ่งที่จับต้องได้กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้, ศิลปินกับผู้ชม, ศิลปินกับศิลปิน, ทฤษฎีกับการปฏิบัติ” ในเว็บไซต์ของโปรเจ็กต์นี้บอกไว้อย่างนั้น

ส่วน 5 เมืองที่โปรเจ็กต์ CONNECT, BTS เลือกไปจัดแสดงผลงาน ได้แก่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โซล ประเทศเกาหลีใต้ และนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกเหนือจากในแง่อิทธิพลที่มีต่อคนรุ่นใหม่ และการขยายขอบเขตของตัวเองไปทำอะไรที่นอกเหนือจากการเป็นศิลปินนักร้องแล้ว อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจ คือ มิติทางเศรษฐกิจ ซึ่งโดยภาพรวมของ K-pop นั้นทำเงินเข้าประเทศมหาศาลอยู่แล้ว แต่ถ้ามาดูตัวเลขเฉพาะของ BTS แล้วจะต้องอึ้ง เพราะพวกเขามีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก จะเรียกว่าเป็น “สินค้าทำเงิน” ก็ยังน้อยไป พวกเขาไม่ได้สร้างรายได้เพียงทางตรงอย่างเดียว แต่ยังสร้างรายได้ทางอ้อมด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปจับจ่ายใช้สอยในเกาหลีใต้เป็นจำนวนมหาศาล อย่างที่มีข้อมูลว่า 7% ของนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวเกาหลีใต้นั้น ไปเพราะ BTS

ดังนั้นถ้าจะหาคำสักคำมานิยามสถานะของพวกเขาในประเทศเกาหลีใต้ คำว่า “สมบัติของชาติ” น่าจะเหมาะสมกว่า

เมื่อปลายปี 2018 มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยฮุนไดเปิดเผยว่า BTS ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกาหลีใต้มากกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท)

1 ปีต่อมา ในปลายปี 2019 มีข้อมูลว่า ตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่พวกเขาสร้างให้แก่ประเทศบ้านเกิด ขยับเพิ่มขึ้นไปเป็น 4.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ของบริษัทใหญ่ของเกาหลีใต้อย่างซัมซุงและฮุนไดเลยทีเดียว

จากข้อมูลหลายด้านที่ว่ามา น่าจะทำให้เห็นแล้วว่า ศิลปินบอยแบนด์ 7 คน ที่อายุเฉลี่ยเพียง 25 ปี เป็นมากกว่าคำว่า “ศิลปิน” จริง ๆ และคำว่า “สมบัติของชาติ” ก็ไม่เกินจริงเลยสักนิดสำหรับพวกเขา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...